ชีวิตในโลกนี้กับการเตรียมเสบียงสู่โลกหน้า
  จำนวนคนเข้าชม  70

ชีวิตในโลกนี้กับการเตรียมเสบียงสู่โลกหน้า

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     มนุษย์ทุกคนต่างใช้ชีวิตอยู่บนโลกด้วยความพยายามแสวงหาความอยู่รอด ความมั่นคง และความปลอดภัยจากความอดอยาก ความยากจน และความขาดแคลน การศึกษา การประกอบอาชีพ และการสะสมทรัพย์สินจึงกลายเป็นกิจกรรมสำคัญของชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อมนุษย์หมกมุ่นอยู่กับการแสวงหาโลกมากเกินไป การทำงานซึ่งเดิมเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตอาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงลืมพระผู้เป็นเจ้า ละเลยหน้าที่ทางศาสนา และขาดการเตรียมเสบียงสำหรับชีวิตหลังความตาย 

 

     การมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้เป็นประสบการณ์พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญร่วมกัน มนุษย์ต้องแสวงหาอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ความปลอดภัย และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อให้ตนเองและครอบครัวสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้ การศึกษา การทำงาน การประกอบธุรกิจ และการสะสมทรัพย์สินจึงกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์

 

     อย่างไรก็ตาม การดำรงชีวิตมิได้หมายถึงเพียงการมีลมหายใจหรือการรักษาร่างกายให้รอดพ้นจากความหิวโหยและความยากจนเท่านั้น มนุษย์ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา จิตสำนึก และความสามารถในการตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของชีวิต เช่น มนุษย์เกิดมาเพื่ออะไร ควรใช้ชีวิตอย่างไร สิ่งใดคือความสำเร็จที่แท้จริง และสิ่งใดจะยังคงอยู่ภายหลังความตาย

 

     ในสังคมปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากเตรียมตัวอย่างรอบคอบเพื่อเผชิญกับปัญหาความอดอยาก ความแร้นแค้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หลายคนทุ่มเททั้งแรงกาย เวลา และความสามารถให้แก่การทำงาน เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ชีวิต การเตรียมพร้อมเช่นนี้มิใช่สิ่งผิด เพราะอิสลามส่งเสริมให้มนุษย์ประกอบอาชีพที่สุจริต ดูแลครอบครัว และพึ่งพาตนเอง

 

     ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์สนุกและเพลิดเพลินกับการทำงานจนลืมไปว่า ชีวิตโลกเป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราว การทำงาน การแสวงหาทรัพย์ และการแข่งขันทางสังคมอาจดึงดูดหัวใจจนทำให้มนุษย์ละเลยการละหมาด ไม่รำลึกถึงอัลลอฮ์ ไม่กลับเนื้อกลับตัว และไม่สะสมคุณงามความดีเพื่อโลกหน้า เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง มนุษย์อาจพบว่าตนได้เข้าไปอยู่ในหลุมฝังศพแล้ว โดยไม่มีทรัพย์สิน ตำแหน่ง หรือชื่อเสียงใดติดตามไป มีเพียงศรัทธา การงาน และผลแห่งการกระทำเท่านั้น

 

     ด้วยเหตุนี้ การศึกษาเกี่ยวกับความหมายของการดำรงชีวิตจึงต้องพิจารณาทั้งมิติทางวัตถุ จิตใจ ศีลธรรม และจิตวิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านคำสอนของอัลกุรอาน ซึ่งได้อธิบายเป้าหมายของชีวิต ความสำคัญของเวลา อันตรายจากความหลงเพลิน และความจำเป็นในการเตรียมเสบียงสำหรับโลกหน้าอย่างชัดเจน

 

 

 ความหมายของการดำรงชีวิตในทัศนะอิสลาม

 

     ในทัศนะอิสลาม ชีวิตของมนุษย์มิได้เกิดขึ้นอย่างไร้จุดหมาย และมิใช่ผลของความบังเอิญ หากแต่เป็นการสร้างของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกำหนดหน้าที่ เป้าหมาย และความรับผิดชอบของมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน พระองค์ตรัสว่า

 

وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ

“และข้ามิได้สร้างญินและมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อให้พวกเขาเคารพภักดีต่อข้า”

(อัซซาริยาต 51:56)

 

     อายะห์นี้แสดงให้เห็นว่า เป้าหมายสูงสุดของการมีชีวิตมิใช่เพียงการแสวงหาทรัพย์สิน ความสุข ความสะดวกสบาย หรือการยอมรับจากสังคม แต่คือการรู้จักอัลลอฮ์ เคารพภักดีต่อพระองค์ และดำเนินชีวิตตามแนวทางที่พระองค์ทรงกำหนด

 

     คำว่า “การเคารพภักดี” หรืออิบาดะฮ์ในอิสลามมิได้จำกัดอยู่เพียงการละหมาด การถือศีลอด หรือพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ครอบคลุมคำพูด การกระทำ และเจตนาทุกประการที่อัลลอฮ์ทรงรักและทรงพอพระทัย ดังนั้น การทำงาน การศึกษา การเลี้ยงดูครอบครัว การช่วยเหลือสังคม และการแสวงหาปัจจัยยังชีพสามารถเป็นอิบาดะฮ์ได้ เมื่อกระทำด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และอยู่ภายในขอบเขตของบทบัญญัติศาสนา

     ในขณะเดียวกัน อัลกุรอานอธิบายว่าชีวิตโลกเป็นบททดสอบ อัลลอฮ์ตรัสว่า

 

الَّذِي خَلَقَ الْمَوْتَ وَالْحَيَاةَ لِيَبْلُوَكُمْ أَيُّكُمْ أَحْسَنُ عَمَلًا

“พระองค์คือผู้ทรงสร้างความตายและชีวิต เพื่อทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดในหมู่พวกเจ้ามีการงานที่ดีที่สุด”

(อัลมุลก์ 67:2)

 

     ชีวิตจึงมิได้ถูกประเมินจากจำนวนทรัพย์สิน อายุที่ยืนยาว หรือตำแหน่งที่สูงส่งเพียงอย่างเดียว แต่ถูกประเมินจากคุณภาพของศรัทธาและการงาน มนุษย์อาจมีชีวิตยืนยาว แต่หากชีวิตนั้นปราศจากศรัทธาและความดี อายุที่ยาวนานก็อาจกลายเป็นหลักฐานแห่งความขาดทุน ในทางตรงกันข้าม แม้ชีวิตจะสั้น แต่หากเต็มไปด้วยการเชื่อฟังอัลลอฮ์ ชีวิตนั้นย่อมมีคุณค่าและความหมายอย่างแท้จริง

 

 

โลกดุนยากับความพยายามเพื่อความอยู่รอด

 

     การแสวงหาความอยู่รอดเป็นธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ ทุกคนต่างหวาดกลัวความหิวโหย ความยากจน การเจ็บป่วย และการขาดความมั่นคง ผู้คนจึงวางแผนการศึกษา ประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และสะสมทรัพย์สินเพื่อป้องกันความยากลำบากในอนาคต

 

     อิสลามมิได้ปฏิเสธความสำคัญของโลกดุนยา และมิได้สั่งให้มนุษย์ละทิ้งการทำงานหรือการแสวงหาปัจจัยยังชีพ อัลลอฮ์ตรัสว่า

 

وَابْتَغِ فِيمَا آتَاكَ اللَّهُ الدَّارَ الْآخِرَةَ وَلَا تَنسَ نَصِيبَكَ مِنَ الدُّنْيَا

“และจงแสวงหาที่พำนักแห่งโลกหน้าด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานแก่เจ้า และอย่าลืมส่วนของเจ้าจากโลกนี้”

(อัลเกาะศ็อศ 28:77)

 

     อายะห์ดังกล่าวสะท้อนหลักความสมดุลอย่างชัดเจน มนุษย์ต้องใช้สิ่งที่อัลลอฮ์ประทานให้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ความรู้ เวลา สุขภาพ และความสามารถ เพื่อแสวงหาความสำเร็จในโลกหน้า ขณะเดียวกันก็สามารถรับประโยชน์ที่ชอบธรรมจากโลกนี้ได้

 

     ดังนั้น ปัญหามิได้อยู่ที่การทำงานหรือการมีทรัพย์สิน แต่อยู่ที่การปล่อยให้การทำงานและทรัพย์สินเข้าครอบครองหัวใจ จนมนุษย์มองโลกนี้เป็นเป้าหมายสูงสุด และมองโลกหน้าเป็นเพียงเรื่องไกลตัว เมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ควรเป็นเครื่องมือย่อมกลายเป็นจุดหมาย และสิ่งที่ควรรับใช้มนุษย์กลับกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์ยอมอุทิศทั้งชีวิตเพื่อรับใช้มัน

 

 

ความเพลิดเพลินที่ทำให้ลืมการเตรียมตัว

 

     ความเพลิดเพลินในโลกมิได้เกิดขึ้นเฉพาะจากความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากการทำงานและการแสวงหาความสำเร็จด้วย มนุษย์บางคนทำงานหนักจนรู้สึกว่าตนกำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญ แต่กลับละเลยหน้าที่ต่ออัลลอฮ์ เขาอาจมีเวลาให้การประชุม การเดินทาง การค้าขาย และการวางแผนอนาคต แต่ไม่มีเวลาสำหรับการละหมาด การอ่านอัลกุรอาน การขออภัยโทษ หรือการทบทวนตนเอง

 

     เมื่อความสำเร็จทางโลกกลายเป็นตัววัดคุณค่าของชีวิต มนุษย์ย่อมเริ่มเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เขาปรารถนาจะมีรายได้มากกว่า บ้านใหญ่กว่า ตำแหน่งสูงกว่า และมีผู้คนยอมรับมากกว่า ความต้องการเช่นนี้อาจดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเมื่อได้สิ่งหนึ่งแล้ว หัวใจก็จะเรียกร้องสิ่งที่มากขึ้น

 

ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า

     “หากลูกหลานอาดัมมีหุบเขาหนึ่งที่เต็มไปด้วยทองคำ เขาย่อมปรารถนาจะมีอีกหุบเขาหนึ่ง และไม่มีสิ่งใดเติมเต็มปากของลูกหลานอาดัมได้นอกจากดิน”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)

 

     หะดีษนี้ชี้ให้เห็นธรรมชาติของความโลภและความไม่รู้จักพอ หากหัวใจมิได้รับการขัดเกลาด้วยศรัทธาและความยำเกรง มนุษย์จะยังคงสะสมและแสวงหาไปจนกระทั่งความตายมาถึง ดินในหลุมฝังศพจึงเป็นสิ่งที่ยุติความทะเยอทะยานทางโลกทั้งหมด