
โลกนี้ตัวใครตัวมัน แล้วโลกหน้าใครช่วยเรา ?
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
โลกปัจจุบันทำให้เราเห็นความจริงอย่างหนึ่งชัดขึ้นทุกวันว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์แต่ละคนก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง วันที่เรามีความสุข อาจมีคนมากมายอยู่รอบตัว แต่วันที่เรามีปัญหา คนที่เคยอยู่ใกล้บางคนก็อาจหายไป
เมื่อเจ็บป่วย เราเป็นคนรู้สึกถึงความเจ็บนั้นเอง
เมื่อมีหนี้ เราเป็นคนต้องรับภาระ
เมื่อสอบ เราเป็นคนต้องตอบ
เมื่อทำงาน เราเป็นคนต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง
แม้แต่คนที่รักเราที่สุด ก็ช่วยเราได้เพียงเท่าที่เขาสามารถช่วยได้ นี่เป็นเพียง "โลกดุนยา" ที่มนุษย์ยังสามารถพึ่งพากันได้ ยังโทรหากันได้ ยังยืมเงินกันได้ ยังขอคำแนะนำกันได้ และยังมีโอกาสกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด
แล้วถ้าเป็น "โลกหน้า" ล่ะ ? วันที่ไม่มีเงิน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีเส้นสาย ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก และไม่มีโอกาสย้อนกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง
อัลลอฮ์ตรัสว่า
> **يَوْمَ يَفِرُّ الْمَرْءُ مِنْ أَخِيهِ وَأُمِّهِ وَأَبِيهِ وَصَاحِبَتِهِ وَبَنِيهِ لِكُلِّ امْرِئٍ مِّنْهُمْ يَوْمَئِذٍ شَأْنٌ يُغْنِيهِ**
“ในวันนั้น คนหนึ่งจะหนีจากพี่น้องของเขา จากมารดาและบิดาของเขา จากภรรยาและลูก ๆ ของเขา
เพราะในวันนั้นทุกคนต่างมีเรื่องของตนเอง ที่ทำให้เขาไม่มีเวลาสนใจผู้อื่น”
(อัลกุรอาน สูเราะฮ์อับะสะฮ์ 80:34–37)
ลองคิดดูว่า หากในโลกนี้บางครั้งยังเป็น “ตัวใครตัวมัน” แล้วในวันกิยามะฮ์จะยิ่งขนาดไหน
พ่อแม่ที่รักลูกที่สุดก็มีเรื่องของตนเอง ลูกที่รักพ่อแม่ก็มีเรื่องของตนเอง สามี ภรรยา พี่น้อง และเพื่อนสนิท ทุกคนกำลังรอผลการตัดสินของตัวเอง วันนั้นสิ่งที่เดินทางไปกับเราจริง ๆ คือ สิ่งที่เราได้ทำไว้
อัลลอฮ์ตรัสว่า
> **وَأَن لَّيْسَ لِلْإِنسَانِ إِلَّا مَا سَعَىٰ**
“และมนุษย์จะไม่ได้รับสิ่งใด นอกจากสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้”
(อันนัจม์ 53:39)
นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องย้ำกับตัวเองบ่อย ๆ ว่า “การงานที่ดีไม่ใช่สิ่งเสริมของชีวิต แต่เป็นเสบียงของชีวิตหลังความตาย”
ทรัพย์สินที่เราสะสมไว้ วันหนึ่งต้องทิ้งมัน
บ้านที่เราสร้าง วันหนึ่งคนอื่นจะอยู่
รถที่เรารัก วันหนึ่งคนอื่นอาจเป็นเจ้าของ
ตำแหน่งที่เราภูมิใจ วันหนึ่งจะมีคนอื่นมานั่งแทน
ชื่อเสียงที่ผู้คนพูดถึง วันหนึ่งก็จะค่อย ๆ เลือนหาย
แต่ละหมาดที่ทำเพื่ออัลลอฮ์ เศาะดะเกาะฮ์ที่ให้ด้วยความจริงใจ
ความดีที่ทำโดยไม่มีใครเห็น น้ำตาจากการเตาบะฮ์
การช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ความรู้ที่ถ่ายทอด
และคำพูดดี ๆ ที่เคยทำให้ใครคนหนึ่งกลับมาหาอัลลอฮ์
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เราอาจพบมันอีกครั้งในวันที่เราต้องการมันมากที่สุด
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า
> **يَتْبَعُ الْمَيِّتَ ثَلَاثَةٌ، فَيَرْجِعُ اثْنَانِ وَيَبْقَى مَعَهُ وَاحِدٌ: يَتْبَعُهُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ وَعَمَلُهُ، فَيَرْجِعُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ وَيَبْقَى عَمَلُهُ**
“สามสิ่งจะตามผู้ตายไป คือ ครอบครัว ทรัพย์สิน และการงานของเขา สองสิ่งจะกลับไป และหนึ่งสิ่งจะอยู่กับเขา
ครอบครัวและทรัพย์สินจะกลับไป ส่วนการงานของเขาจะคงอยู่กับเขา”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)
หะดีษนี้สั้นมาก แต่เพียงพอที่จะเปลี่ยนวิธีมองชีวิตของเราได้ สิ่งที่เราใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อสะสม ส่วนใหญ่เดินทางไปกับเราได้เพียงถึงปากหลุมฝังศพ คนที่เรารักส่งเราได้ถึงกุบูร ทรัพย์สินซื้อผ้ากะฝั่นให้เราได้ แต่หลังจากนั้น การงานของเราต่างหากที่จะอยู่กับเรา
และแม้ความตายจะมาถึง การงานบางอย่างยังสามารถสร้างผลบุญต่อไปได้ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
> **إِذَا مَاتَ الْإِنْسَانُ انْقَطَعَ عَنْهُ عَمَلُهُ إِلَّا مِنْ ثَلَاثَةٍ: إِلَّا مِنْ صَدَقَةٍ جَارِيَةٍ، أَوْ عِلْمٍ يُنْتَفَعُ بِهِ، أَوْ وَلَدٍ صَالِحٍ يَدْعُو لَهُ**
“เมื่อมนุษย์เสียชีวิต การงานของเขาจะสิ้นสุดลง เว้นแต่สามประการ คือ
เศาะดะเกาะฮ์ญารียะฮ์ ความรู้ที่ผู้คนได้รับประโยชน์จากมัน และลูกที่ดีซึ่งขอดุอาอ์ให้แก่เขา”
(บันทึกโดยมุสลิม)
เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า วันนี้เรามีอะไร ?
แต่ควรถามว่า วันนี้เรากำลังส่งอะไรไปข้างหน้าบ้าง ?
อัลลอฮ์ตรัสว่า
> **يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ وَلْتَنظُرْ نَفْسٌ مَّا قَدَّمَتْ لِغَدٍ**
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงยำเกรงอัลลอฮ์ และทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่า ตนได้ส่งสิ่งใดไว้สำหรับวันพรุ่งนี้”
(อัลหัชรฺ 59:18)
คำว่า “วันพรุ่งนี้” ในอายะฮ์นี้ทำให้โลกหน้าดูใกล้กว่าที่เราคิด เราอาจวางแผนชีวิตอีกสิบปี วางแผนเกษียณอีกยี่สิบปี วางแผนว่าจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อมีเวลา แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเราจะมี “พรุ่งนี้” ของโลกนี้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ บรรดานักวิชาการและคนรุ่นก่อนจึงเตือนให้เห็นคุณค่าของเวลาอยู่เสมอ
อัลหะสัน อัลบัศรีย์ رحمه الله กล่าวว่าโดยความหมายว่า “โอ้ลูกหลานอาดัม แท้จริงเจ้าเป็นเพียงวันเวลาจำนวนหนึ่ง เมื่อวันหนึ่งของเจ้าผ่านไป ส่วนหนึ่งของตัวเจ้าก็ผ่านไปด้วย”
ชีวิตจึงไม่ได้ลดลงเฉพาะเมื่อเราแก่ลง แต่มันลดลงทุกครั้งที่พระอาทิตย์ตก วันนี้ผ่านไปหนึ่งวัน หมายความว่าเราเข้าใกล้อาคิเราะฮ์อีกหนึ่งวัน
อิบนุลก็อยยิม رحمه الله อธิบายไว้ในงานเขียนของท่านหลายแห่งถึงความสำคัญของเวลาและการงานว่า การสูญเสียเวลานั้นร้ายแรง เพราะเวลาที่ผ่านไปคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
สิ่งที่น่ากลัวจึงไม่ใช่แค่การทำความผิด แต่คือการใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เตรียมอะไรสำหรับวันที่ต้องพบอัลลอฮ์
โลกปัจจุบันสอนเราอยู่แล้วว่า อย่าคาดหวังว่าทุกคนจะอยู่ช่วยเราเสมอไป แต่ศาสนาสอนเราลึกกว่านั้นว่า จงอย่าฝากอนาคตในอาคิเราะฮ์ไว้กับใครเลย
อย่าคิดว่าเพราะครอบครัวเป็นคนดี เราจึงปลอดภัย
อย่าคิดว่าเพราะอยู่ใกล้คนมีความรู้ เราจึงมีการงานดีตามเขา
อย่าคิดว่าเพราะคนอื่นขอดุอาอ์ให้ เราจึงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงตัวเอง
ทุกคนกำลังเดินไปหาอัลลอฮ์ด้วยบัญชีของตัวเอง และในที่สุด ชีวิตดุนยานี้จะกลายเป็นเพียงความทรงจำสั้น ๆ
อัลลอฮ์ตรัสว่า
كُلُّ نَفْسٍ ذَائِقَةُ الْمَوْتِ ۗ وَإِنَّمَا تُوَفَّوْنَ أُجُورَكُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ
“ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย และแท้จริงพวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนอย่างครบถ้วนในวันกิยามะฮ์”
(อาลิอิมรอน 3:185)
ดังนั้น ถ้าวันนี้ยังมีโอกาสละหมาด ก็จงละหมาด ถ้ายังมีโอกาสเตาบะฮ์ ก็จงเตาบะฮ์ ถ้ายังมีทรัพย์ให้บริจาค ก็จงแบ่งปัน ถ้ายังมีพ่อแม่ จงทำดีกับท่าน ถ้ายังมีความรู้ จงแบ่งปันสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถ้าเคยทำผิดต่อใคร จงรีบขออภัย และถ้ารู้ว่ามีสิ่งใดระหว่างเรากับอัลลอฮ์ที่ยังต้องแก้ไข ก็อย่าผัดมันไปถึงวันพรุ่งนี้
เพราะสุดท้ายแล้ว...โลกนี้ ต่อให้มีคนรักเรามากเพียงใด ก็ไม่มีใครใช้ชีวิตแทนเราได้
และโลกหน้า ก็ไม่มีใครสามารถนำการงานที่เราควรทำวันนี้ มาทำแทนเราในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป
สิ่งที่เราควรสะสมมากที่สุดจึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่จะทำให้ชีวิตวันนี้สบาย แต่คือ การงานที่ดีที่จะทำให้วันที่เรายืนต่อหน้าอัลลอฮ์ เป็นวันที่เรามีสิ่งติดตัวไป
วันนี้เรายังมีเวลา ยังมีลมหายใจ และยังมีโอกาสส่งบางสิ่งไปยังโลกหน้า จงทำให้ก่อนวันที่เราอยากทำ…แต่ไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว