หลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติในการเลือกคู่ครอง
  จำนวนคนเข้าชม  49

หลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติในการเลือกคู่ครอง

 

อ.อับดุลวาเฮด สุคนธา  เรียบเรียง

 

     พี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! เพื่อให้การสร้างครอบครัวนี้ดำรงอยู่ได้และไม่พังทลาย อิสลามได้วางหลักเกณฑ์อันชาญฉลาดในการเลือกคู่ครอง โดยมิได้ให้ ทรัพย์สินหรือความงาม เป็นหลักเกณฑ์อันดับแรก แต่ให้ ศาสนาและคุณธรรม เป็นรากฐานสำคัญ

 

หลักเกณฑ์ในการเลือกภรรยา

 

     จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้รายงานว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

 

تُنْكَحُ المَرْأَةُ لأَرْبَـعٍ: لِـمَالِـهَا، وَلِـحَسَبِـهَا، وَجَـمَالِـهَا، وَلِدِينِـهَا، فَاظْفَرْ بِذَاتِ الدِّينِ تَرِبَتْ يَدَاكَ

 

“ผู้หญิงนั้นจะถูกแต่งงานเนื่องด้วยสาเหตุสี่ประการ คือ เนื่องจากทรัพย์สินของนาง 

หรือเนื่องจากวงศ์ตระกูลของนาง  หรือเนื่องจากความสวยงามของนาง หรือเนื่องจากศาสนาของนาง 

ดังนั้นจงเลือกแต่งงานกับสตรีที่มีศาสนาอยู่ในตัว แล้วสองมือท่านก็จะมีโชค"

(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์  และ มุสลิม)

     เพราะสตรีผู้มีศาสนาจะรักษาสิทธิของสามี รักษาทรัพย์สินของเขา และอบรมบุตรให้เติบโตบนความดีงามและความยำเกรงต่ออัลลอฮ์

 

 

หลักเกณฑ์ในการเลือกสามี

 

     หนึ่งในความสุขของผู้หญิงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า คือการได้รับสามีที่ดี ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

 

إِذَا ‌خَطَبَ ‌إِلَيْكُمْ ‌مَنْ ‌تَرْضَوْنَ ‌دِينَهُ ‌وَخُلُقَهُ ‌فَزَوِّجُوهُ، إِلَّا تَفْعَلُوا تَكُنْ فِتْنَةٌ فِي الأَرْضِ، وَفَسَادٌ عَرِيضٌ

 

     “เมื่อมีผู้ที่ท่านพึงพอใจในศาสนาและจริยธรรมของเขามาสู่ขอลูกสาวของพวกท่าน ก็จงแต่งงานให้เขา หากพวกท่านไม่ทำ จะเกิดฟิตนะฮ์ (ความวุ่นวาย) บนแผ่นดิน และความเสียหายอย่างกว้างขวาง”

 (บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ และอัลอัลบานีย์วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษที่ดี)

     ผู้ที่มีศาสนาและคุณธรรม เมื่อเขารักภรรยา เขาจะให้เกียรตินาง และเมื่อเขาไม่ชอบนาง เขาจะไม่อธรรมต่อนางและไม่ดูหมิ่นนาง 

     ข้าพเจ้าขอกล่าวเพียงเท่านี้ และขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้าและพวกท่านทั้งหลาย ดังนั้นจงขออภัยโทษต่อพระองค์ แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 

 

การทำให้มะฮัรเป็นเรื่องง่าย และสิทธิของคู่สมรส

 

     มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และบั้นปลายอันดีงามนั้นเป็นของผู้ยำเกรง และไม่มีความเป็นศัตรูใด ๆ นอกจากต่อบรรดาผู้อธรรม

     ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ พระเจ้าของคนรุ่นแรกและคนรุ่นหลัง

     และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุฮัมมัด ﷺ คือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ผู้สัตย์จริง ผู้ได้รับความไว้วางใจ 

 

ภัยจากการเรียกร้องมะฮัรและค่าใช้จ่ายที่เกินควร

 

     โอ้มุสลิมทั้งหลาย ! หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการแต่งงานในยุคของเรา และทำให้ชายหญิงจำนวนมากล่าช้าจากการแต่งงาน คือ การเรียกร้องมะฮัรสูงเกินควร , เงื่อนไขที่ซับซ้อน , การแข่งขันอวดฐานะในการจัดงานแต่งงาน , ค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น

 

     อิสลามกำหนดให้ มะฮัรเป็นสิทธิของสตรี และเป็นการให้เกียรตินาง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ส่งเสริมการฟุ่มเฟือยหรือทำให้การแต่งงานเป็นเรื่องยาก

     มีรายงานว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

 

«أَعْظَمُ النِّكَاحِ بَرَكَةً أَيْسَرُهُ مُؤْنَةً»

“การแต่งงานที่มีความจำเริญมากที่สุด คือการแต่งงานที่มีภาระค่าใช้จ่ายง่ายที่สุด”

(บันทึกโดยอะห์มัด)

 

     มีรายงานจากท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ  ท่านกล่าวว่า: “พึงทราบเถิดว่า พวกท่านอย่าได้เรียกร้องสินสอดของสตรีให้สูงเกินไป เพราะหากมันเป็นเกียรติในโลกนี้หรือเป็นความยำเกรง ณ อัลลอฮ์ แน่นอนว่าท่านนบี ﷺ ย่อมเป็นผู้ที่สมควรที่สุดที่จะทำเช่นนั้น”

 

     การทำให้การแต่งงานติดขัดด้วยข้อเรียกร้องทางวัตถุที่หนักหน่วง อาจเปิดประตูแห่งฟิตนะฮ์และความชั่ว และอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ดังนั้น จงยำเกรงอัลลอฮ์เกี่ยวกับชายหนุ่มและหญิงสาวของพวกท่าน จงทำให้ง่าย และอย่าทำให้ยาก

 

      พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย...มะฮัรเป็นสิทธิของผู้หญิง อิสลามไม่ได้ยกเลิกสิทธินี้ และไม่มีใครมีสิทธิ์เอาสิทธิของนางไป

     แต่คำถามคือ... เรากำลังเรียกร้องมะฮัรเพื่อรักษาสิทธิ หรือกำลังทำให้มะฮัรกลายเป็นกำแพงที่ขวางการแต่งงาน?

 

     ท่านอุมัร เคยเตือนประชาชนว่า:

«أَلَا لَا تُغَالُوا فِي مُهُورِ النِّسَاءِ»

“พึงทราบเถิด! อย่าได้เรียกร้องมะฮัรของบรรดาสตรีให้สูงเกินไป”

 

     แล้วท่านก็นำแบบอย่างของท่านนบี ﷺ มาเป็นหลักฐานว่า หากมะฮัรที่สูงเป็นเครื่องแสดงถึงเกียรติและความยำเกรงจริง ท่านนบี ﷺ ย่อมเป็นผู้ที่สมควรที่สุดที่จะมอบมะฮัรสูง แต่ท่านไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้น เราต้องรักษาสิทธิของผู้หญิง ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างภาระเกินกำลังให้แก่ผู้ชาย

 

     การแต่งงานในอิสลามควรเป็นประตูสู่ความสงบ ความรัก และความเมตตา ไม่ใช่ประตูแห่งหนี้สินและความทุกข์

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

«يَسِّرُوا وَلَا تُعَسِّرُوا، وَبَشِّرُوا وَلَا تُنَفِّرُوا»

“จงทำให้ง่าย และอย่าทำให้ยาก จงแจ้งข่าวดี และอย่าทำให้ผู้คนหนีห่าง”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)

 

 

สิทธิร่วมกันและการอยู่ร่วมกันด้วยความดีงาม

 

     โอ้ผู้ยำเกรงทั้งหลาย ! การทำสัญญานิกาห์มิใช่จุดสิ้นสุดของความรับผิดชอบ แต่เป็น จุดเริ่มต้นของช่วงชีวิตใหม่แห่งความรับผิดชอบ

     ท่านนบี ﷺ ได้กำชับเรื่องการดูแลภรรยาอย่างดีในคุฏบะฮ์อำลา โดยกล่าวว่า:

 

فَاتَّقُوا اللَّهَ فِي النِّسَاءِ، فَإِنَّكُمْ أَخَذْتُمُوهُنَّ بِأَمَانِ اللَّهِ، وَاسْتَحْلَلْتُمْ فُرُوجَهُنَّ بِكَلِمَةِ اللَّهِ

 

     “ดังนั้น จงยำเกรงอัลลอฮ์เกี่ยวกับบรรดาสตรี เพราะแท้จริงพวกเจ้าได้รับพวกนางไว้ด้วยพันธสัญญาของอัลลอฮ์

     และพวกเจ้าได้ทำให้การอยู่ร่วมฉันสามีภรรยากับพวกนาง เป็นที่อนุมัติด้วยพระดำรัสของอัลลอฮ์”

 (บันทึกโดยมุสลิม)

 

1. การอยู่ร่วมกันด้วยความดีงาม

 

     อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:

(وَعَاشِرُوهُنَّ بِالْمَعْرُوفِ)

“และจงอยู่ร่วมกับพวกนางด้วยความดีงาม”

(อันนิสาอ์ :19)

     การอยู่ร่วมกันด้วยความดีงามครอบคลุมถึงความอดทน ความอ่อนโยน คำพูดที่ดี การให้อภัย และการมองข้ามข้อบกพร่องของมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

2. การให้สิทธิด้านวัตถุและด้านจิตใจ

 

     สามีมีหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามความเหมาะสม รวมถึงการดูแลครอบครัวอย่างครบถ้วน

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

« كَفَى بِالْمَرْءِ إِثْمًا أَنْ يَحْبِسَ عَمَّنْ يَمْلِكُ قُوتَهُ »

“เพียงพอแล้วที่บุคคลจะเป็นผู้มีบาป ด้วยการกักหรือระงับปัจจัยยังชีพจากผู้ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเขา”

(บันทึกโดยมุสลิม)

 

3. การปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสามีภรรยา

 

     ภรรยาพึงเชื่อฟังสามีในสิ่งที่ไม่ใช่การฝ่าฝืนอัลลอฮ์ และรักษาเกียรติ ทรัพย์สิน และความลับของสามีในยามที่เขาไม่อยู่

     อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:

(فَالصَّالِحَاتُ قَانِتَاتٌ حَافِظَاتٌ لِلْغَيْبِ بِمَا حَفِظَ اللَّهُ)

“บรรดากุลสตรีนั้นคือผู้จงรักภักดี ผู้รักษาในทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ลับหลังสามี เนื่องด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักษาไว้ “

(อันนิสาอ์ :34)

 

4. การร่วมมือกันในการเชื่อฟังอัลลอฮ์และการอบรมบุตร

 

     บ้านมุสลิมควรเป็นสถานที่แห่งการรำลึกถึงอัลลอฮ์ การละหมาด การอ่านอัลกุรอาน และการอบรมลูกหลานให้มีคุณธรรมและมารยาทอันดีงาม

     อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:

(يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا قُوا أَنْفُسَكُمْ وَأَهْلِيكُمْ نَارًا)

“ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงปกป้องตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก “

(อัตตะห์รีม :6)

 

 

     พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย ! จงยำเกรงอัลลอฮ์เกี่ยวกับครอบครัวของพวกท่าน และจงสร้างบ้านของพวกท่านบนพื้นฐานของ ความรัก ความเมตตา และความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ เพื่อให้บ้านของพวกท่านเป็นสถานที่แห่งความสงบในโลกนี้ และเป็นสาเหตุแห่งการได้อยู่ร่วมกันในสวนสวรรค์ในโลกหน้า

 

     โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดปรับปรุงแก้ไขคู่ครองและลูกหลานของพวกเรา และโปรดทำให้พวกเขาเป็นความชื่นตาชื่นใจแก่พวกเรา

 

     โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดประทานความจำเริญแก่บรรดาคู่สมรส และโปรดรวมพวกเขาไว้บนความดีงาม ความรัก และความเมตตา

 

     โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดทำให้การแต่งงานของชายหนุ่มและหญิงสาวมุสลิมเป็นเรื่องง่าย และโปรดให้พวกเขาได้รับสิ่งฮะลาลของพระองค์จนไม่ต้องพึ่งพาสิ่งฮะรอม และด้วยความโปรดปรานของพระองค์จนไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

 

     โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดปกป้องบ้านของบรรดามุสลิมจากความแตกแยกและความขัดแย้ง และโปรดทำให้บ้านเหล่านั้นเต็มไปด้วยการรำลึกถึงพระองค์และการเชื่อฟังพระองค์

 

     โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดอภัยโทษแก่บรรดามุสลิมชายและมุสลิมหญิง บรรดาผู้ศรัทธาชายและผู้ศรัทธาหญิง ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

 

อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:

 

﴿إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإِحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ﴾

 

     “แท้จริง อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้มีความยุติธรรม การทำความดี และการให้แก่ญาติสนิท และพระองค์ทรงห้ามการลามก ความชั่ว และการละเมิด พระองค์ทรงตักเตือนพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้รำลึก”

  (อันนะห์ล :90)

 

     ดังนั้น จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ แล้วพระองค์จะทรงรำลึกถึงพวกเจ้า และจงขอบคุณพระองค์สำหรับความโปรดปรานของพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มพูนให้แก่พวกเจ้า

 

(وَلَذِكْرُ اللَّهِ أَكْبَرُ وَاللَّهُ يَعْلَمُ مَا تَصْنَعُونَ)

 

“ และการรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้นยิ่งใหญ่ที่สุด และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”

  (อัลอันกะบูต :45)