
วันที่คนชั่วอยากให้ทุกคนลงนรกแทนเขา
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
มีช่วงเวลาหนึ่งที่มนุษย์อาจค้นพบความจริงที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต—ไม่ใช่วันที่เราสูญเสียทรัพย์สิน ไม่ใช่วันที่ตำแหน่งหายไป และไม่ใช่วันที่ผู้คนเลิกชื่นชมเรา แต่คือ **วันที่เรารู้ว่า หากความตายมาถึง เราจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์เพียงลำพัง และไม่มีใครสามารถรับโทษแทนเราได้
ในโลกนี้ เมื่อเราทำผิด เราอาจพยายามโยนความผิดให้คนอื่น “เพราะเขาชักนำฉัน” “เพราะสังคมทำให้ฉันเป็นแบบนี้” “เพราะเพื่อน” “เพราะครอบครัว” “เพราะคนที่ฉันติดตาม” “เพราะคนในโลกออนไลน์ทำกันทั้งนั้น” แต่เมื่อถึงวันกิยามะฮ์ คำแก้ตัวเหล่านั้นจะไม่สามารถช่วยเราได้
อัลลอฮ์ตรัสว่า
وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٌ وِزْرَ أُخْرَىٰ
“และไม่มีผู้แบกภาระคนใดที่จะแบกภาระของผู้อื่น”
(อัลกุรอาน 6:164)
นี่คือวันที่มนุษย์จะเข้าใจอย่างแท้จริงว่า “ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ไม่มีใครรับแทนได้”
วันที่เราอยากให้คนอื่นลงนรกแทนเรา....
ในโลกนี้ เราอาจเห็นคนทำความชั่วแล้วหัวเราะ เห็นคนละทิ้งละหมาดแล้วไม่รู้สึกอะไร เห็นคนทำบาปแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร” เห็นคนหลงอยู่กับอบายมุข ความใคร่ เงินทอง ชื่อเสียง และความบันเทิง บางคนยังสามารถพูดว่า “ใคร ๆ ก็ทำกัน” “เดี๋ยวค่อยเตาบะฮ์” “ยังมีเวลาอีกเยอะ” แต่เมื่อม่านของโลกถูกเปิดออก และมนุษย์เห็นนรกต่อหน้าต่อตา ความคิดทั้งหมดจะเปลี่ยนไป
อัลลอฮ์ตรัสถึงสภาพของผู้ปฏิเสธศรัทธาในวันนั้นว่า
**يَوَدُّ الْمُجْرِمُ لَوْ يَفْتَدِي مِنْ عَذَابِ يَوْمِئِذٍ بِبَنِيهِ وَصَاحِبَتِهِ وَأَخِيهِ وَفَصِيلَتِهِ الَّتِي تُؤْوِيهِ وَمَن فِي الْأَرْضِ جَمِيعًا ثُمَّ يُنجِيهِ
“คนชั่วจะปรารถนาในวันนั้นว่า หากเขาสามารถไถ่ตัวเองให้พ้นจากการลงโทษด้วยลูก ๆ ของเขา ภรรยาของเขา
พี่ชายของเขา เครือญาติของเขาที่เคยให้ที่พึ่งแก่เขา และผู้คนทั้งหมดบนแผ่นดิน แล้วให้สิ่งนั้นช่วยเขาให้รอดพ้นได้”
(อัลกุรอาน 70:11–14)
ลองคิดดูว่า ความกลัวนรกจะรุนแรงเพียงใด ถึงขั้นที่มนุษย์พร้อมจะเอาคนที่ตนรักที่สุดมาแลกกับการช่วยเหลือตัวเอง แต่ไม่มีใครรับแทนได้ ในวันนั้น “คนที่เรารัก” ก็ช่วยเราไม่ได้
อัลกุรอานเตือนว่า เมื่อถึงวันกิยามะฮ์ ความสัมพันธ์ทางโลกจะไม่เหมือนเดิม
> **يَوْمَ يَفِرُّ الْمَرْءُ مِنْ أَخِيهِ وَأُمِّهِ وَأَبِيهِ وَصَاحِبَتِهِ وَبَنِيهِ لِكُلِّ امْرِئٍ مِّنْهُمْ يَوْمَئِذٍ شَأْنٌ يُغْنِيهِ**
“วันที่มนุษย์จะหนีจากพี่ชายของเขา จากมารดาและบิดาของเขา จากภรรยาและลูก ๆ ของเขา
เพราะในวันนั้นทุกคนต่างมีเรื่องของตนเองที่ทำให้เขาไม่สนใจผู้อื่น”
(อัลกุรอาน 80:34–37)
วันนี้เราอาจพูดว่า “ฉันทำเพื่อครอบครัว” “ฉันต้องหาเงินเพื่อภรรยาและลูก” “ฉันทำตามเพื่อน” “ฉันทำตามสังคม”
แต่คำถามสำคัญในวันนั้นจะไม่ใช่เพียงว่า ใครทำให้คุณทำ?” แต่คือ คุณทำอะไรกับชีวิตที่เราให้แก่คุณ?
นรกไม่ใช่เรื่องเล่าเพื่อทำให้กลัว แต่เป็นความจริงที่อัลลอฮ์ทรงเตือน อัลลอฮ์ไม่ได้กล่าวถึงนรกเพียงเพื่อสร้างความหวาดกลัว แต่เพื่อปลุกมนุษย์ก่อนที่จะสายเกินไป
พระองค์ตรัสว่า
فَأَنذَرْتُكُمْ نَارًا تَلَظَّىٰ
“ดังนั้น ข้าจึงเตือนพวกเจ้าถึงไฟที่ลุกโชน”
(อัลกุรอาน 92:14)
และตรัสว่า
فَاتَّقُوا النَّارَ الَّتِي وَقُودُهَا النَّاسُ وَالْحِجَارَةُ
“ดังนั้นจงป้องกันตัวของพวกเจ้าจากไฟนรก ซึ่งเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และก้อนหิน”
(อัลกุรอาน 2:24)
ผู้ศรัทธาจึงไม่ได้ใช้ชีวิตระหว่าง “ความหวัง” เพียงอย่างเดียว แต่ดำเนินชีวิตระหว่าง ความหวังในความเมตตาของ อัลลอฮ์ และความกลัวต่อการลงโทษของพระองค์
ท่านนบี ﷺ สอนให้เราระลึกถึงนรกอย่างจริงจัง ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
لَوْ تَعْلَمُونَ مَا أَعْلَمُ لَضَحِكْتُمْ قَلِيلًا وَلَبَكَيْتُمْ كَثِيرًا
“หากพวกท่านรู้ในสิ่งที่ฉันรู้ พวกท่านจะหัวเราะน้อยลง และร้องไห้มากขึ้น”
(รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
นี่ไม่ใช่คำสอนให้มนุษย์หมดหวัง แต่เป็นคำสอนให้มนุษย์ อย่าประมาทต่อโลกหน้า
คนที่รู้ว่าตนเองต้องตาย จะไม่ใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่มีวันตาย
คนที่รู้ว่าต้องถูกสอบสวน จะไม่ใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่ต้องรับผิดชอบ
และคนที่เชื่อว่านรกมีจริง จะไม่หัวเราะกับบาปเหมือนกับว่าบาปไม่มีผลอะไร
ไฟนรกในโลกหน้า รุนแรงกว่าที่มนุษย์จินตนาการ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า ไฟของโลกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากไฟนรก
ในหะดีษเศาะฮีหฺ ท่านกล่าวว่า
نَارُكُمْ هَذِهِ الَّتِي يُوقِدُ ابْنُ آدَمَ جُزْءٌ مِنْ سَبْعِينَ جُزْءًا مِنْ حَرِّ جَهَنَّمَ
“ไฟของพวกท่านนี้ที่มนุษย์จุดขึ้นมา เป็นเพียงหนึ่งส่วนจากเจ็ดสิบส่วนของความร้อนแห่งญะฮันนัม”
(เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ และเศาะฮีหฺมุสลิม)
ถ้าเพียงไฟธรรมดาที่มนุษย์รู้จักก็สามารถทำให้เรากลัวได้ แล้วเราจะประมาทต่อไฟนรกได้อย่างไร ?
สลัฟไม่ได้มองเรื่องนรกเป็นเรื่องไกลตัว.....
บรรดาสลัฟไม่ได้เพียงพูดเรื่องนรก แต่พวกเขามี ความกลัวต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริง
มีรายงานจากท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ رضي الله عنه ว่า ท่านกล่าวในความหมายว่า
“หากมีเสียงประกาศจากฟากฟ้าว่า ทุกคนจะเข้าสวรรค์ ยกเว้นชายเพียงคนเดียว ฉันก็เกรงว่าชายคนนั้นจะเป็นฉัน
และหากมีเสียงประกาศว่าทุกคนจะเข้าสู่นรก ยกเว้นชายเพียงคนเดียว ฉันก็หวังว่าชายคนนั้นจะเป็นฉัน”
นี่คือสภาพของหัวใจที่รู้จักอัลลอฮ์ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่คือ การไม่มั่นใจในความดีของตัวเอง และไม่รู้สึกว่าตนเองปลอดภัยจากการลงโทษ
อัลลอฮ์ตรัสว่า
فَلَا يَأْمَنُ مَكْرَ اللَّهِ إِلَّا الْقَوْمُ الْخَاسِرُونَ
“ไม่มีผู้ใดรู้สึกปลอดภัยจากแผนการของอัลลอฮ์ นอกจากกลุ่มชนที่ขาดทุน”
(อัลกุรอาน 7:99)
ยิ่งรู้จักอัลลอฮ์ ยิ่งกลัวพระองค์.....
ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การกลัวแบบไร้ความหวัง แต่คือความกลัวที่ผลักให้เรากลับไปหาอัลลอฮ์
อัลลอฮ์ตรัสว่า
فَلَا تَخَافُوهُمْ وَخَافُونِ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ
“ดังนั้นพวกเจ้าอย่ากลัวพวกเขา แต่จงกลัวข้า หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา”
(อัลกุรอาน 3:175)
คนในยุคปัจจุบันจำนวนมากกลัวสิ่งต่าง ๆ มากมาย กลัวไม่มีเงิน , กลัวไม่มีตำแหน่ง , กลัวคนไม่ชอบ , กลัวเสียชื่อเสียง , กลัวถูกวิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย , กลัวไม่มีผู้ติดตาม แต่กลับ ไม่กลัววันที่จะถูกนำตัวไปยืนต่อหน้าอัลลอฮ์ นี่คือความผิดปกติของหัวใจ
เรากลัวความคิดเห็นของมนุษย์มากกว่าการพิพากษาของพระผู้เป็นเจ้า เรากลัวเสียทรัพย์มากกว่ากลัวเสียอีมาน เรากลัวความเจ็บปวดเพียงไม่กี่ชั่วโมงในโลกนี้ แต่กลับไม่เตรียมตัวสำหรับโลกหน้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด “วันที่ไม่มีใครยอมลงนรกแทนเรา”
ลองจินตนาการถึงวันหนึ่ง เรายืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ หนังสือการงานถูกเปิดออก ละหมาดของเราถูกนำมา สายตาที่เราใช้มองสิ่งต้องห้ามถูกนำมา คำพูดที่เราใช้ทำร้ายคนอื่นถูกนำมา การนินทาถูกนำมา การโกหกถูกนำมา เงินที่เราได้มาอย่างไม่ถูกต้องถูกนำมา บาปที่เราคิดว่าไม่มีใครรู้ถูกนำมา ทุกอย่างถูกบันทึกไว้
อัลลอฮ์ตรัสว่า
وَوُضِعَ الْكِتَابُ فَتَرَى الْمُجْرِمِينَ مُشْفِقِينَ مِمَّا فِيهِ
“และสมุดบันทึกการงานก็ถูกวางไว้ แล้วเจ้าจะเห็นบรรดาคนทำผิดหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่ในนั้น
(อัลกุรอาน 18:49)
ในวันนั้นเราอาจอยากพูดว่า “ขอให้คนอื่นรับแทนฉัน” แต่จะไม่มีใครรับ เราอาจอยากกลับไปโลกอีกครั้ง แต่จะไม่มีวันกลับ อัลลอฮ์ตรัสถึงความเสียใจของมนุษย์ว่า
رَبِّ ارْجِعُونِ لَعَلِّي أَعْمَلُ صَالِحًا فِيمَا تَرَكْتُ
“โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์กลับไป เพื่อข้าพระองค์จะได้ทำความดีในสิ่งที่ข้าพระองค์ทิ้งไว้”
แต่คำตอบคือ
كَلَّا “ไม่เลย”
(อัลกุรอาน 23:99–100)
แต่ประตูยังเปิดอยู่ ตราบใดที่เรายังมีชีวิต.....
บทความเรื่องนรกไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่า “เราหมดหวังแล้ว” ตรงกันข้าม เรายังมีโอกาส ตราบใดที่วิญญาณยังไม่ถึงลำคอ ประตูเตาบะฮ์ยังเปิดอยู่
อัลลอฮ์ตรัสว่า
قُلْ يَا عِبَادِيَ الَّذِينَ أَسْرَفُوا عَلَىٰ أَنفُسِهِمْ لَا تَقْنَطُوا مِن رَّحْمَةِ اللَّهِ ۚ إِنَّ اللَّهَ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ جَمِيعًا
“จงกล่าวเถิด โอ้บ่าวของข้า ผู้ซึ่งละเมิดต่อชีวิตของตนเอง
อย่าสิ้นหวังจากความเมตตาของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยบาปทั้งหลาย”
(อัลกุรอาน 39:53)
ดังนั้น ความกลัวนรกที่ถูกต้องต้องนำไปสู่การเตาบะฮ์ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง**
ถ้าเรากลัวนรก—จงละหมาด
ถ้าเรากลัวนรก—จงละบาป
ถ้าเรากลัวนรก—จงคืนสิทธิของผู้คน
ถ้าเรากลัวนรก—จงเลิกนินทา
ถ้าเรากลัวนรก—จงเลิกสิ่งต้องห้าม
ถ้าเรากลัวนรก—จงกลับสู่อัลกุรอาน
ถ้าเรากลัวนรก—จงรักษาเตาฮีด
ถ้าเรากลัวนรก—จงทำให้หัวใจผูกพันกับอัลลอฮ์
บทเรียนสำหรับยุคที่มนุษย์กลัวทุกอย่าง ยกเว้นโลกหน้า เราอยู่ในยุคที่มนุษย์ถูกสอนให้กลัวหลายสิ่ง กลัวจนไม่มีเงิน กลัวตกงาน กลัวแพ้ กลัวไม่มีชื่อเสียง กลัวไม่มีความสำเร็จ กลัวไม่มีคนกดถูกใจ กลัวคำวิจารณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่โลกสมั ใหม่แทบไม่พูดถึงคือ “จงกลัววันที่จะต้องยืนต่อหน้าอัลลอฮ์”
เราจึงต้องถามตัวเองว่า วันนี้เรากลัวอะไรที่สุด?
ถ้าคำตอบคือ “กลัวคน” เราต้องกลับไปทบทวนอีมาน
ถ้าคำตอบคือ “กลัวความจน” เราต้องทบทวนความไว้วางใจต่ออัลลอฮ์
ถ้าคำตอบคือ “กลัวตาย” เราต้องถามตัวเองว่า เราเตรียมอะไรไว้สำหรับหลังความตายแล้ว?
และถ้าคำตอบคือ “ฉันกลัวนรก”
จงอย่าหยุดอยู่ที่ความกลัว จงเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นการกลับไปหาอัลลอฮ์ อย่ารอวันที่อยากให้คนอื่นลงนรกแทนเรา
วันหนึ่งเราอาจยืนอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีเงินซื้อชีวิตกลับมา ไม่มีครอบครัวซื้อชีวิตกลับมาให้ ไม่มีเพื่อนซื้อชีวิตกลับมาให้ ไม่มีผู้ติดตามซื้อชีวิตกลับมาให้ ไม่มีตำแหน่งซื้อชีวิตกลับมาให้ ไม่มีชื่อเสียงซื้อชีวิตกลับมาให้ และไม่มีใครสามารถรับผิดแทนเราได้
วันนั้นเราจะรู้ว่า สิ่งที่เราต้องการที่สุดไม่ใช่ทรัพย์สินทั้งหมดในโลก แต่คือ การได้รับความเมตตาจากอัลลอฮ์ ดังนั้น ก่อนที่เราจะถึงวันนั้น จงถามตัวเองทุกคืนว่า ถ้าฉันตายคืนนี้ ฉันพร้อมหรือยัง?
ถ้าคำตอบคือ “ยังไม่พร้อม” อย่ารอพรุ่งนี้
จงละหมาดคืนนี้
จงเตาบะฮ์คืนนี้
จงคืนสิทธิให้เจ้าของคืนนี้
จงหยุดบาปคืนนี้
จงเปิดอัลกุรอานคืนนี้
จงร้องไห้ต่ออัลลอฮ์คืนนี้
เพราะเราไม่รู้ว่า “คืนนี้” คือคืนสุดท้ายของเราในโลกนี้หรือไม่ และเมื่อวันนั้นมาถึง เราอาจอยากให้ใครสักคนลงนรกแทนเรา แต่ความจริงคือ ไม่มีใครลงนรกแทนเราได้
ดังนั้นจงอย่ารอวันที่เราต้องการสิ่งที่ไม่มีใครสามารถให้ได้ จงเตรียมตัวสำหรับวันที่เราจะยืนต่อหน้าอัลลอฮ์ ก่อนที่ความตายจะเตือนเราโดยไม่มีโอกาสให้กลับมาอีกครั้ง
اللَّهُمَّ أَجِرْنَا مِنَ النَّارِ، وَأَدْخِلْنَا الْجَنَّةَ بِرَحْمَتِكَ
“โอ้อัลลอฮ์ โปรดให้เราพ้นจากไฟนรก และโปรดให้เราเข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์”