
นัยยะแห่งความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิต : บทเรียนจากบรรดานบี
By One Muslimah
ความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต คือหนึ่งในบททดสอบที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ เพราะคู่ครองคือผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดและมีอิทธิพลต่อหัวใจมากที่สุด อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) จึงได้ให้ตัวอย่างในเรื่องนี้แก่เราไว้ใน อัลกุรอานผ่านเรื่องราวของบรรดานบี เพื่อให้เราเรียนรู้ว่า ศรัทธา คือแก่นกลางความสัมพันธ์ ไม่ว่าคู่ชีวิตจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม
โดยทั่วไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิต (สามี-ภรรยา) ในมนุษย์ สามารถพบได้ใน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้
(1) ความสัมพันธ์ที่ทั้งสามีและภรรยาเป็นผู้ศรัทธา — คู่ชีวิตแห่งสวรรค์
รูปแบบที่สูงส่งที่สุด คือความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีศรัทธา ยึดมั่นในพระบัญชาของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) และร่วมกันก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความดี ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นต้นแบบของความเมตตา ความเกื้อกูล และการสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อศาสนา เฉกเช่น ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กับบรรดาภรรยา (มารดาแห่งศรัทธาชน)
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กับบรรดาภรรยา อาทิ ท่านหญิงคอดีญะฮฺ, ท่านหญิงอาอิชะฮฺ, ท่านหญิงฮัฟเซาะฮฺ คือแบบอย่างที่สวยงามของคู่ชีวิตที่เป็นผู้ศรัทธาทั้งคู่ พวกท่านดำเนินชีวิตด้วยศรัทธาที่คงมั่น เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเรา เช่น
♥· เกื้อกูลกันในการทำความดี – พวกนางเป็นผู้ช่วยสนับสนุนภารกิจการเผยแพร่ศาสนา (ดะอฺวะฮฺ) ของท่านนบี ทั้งในด้านกำลังใจและความรู้ความสามารถ
♥· ความเมตตาและการให้อภัย - ท่านนบีเป็นสามีที่อ่อนโยน อดทน และใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาภายในบ้าน
♥· ทั้งสองฝ่ายร่วมกันแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) - ชีวิตคู่ของพวกท่าน จึงเป็นแบบอย่างของ “บ้านที่เดินไปสู่สวรรค์ด้วยกัน”
ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ เป็นสิ่งที่มุสลิมผู้ศรัทธาทุกคนใฝ่ฝันและปรารถนา เพราะเป็นชีวิตคู่ที่ช่วยกันยกระดับศรัทธา (อีหม่าน) และเดินเข้าสวรรค์ร่วมกัน
(2) ความสัมพันธ์ที่สามีเป็นผู้ศรัทธา แต่ภรรยาปฏิเสธศรัทธา
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงยกตัวอย่างความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งว่า บางครั้ง แม้ผู้เป็นสามีจะเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง แต่ภรรยากลับเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาและต่อต้านคำสอนของพระองค์ ความสัมพันธ์ลักษณะนี้มักเต็มไปด้วยบททดสอบ ความเจ็บปวด และความยากลำบาก เฉกเช่น กรณีของท่านนบีนูหฺ (อะลัยฮิสลาม) และนบีลูฏ (อะลัยฮิสลาม)
ภรรยาของนบีนูหฺ เธอปฏิเสธศรัทธา ไม่ยอมรับคำเตือนเรื่องการลงทัณฑ์ นอกจากจะไม่ศรัทธาแล้ว ยังให้ความร่วมมือกับผู้ปฏิเสธศรัทธาในสังคม เมื่อถูกตักเตือน เธอไม่ฟังและไม่เชื่อ แม้สามีของเธอจะเป็นนบีของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)
เช่นเดียวกันกับ ภรรยาของนบีลูฏ แม้เธอจะอยู่ในบ้านของนบี แต่เธอกลับสนับสนุนพฤติกรรมอันชั่วร้ายของกลุ่มชนชาติของเธอ เธอทำตัวเป็นสายข่าวให้กลุ่มผู้เบี่ยงเบนทางเพศในเมืองของ นบีลูฏ (อะลัยฮิสลาม) เธอไม่ได้ยืนเคียงข้างสามีผู้ศรัทธา แต่เลือกยืนเคียงข้างความชั่ว
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงกล่าวถึง ผู้หญิงทั้งสอง (ภรรยาของท่านนบีนูหฺและนบีลูฏ) ซึ่งเป็น “ผู้ปฏิเสธศรัทธา” ในกุรอาน ความว่า
“อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงยกอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ถึงภริยาของนูฮฺ และ ภริยาของลูฏ
นางทั้งสองอยู่ภายใต้การปกครองของบ่าวที่ดีทั้งสองในหมู่ปวงบ่าวของเรา แต่นางทั้งสองได้ทรยศต่อเขาทั้งสอง
ดังนั้น เขาทั้งสองจึงไม่สามารถช่วยนางทั้งสอง ให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) แต่ประการใด
จึงมีเสียงกล่าวขึ้นว่า เจ้า (นาง) ทั้งสองจงเข้าไปในไฟนรกพร้อมกับบรรดาผู้ที่เข้าไปในมัน”
(กุรอาน 66: 10)
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตือนสำทับว่า ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ ไม่อาจช่วยใครได้ หากหัวใจของเขาปฏิเสธศรัทธา
บทเรียนจากความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ สอนให้เราตระหนักว่า ความศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล แม้จะอยู่ในบ้านเดียวกัน ก็ไม่อาจบังคับหัวใจอีกฝ่ายได้ สามีที่เป็นคนดีเป็นผู้ศรัทธาอาจเผชิญบททดสอบจากภรรยา เช่นเดียวกับนบีทั้งสอง ดังนั้น ผู้ศรัทธาต้องมั่นคง แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างเช่นคู่ครอง
(3) ความสัมพันธ์ที่ภรรยาเป็นผู้ศรัทธา แต่สามีปฏิเสธศรัทธา
นี่คือแบบอย่างของผู้หญิงที่มีอีหม่านสูงส่งและยืนหยัดเพื่อศรัทธา แม้ต้องเผชิญการกดขี่หรือการทดสอบอันหนักหนาสาหัสจากสามีผู้ทรงอำนาจ เฉกเช่น กรณีของฟิรอูนกับพระนางอาซิยะฮฺ (อะลัยฮิสลาม)
พระนางอาซิยะฮฺ (อะลัยฮะสลาม) คือหนึ่งในสตรีที่ดีที่สุด ตามคำกล่าวของท่านนบี ﷺ เธอศรัทธามั่นต่ออัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) อย่างลับ ๆ ในขณะที่สามีของเธอคือฟิรอูน ผู้ปฏิเสธศรัทธาจอมอหังการที่ร้ายกาจที่สุดในยุคสมัยของท่านนบีมูซา (อะลัยฮิสลาม) เธอปกป้องนบีมูซา (อะลัยฮิสลาม) เมื่อครั้งยังเป็นทารก แม้รู้ว่าสามีมีคำสั่งฆ่าเด็กชายชาวบนีอิสรออีล
เมื่อฟิรอูนทราบว่าเธอศรัทธาต่ออัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) เขาทรมานเธออย่างโหดร้ายทารุณ แต่เธอได้วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) และอัลลอฮ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้กล่าวถึง เรื่องราวของเธอในกุรอาน ความว่า
“และอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงยกอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ศรัทธา ถึงภริยาของฟิรอูน
เมื่อนางได้กล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดสร้างบ้านหลังหนึ่งให้แก่ข้าพระองค์
ณ ที่พระองค์ท่าน ในสวนสวรรค์ และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากฟิรอูนและการกระทำของเขา
และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากหมู่ชนผู้อธรรม”
(กุรอาน 66:11)
เธอเสียชีวิตในสภาพเป็นบ่าวผู้ศรัทธาที่มั่นคงและได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) โดยเรื่องราวของเธอถูกกล่าวขานขนานนามเป็นแบบอย่างแห่งความดี เป็นหนึ่งในสตรีที่ดีที่สุดในโลกนี้และโลกหน้าอาคิเราะฮฺ
ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ ให้บทเรียนแก่เราว่า ผู้หญิงที่ศรัทธายืนหยัดมั่นคงเพื่ออัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ย่อมได้รับการยกย่องในระดับสูงสุด แม้ต้องเผชิญความทารุณจากผู้มีอำนาจ แต่ความศรัทธาของผู้หญิงไม่ลดลงและไม่จางหายไป แม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของสามีที่โหดร้าย แบบอย่างเช่นนี้ ย่อมเป็นเสมือนกำลังใจให้แก่พี่น้องมุสลิมะฮฺที่ต้องเผชิญความลำบากในครอบครัวที่สามีเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา
บทสรุปส่งท้าย : ความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิต ทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่
(1) สามีและภรรยาที่เป็นผู้ศรัทธาทั้งคู่ ล้วนเป็นแบบอย่างของความรัก ความเมตตา และการร่วมกันสร้างบ้านที่มุ่งสู่สรวงสวรรค์ของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)
(2) สามีเป็นผู้ศรัทธา แต่ภรรยาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ย่อมเป็นบทเรียนสอนให้รู้ว่า ความศรัทธาเป็นเรื่องส่วนตัว แม้จะเป็นคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุด
(3) ภรรยาเป็นผู้ศรัทธา แต่สามีเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ เป็นหลักฐานว่า ผู้หญิงก็สามารถยืนหยัดในศรัทธาได้ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคจากคนที่ใกล้ชิดที่สุด
นัยยะแห่งความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต ทั้ง 3 รูปแบบนี้ ถูกกล่าวถึงไว้ในอัลกุรอานเพื่อเป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ สอนให้มนุษย์ตระหนักรู้ว่า ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ คือบททดสอบที่วัดศรัทธาและให้โอกาสเราแสดงความศรัทธา
ไม่ว่าคู่ชีวิตของเราจะเป็นเช่นไร หน้าที่ของเราคือ ต้องยืนหยัดอยู่บนศรัทธา ความจริง ความดีงาม และความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) เสมอ