
อิหม่าน ของ คู่สามีภรรยา
แปลและเรียบเรียง....เพจวันละหนึ่งความคิด
- เชค อับดุลอะซี้ซ บิน บ๊าศ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -
หน้าที่สำคัญของคู่สามีภรรยาก็คือ
ต้องมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความดีงาม
ด้วยการใช้วาจาที่ไพเราะอ่อนหวาน ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีวิธีการที่นุ่มนวล
มีความประพฤติที่ดีงาม ไม่เตร็ดเตร่ในยามค่ำคืน
และไม่ตระหนี่ถี่เหนียวในการจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู...
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือเป็นหน้าที่จำเป็นที่พึงกระทำ
(ฟะตาวา นูรุน อะลัดดัรบิ)
ท่านอะลี رضي الله عنه ได้มาสู่ขอท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ رضي الله عنها จากท่านนบี صلى الله عليه وسلم
ท่านนบีจึงกล่าวว่า:
هي لك على أن تُحسنَ صُحبتها..
" เธอจะเป็นสิทธิ์ของท่าน บนเงื่อนไขที่ว่า ..ท่านจะต้องทะนุถนอม ครองคู่กับเธอด้วยดี"
(อัซซิลซิละตุศศ่อฮีฮะฮฺ 166)
- อิมาม อัชเชากานีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -
เราอาจเห็นผู้ชายที่ เมื่ออยู่กับครอบครัว เขากลับเป็นคนที่มีมารยาทแย่ที่สุด
มีจิตใจที่ตระหนี่ถี่เหนียวที่สุด และสร้างประโยชน์ให้คนในบ้านน้อยที่สุด
แต่ในทางกลับกัน เมื่อเขาออกไปพบปะคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว เขากลับกลายเป็นคนสุภาพอ่อนโยน อัธยาศัยดี
จิตใจกว้างขวาง และหยิบยื่นความดีงามให้ผู้อื่นอย่างมากมาย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า... ผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ คือผู้ที่ถูกปิดกั้นขัดขวางจากความสำเร็จ (เตาฟี้ก) และเป็นผู้ที่หันเหไปจากหนทางอันเที่ยงตรง
نَيل الأوطار.(2/ 246 )
- อิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -
หนึ่งในผลพวงของบาปและการฝ่าฝืน คือ การที่ความผิดบาปทั้งหลายมีอานุภาพในการ "ดับไฟแห่งความหวงแหน"
ซึ่งความหวงแหนนี้ เปรียบได้กับพลังงานความร้อนที่หล่อเลี้ยงชีวิตและความดีงามในตัวคน
หากเปรียบกับร่างกาย มันคือ "ความร้อนโดยธรรมชาติ" ที่ทำให้ร่างกายดำรงอยู่ได้
เมื่อไฟนี้ดับลง ความมีชีวิตชีวาทางจิตวิญญาณก็มอดไหม้ดับลงไปด้วย
และความหวงแหนนี้ คือ "เปลวเพลิงที่ช่วยชำระล้าง" สิ่งเลวร้ายและคุณลักษณะอันน่ารังเกียจให้ออกไปจากจิตใจ
เสมือนกับ "เตาหลอม" ที่ช่วยคัดแยกสิ่งสกปรกออกจากทองคำ เงิน และเหล็ก
และคนที่มีเกียรติและมีความมุ่งมั่นที่สุด คือคนที่มีความหวงแหนต่อตนเอง ครอบครัว และเพื่อนมนุษย์มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ จึงนับเป็นผู้ที่มีความหวงแหน ต่อประชาชาติของท่านมากที่สุด
และอัลลอฮฺ ตะอาลานั้น ทรงมีความหวงแหนยิ่งกว่าท่านนบีเสียอีก
ดังที่มีระบุยืนยันในหะดีสศ่อฮี้ฮฺว่า ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า :
"พวกท่านแปลกใจในความหวงแหนของซะอฺด์อย่างนั้นหรือ?
แท้จริง ฉันหวงแหนยิ่งกว่าเขา และอัลลอฮฺทรงหวงแหนยิ่งกว่าฉันเสียอีก"
(อัลญะวาบุ้ลกาฟีย์ 66)
- เชค อะศีศ ฟัรฮาน อัลอะนะซีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -
คำถาม : ศาสนาอิสลามส่งเสริมให้มีลูกมาก โดยไม่ต้องพิจารณาถึงฐานะทางการเงินอย่างนั้นใช่หรือไม่ ?
คำตอบ :
ฉันเชื่อว่า ผู้คนกำลังประสบปัญหาเสียแล้ว ชัดเจนว่า.. ผู้คนยุคนี้กำลัง ประสบกับความอ่อนแอในการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ อัศศะวะญัล
เพราะเหตุนี้เอง คำถามส่วนใหญ่จึงวนเวียนอยู่กับเรื่องทางวัตถุ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การใช้ชีวิตที่ยากลำบาก หรืออะไรทำนองนี้
แปลกมาก น่าแปลกมาก.... เพราะผู้ที่ทรงปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นนั้นอยู่บนฟากฟ้า ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
ท่านเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเพียงเหตุปัจจัยของการอบรมเลี้ยงดู และการแสวงหาริสกี
ท่านไม่รู้หรือว่า ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ริสกีของเขา อายุขัยของเขา จะเป็นคนลำบากหรือสุขสบาย ถูกบันทึกเอาไว้หมดแล้ว
ฉันรู้จักชายคนหนึ่ง ฐานะของเขาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย อัลลอฮฺได้ประทานลูกชายให้แก่เขา ซุบฮานั้ลลอฮฺ แม้เด็กคนนั้นจะดื้อรั้นมาก แต่อัลลอฮฺก็ทรงให้เขาร่ำรวยขึ้นเพราะลูกคนนี้ ริสกีเข้ามาหาเขาอย่างที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน
ด้วยเหตุนี้เอง พี่น้องที่รัก จงยำเกรงอัลลอฮฺให้มากเกี่ยวกับความคิดชุดนี้ (ลูกมากยากนาน) จริงอยู่ คนเราต้องลงมือทำตามเหตุปัจจัย
แต่การนำประเด็นเรื่องการมีลูกทั้งหมด มาผูกกับเรื่องทางวัตถุและสิ่งที่สัมผัสจับต้องได้แต่เพียงอย่างเดียว แต่กลับหลงลืมในเรื่องการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ และการฝากเรื่องราวไว้กับพระองค์อย่างนั้นหรือ?
ท่านไม่รู้หรอกว่า บางทีการที่ท่านได้รับริสกีอยู่นี้ อาจเป็นเพราะลูกๆ ของท่านเองก็เป็นได้
✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿