คำแนะนำเกี่ยวกับครอบครัว
  จำนวนคนเข้าชม  47

คำแนะนำเกี่ยวกับครอบครัว

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

 ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

การแสดงความรักทางกายภาพต่อเด็กเป็นส่วนหนึ่งของความเมตตา

     ท่านอนัส บิน มาลิก  -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ-  กล่าวว่า:

     “เราได้เข้าไปพร้อมท่านร่อซู้ล ﷺ เพื่อพบกับ อบู ซัยฟ์ ช่างตีเหล็ก ซึ่งเป็นผู้ที่ให้นมแก่อิบรอฮีม (บุตรชายของท่านนบี ﷺ)

     แล้วท่านร่อซู้ล ﷺ ก็อุ้มอิบรอฮีมขึ้นมา จูบเขา และดมกลิ่นของเขา”

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์)

     คำว่า ظِئْرًا หมายถึง ผู้ที่รับเด็กไปเลี้ยงดูและให้นม โดยในกรณีนี้ ภรรยาของอบูซัยฟ์เป็นผู้ให้นมแก่อิบรอฮีม ดังนั้นท่านนบี ﷺ จึงไปเยี่ยมและพบกับอิบรอฮีมที่นั่น

     ท่านนบี ﷺ อุ้มเขา จูบเขา และดมกลิ่นของเขา การจูบนี้เป็นการแสดงออกถึงความเมตตา ส่วนการดมกลิ่นของเด็กนั้นเป็นความสุขและความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก

     ซุบฮานัลลอฮฺ พ่อทุกคนย่อมพบว่า กลิ่นของลูกน้อยเป็นกลิ่นที่มีความพิเศษในหัวใจ เป็นกลิ่นที่คนอื่นอาจไม่รู้สึกเช่นเดียวกับเขา แต่สำหรับผู้เป็นพ่อแม่แล้ว กลิ่นของลูกเป็นสิ่งที่ชื่นชอบและทำให้หัวใจมีความสุข

 

     มีเรื่องเล่าถึงหญิงคนหนึ่งที่กำลังเล่นกับลูกน้อยของนาง นางชื่นชมกลิ่นของลูกและกล่าวว่า:

“ช่างเป็นกลิ่นที่น่ารักเหลือเกิน กลิ่นของเด็กน้อยช่างเป็นกลิ่มหอมประหนึ่งกลิ่นต้นค่อซามา”

     นี่คือธรรมชาติของเด็กเล็ก และเป็นธรรมชาติของหัวใจของพ่อแม่ที่มีต่อบุตร

     ดังนั้น การที่แม่หรือพ่อ หอมกลิ่นของลูก ย่อมทำให้เกิดความสุขในหัวใจ และ -อัลลอฮุอะอฺลัม- การหอมลูกเช่นนี้ยังช่วย เพิ่มพูนและหล่อเลี้ยงความเมตตาในหัวใจ ทำให้หัวใจอ่อนโยนต่อเด็กมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ การจูบเด็กเล็ก ซึ่งเป็นความเมตตาที่มีต่อเด็ก

 

     และมีประเด็นหนึ่งที่ควรใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือการปฏิบัติตามซุนนะฮฺแห่งฟิฏเราะฮฺ โดยเฉพาะการตัดหนวด

     ลองพิจารณาดูว่า หากพ่อปล่อยหนวดยาวและหนา ไม่ปฏิบัติตามซุนนะฮฺในการตัดหนวด แล้วเขาก้มลงจูบลูกน้อยบริเวณริมฝีปากหรือใบหน้า

     หนวดที่หนาและยาวนั้นอาจทำให้เด็กเกิดความรำคาญหรือระคายเคืองได้

     หากเด็กทารกสามารถพูดได้ บางทีเขาอาจกล่าวว่า: “ขออัลลอฮฺทรงทำให้ฉันพ้นจาก ‘ความเมตตา’ แบบนี้ด้วยเถิด!”

     ดังนั้น ส่วนหนึ่งของความเมตตาต่อเด็ก ก็คือการปฏิบัติตามซุนนะฮฺ เช่น การตัดหนวด เพื่อว่าเมื่อพ่อจูบลูกน้อย ริมฝีปากของเขาจะสัมผัสแก้มของลูกโดยไม่ทำให้เด็กเจ็บหรือระคายเคือง และเรื่องนี้ก็มีผลต่อภรรยาด้วยเช่นกัน

ขออัลลอฮฺทรงปรับปรุงแก้ไขสภาพของเราให้ดีงามด้วยเถิด

 

 

 

 อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

ฮุกุ่มเกี่ยวกับภรรยาที่ขึ้นเสียงใส่สามีในเรื่องชีวิตคู่ ?

     การที่ภรรยาขึ้นเสียงใส่สามี ถือเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทที่ไม่ดี เนื่องจากสามีเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบต่อนาง 

     ดังนั้น ภรรยาจึงควรให้เกียรติสามี และพูดจาต่อเขาด้วยมารยาทที่ดี เพราะสิ่งนี้ย่อมเป็นหนทางที่ช่วยให้ทั้งสองมีความปรองดอง และรักษาความรักความผูกพันระหว่างกันเอาไว้

     เช่นเดียวกัน สามีก็ต้องปฏิบัติต่อภรรยาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างดีงาม เพราะการครองชีวิตคู่เป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีหน้าที่ต่อกันเช่นเดียวกัน 

     อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า:

﴿وَعَاشِرُوهُنَّ بِالْمَعْرُوفِ فَإِن كَرِهْتُمُوهُنَّ فَعَسَىٰ أَن تَكْرَهُوا شَيْئًا وَيَجْعَلَ اللَّهُ فِيهِ خَيْرًا كَثِيرًا﴾

     “และจงใช้ชีวิตร่วมกับพวกนางด้วยดี แล้วหากพวกเจ้ารังเกียจพวกนาง ก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกเจ้ารังเกียจสิ่งหนึ่ง ทั้งที่อัลลอฮฺทรงทำให้ในสิ่งนั้นมีความดีงามอย่างมากมาย”

(ซูเราะฮ์อันนิซาอฺ19)

     ดังนั้น คำแนะนำของฉันที่มีต่อภรรยาคนนี้ก็คือ จงยำเกรงอัลลอฮฺในการปฏิบัติต่อตนเองและสามี และอย่าขึ้นเสียงใส่สามี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสามีพูดกับนางด้วยความนุ่มนวลและใช้น้ำเสียงที่เบา

 

 

 

 ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ – ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ – 

 

จงระวังคำหวานที่ซ่อนเจตนาร้าย

     "มีสตรีผู้ศรัทธา สตรีที่ดี และสตรีผู้บริสุทธิ์มีเกียรติจำนวนไม่น้อย ที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของตนด้วยอีหม่าน ความยำเกรง และความดีงาม

     แต่แล้ววันหนึ่ง..ก็มีหมาป่าตัวหนึ่งยื่นมือเข้ามาใกล้ชิดนาง ใช้ถ้อยคำอ่อนหวาน พูดจาหว่านล้อม ผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นๆ

     จนกระทั่งสามารถชักนำนางสู่สิ่งที่อาจทำลายความบริสุทธิ์ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของนางได้"

【من كتاب ﻣﻮﻋﻈﺔ ﺍلنّساﺀ (صـ42)】

      ข้อเตือนใจ : ไม่ใช่ทุกถ้อยคำหวานหูจะมาพร้อมกับความจริงใจ  และไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดจะมีเจตนาที่ดี

     จงรักษาขอบเขตที่อัลลอฮฺทรงกำหนด และระมัดระวังความสัมพันธ์ที่อาจค่อยๆ นำพาหัวใจออกห่างจากสิ่งที่ถูกต้อง 

 

 

 

คู่ครองที่ดีคือความโปรดปรานอันล้ำค่า

     บุตรชายคนหนึ่งของชัยคฺ มุฮัมมัด บิน อาดัม อัลอัษยูบีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- ได้เล่าว่า

     "ครั้งหนึ่ง ขณะที่ชัยคฺกำลังเจ็บป่วย ท่านได้กล่าวกับภรรยาของท่านว่า

     'โปรดให้อภัยฉันด้วยนะ ฉันทำให้เธอต้องเหน็ดเหนื่อย  เธอต้องอดทนกับความยากลำบาก ความขัดสน และความไม่สะดวกสบายต่างๆที่เกิดขึ้นจากฉัน'

     ภรรยาของท่านจึงตอบกลับว่า:

     “ท่านพูดอะไรเช่นนั้น ? ท่านได้นำพาพวกเราให้ได้สัมผัสกับสรวงสวรรค์ในดุนยานี้แล้ว ก่อนที่เราจะได้ก้าวเข้าสู่สรวงสวรรค์เสียอีก"

[اضاءات، لسالم العماري، ص١٤]

 

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•