การทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์สำหรับเด็ก
  จำนวนคนเข้าชม  48

การทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์สำหรับเด็ก

 

อ.อับดุลวาเฮด สุคนธา...เรียบเรียง 

 

     การทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์ของเด็กนั้น ถือว่าใช้ได้ ไม่ว่าเด็กจะเป็นเด็กที่รู้จักแยกแยะ หรือยังไม่รู้จักแยกแยะ ตามทัศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่ และยิ่งไปกว่านั้น มีมติเอกฉันท์ของนักวิชาการ ในเรื่องนี้

     มีรายงานจากท่านอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า:        

 

 أنَّ النبي صلى الله عليه وآله وسلم لقي رَكْبًا بِالرَّوْحَاءِ، فقال: مَنِ الْقَوْمُ؟  قَالُوا: الْمُسْلِمُونَ، فَقَالُوا: مَنْ أَنْتَ؟ قَالَ: رَسُولُ اللهِ، فَرَفَعَتْ إِلَيْهِ امْرَأَةٌ صَبِيًّا، فَقَالَتْ: أَلِهَذَا حَجٌّ؟ قَالَ: نَعَمْ، وَلَكِ أَجْرٌ

 

ท่านนบี ﷺ ได้พบกับคณะเดินทางกลุ่มหนึ่งที่อัรเราฮาอ์ 

ท่านนบี ถามว่า พวกท่านเป็นใคร?    

พวกเขาตอบว่า พวกเราเป็นมุสลิม

แล้วพวกเขาถามว่า แล้วท่านเป็นใคร?

ท่านตอบว่า ฉันคือศาสนทูตของอัลลอฮฺ

จากนั้นหญิงคนหนึ่งได้ยกเด็กคนหนึ่งขึ้นมา แล้วถามว่า เด็กคนนี้สามารถทำฮัจญ์ได้หรือไม่?

ท่านนบี ﷺ ตอบว่า  ได้ และสำหรับเธอนั้นมีผลบุญ

(บันทึกโดย อิมามมุสลิม )

 

     ท่านกอฎีย์ อิยาฎ เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า  ไม่มีความขัดแย้งระหว่างบรรดาอิมามแห่งวิชาความรู้เกี่ยวกับการอนุญาตให้เด็กทำฮัจญ์ ยกเว้นกลุ่มหนึ่งจากพวกบิดอะฮ์ที่ห้ามเรื่องนี้ ซึ่งไม่ควรให้ความสำคัญกับคำพูดของพวกเขา

     การกระทำของท่านนบี ﷺ ก็เป็นหลักฐานในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับมติของบรรดาอิมามและบรรดาเศาะหาบะฮ์ ซึ่งเป็นการโต้แย้งคำพูดของพวกเขา  

(จากหนังสือ อิกมาลุลมุอัลลิม บิฟะวาอิด มุสลิม )

 

 

เด็กที่ยังไม่รู้จักแยกแยะ

 

     สำหรับเด็กที่ยังไม่รู้จักแยกแยะ ผู้ปกครองของเด็กเป็นผู้ตั้งเจตนาแทนเด็ก และกล่าวตัลบียะฮ์แทนเด็ก

     การตั้งเจตนาสำหรับการเข้าสู่อิหฺรอมนั้นอยู่ที่ หัวใจ กล่าวคือ ผู้ปกครองตั้งเจตนาว่า เด็กของตนได้เข้าสู่อิหฺรอมเพื่อทำอุมเราะฮ์ และได้เข้าสู่พิธีกรรมอุมเราะฮ์แล้ว

     และเป็นสุนัตให้ผู้ปกครองกล่าวตัลบียะฮ์แทนเด็ก โดยกล่าวว่า:    لَبَّيْكَ اللَّهُمَّ عُمْرَةً عَنْ فُلَانَةَ

“ โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอตอบรับพระองค์เพื่อทำอุมเราะฮ์แทน (ชื่อของเด็ก)”

     โดยให้เอ่ยชื่อของเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากมีรายงานจากท่านญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า: “พวกเราได้กล่าวตัลบียะฮ์แทนเด็ก ๆ และขว้างเสาหินแทนพวกเขา “

(บันทึกโดยอะหมัดและอิบนุมาญะฮ์ แต่สายรายงานนี้มีความอ่อน)

 

     ท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า :  คนใบ้ คนป่วย และเด็ก ให้กล่าวตัลบียะฮ์แทนพวกเขา

 

     ความหมายโดยปรากฏของคำกล่าวนี้คือ หากเด็กไม่สามารถกล่าวตัลบียะฮ์ด้วยตนเองได้ ก็ให้ผู้อื่นกล่าวแทน เนื่องจากท่านญาบิรได้กล่าวถึงการที่พวกเขากล่าวตัลบียะฮ์แทนเด็ก และสาเหตุก็เนื่องจากเด็กไม่สามารถกล่าวตัลบียะฮ์ได้ด้วยตนเอง ดังนั้น บุคคลใดก็ตามที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ก็มีหลักการเช่นเดียวกับเด็ก

 

     และเนื่องจากกิจการต่าง ๆ ของฮัจญ์นั้น สามารถให้ผู้อื่นทำแทนได้เมื่อบุคคลนั้นไม่สามารถทำด้วยตนเอง เช่น การขว้างเสาหิน เป็นต้น ดังนั้น หากไม่สามารถกล่าวตัลบียะฮ์ด้วยตนเอง ก็ให้ผู้อื่นกล่าวตัลบียะฮ์แทนได้ จากหนังสือ ชัรหฺอุมดะตุลฟิกฮ์ 

 

     ท่านชัยคฺ อิบนุอุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:  คำว่า ให้เขาเข้าสู่อิหฺรอมแทนเด็กหมายถึง ผู้ปกครองตั้งเจตนาว่า เด็กคนนี้ได้เข้าสู่อิหฺรอมแล้ว ไม่ใช่ตั้งเจตนาว่า ตัวผู้ปกครองเองได้เข้าสู่อิหฺรอมแทนเด็ก เพราะความหมายเช่นนั้นไม่ถูกต้อง

 

     แต่ผู้ปกครองตั้งเจตนาว่าเด็กคนนี้ได้เข้าสู่สภาพอิหฺรอมแล้ว และเมื่อทำเช่นนั้น การเข้าสู่อิหฺรอมของเด็กก็ถือว่าเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์  จาก ตะอ์ลีกอต อิบนุอุษัยมีน อะลัลกาฟี ลิอิบนุกุดามะฮ์ 

 

     สรุป: เด็กสามารถทำฮัจญ์หรืออุมเราะฮ์ได้ แม้จะยังเล็กมากและยังไม่รู้จักแยกแยะ โดยผู้ปกครองเป็นผู้ตั้งเจตนาให้เด็ก และกล่าวตัลบียะฮ์แทนเด็ก ส่วนเด็กจะได้รับผลบุญจากการทำฮัจญ์หรืออุมเราะฮ์นั้น อินชาอัลลอฮ์

 

 

การฏอวาฟและการสะแอของเด็ก

 

     ผู้ปกครองต้องพาให้เด็กทำฏอวาฟและสะแอ ด้วยและผู้ปกครองสามารถอุ้มเด็กขณะทำฏอวาฟและสะแอได้

     แต่สิ่งที่ดีที่สุดในกรณีที่อุ้มเด็ก คือ หากทำฏอวาฟเพียง ครั้งเดียวโดยตั้งเจตนาให้ครอบคลุมทั้งผู้ที่อุ้มและเด็กที่ถูกอุ้ม ก็ถือว่าใช้ได้ตามทัศนะที่ถูกต้องกว่า

 

     ท่านชัยคฺ อิบนุบาซ เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า: หากผู้ที่อุ้มเด็กตั้งเจตนาทำฏอวาฟให้แก่ตนเองและให้แก่เด็กที่ถูกอุ้ม และทำสะแอให้แก่ตนเองและเด็กที่ถูกอุ้มด้วย การกระทำดังกล่าวก็เพียงพอ 

(ตามทัศนะที่ถูกต้องที่สุดจากสองทัศนะ) 

     เพราะท่านนบี ﷺ ไม่ได้สั่งหญิงที่ถามท่านเกี่ยวกับการทำฮัจญ์ของเด็กว่า นางจะต้องทำฏอวาฟให้เด็กเพียงลำพัง และหากการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ท่านนบี ﷺ ย่อมต้องชี้แจงเรื่องดังกล่าว  

(จาก มัจญ์มูอฺ ฟะตาวา อัช-ชัยคฺ อิบนุบาซ )

 

 

หากเด็กไม่สามารถเดินได้

 

     มีผู้ถามท่านชัยคฺ อิบนุญิบรีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านตอบว่า: เมื่อการเข้าสู่อิหฺรอมของเด็กถือว่าใช้ได้แล้ว ผู้ปกครองก็เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเด็ก ดังนั้น ผู้ปกครองจึงจัดเสื้อผ้าให้เด็ก ทำให้เด็กเข้าสู่อิหฺรอม ตั้งเจตนาให้เด็กทำพิธีกรรม และกล่าวตัลบียะฮ์ให้เด็ก และผู้ปกครองจับมือเด็กในขณะที่ทำฏอวาฟและสะแอ 

 

     แต่หากเด็กไม่สามารถเดินได้ เช่น เป็นเด็กเล็กหรือเด็กทารก ก็ไม่เป็นไรที่จะ อุ้มเด็ก และตามทัศนะที่ถูกต้องนั้น ฏอวาฟเพียงครั้งเดียวสามารถครอบคลุมทั้งผู้ที่อุ้มและเด็กที่ถูกอุ้มได้

 

     หากเด็กทำสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อห้ามของอิหฺรอมโดยไม่รู้ เช่น สวมเสื้อผ้าหรือปกปิดศีรษะ ก็ไม่ต้องเสียค่าปรับ (ฟิดยะฮ์) เพราะไม่ได้มีเจตนา แต่หากกระทำโดยเจตนา เช่น มีความจำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าเนื่องจากอากาศหนาวหรือเหตุอื่นที่คล้ายกัน ผู้ปกครองจะต้องชดใช้ฟิดยะฮ์แทนเด็ก จาก ฟะตาวา อิสลามียะฮ์ 

 

 

 วิธีตัดผมของเด็กผู้หญิง

 

     สำหรับวิธีการ ตัดผมของเด็กผู้หญิง ให้ตัดผมออกประมาณ หนึ่งปลายนิ้ว หลังจากรวบผมของเด็กไว้ในมือแล้ว

     แต่หากเด็กทารกมีผมสั้นมากจนไม่สามารถรวบผมเพื่อที่จะตัดได้ ก็ให้ผู้ปกครอง ตัดจากปลายผมเท่าที่สามารถทำได้ ซึ่งถือว่าเพียงพอ เพราะนี่คือสิ่งที่สามารถทำได้ และอัลลอฮ์จะไม่ทรงกำหนดภาระแก่บุคคลใดเกินความสามารถของเขา

 

     อีกทั้งมีนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับจำนวนหนึ่งเห็นว่า แม้ตัดผมออกเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเพียงพอ ดังนั้น ในกรณีที่เด็กมีผมสั้นมาก การตัดออกเพียงเท่าที่สามารถทำได้ย่อมยิ่งเพียงพอ

 

     ท่านอิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:ให้ตัดออกประมาณหนึ่งปลายนิ้ว หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย หรือน้อยกว่านั้นเล็กน้อย และท่านกล่าวว่า สำหรับเราแล้ว เรื่องนี้ไม่มีจำนวนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน สิ่งใดก็ตามที่นางตัดออกจากผม ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับนาง 

( จากหนังสือ อัลมุนตะกอ )

 

     ท่านอิบนุกุดามะฮ์ เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:  ไม่ว่าจะตัดออกมากน้อยเพียงใด ก็ถือว่าเพียงพอ เพราะคำสั่งในเรื่องนี้เป็นคำสั่งแบบทั่วไป จึงครอบคลุมถึงการตัดออกแม้เพียงเล็กน้อย 

(จากหนังสือ อัลมุฆนี )

     ดังนั้น เพียงแค่ตัดผมของเด็กทารกออกในปริมาณใดก็ตามที่สามารถทำได้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

 

 

การแต่งกายและข้อห้ามสำหรับเด็กที่ยังไม่รู้จักแยกแยะ

 

     สำหรับเด็กเล็กที่ยัง ไม่รู้จักแยกแยะ  เมื่อเข้าสู่อิหฺรอมนั้น ให้ปฏิบัติต่อเด็กตามหลักเดียวกับผู้ใหญ่ในเรื่องการแต่งกาย เท่าที่สามารถทำได้ และให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นข้อห้ามของผู้เข้าสู่อิหฺรอมเช่นเดียวกัน

 

     ท่านอิบนุกุดามะฮ์ กล่าวว่า:  สำหรับเรื่องอิหฺรอม เด็กจะถูกถอดเสื้อผ้าเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ และมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า เมื่อเด็ก ๆ เข้าใกล้เขตหะรอม นางจะถอดเสื้อผ้าของพวกเขาออก

     ท่านอะฏออ์ กล่าวว่า ให้ปฏิบัติต่อเด็กเล็กเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อผู้ใหญ่   

(จากหนังสือ อัลมุฆนี )

 

     ท่านชัยคฺ ศอลิหฺ อัลลาฮิม กล่าวว่า: หากเด็กเล็กเป็นเด็กผู้หญิง กฎในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกับผู้หญิงที่บรรลุนิติภาวะแล้ว คือ อนุญาตให้นางสวมเสื้อผ้าที่เย็บเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ และให้นางหลีกเลี่ยงการปิดใบหน้า การสวม นิกอบ และ ถุงมือ  

(หนังสือ มะนาสิก อัศศิบยาน )

 

 

 การใส่ผ้าอ้อมให้เด็กทารกขณะอยู่ในอิหฺรอม

 

     หากคำถามของคุณเกี่ยวกับ การใส่ผ้าอ้อมให้เด็กทารกในขณะที่เด็กอยู่ในสภาพอิหฺรอม ก็ถือว่า อนุญาต เพราะผู้หญิงที่อยู่ในสภาพอิหฺรอมนั้นไม่ได้ถูกห้ามจากการสวมเสื้อผ้าทั่วไป ยกเว้น นิกอบและถุงมือ

 

     แต่หากคำถามหมายถึงว่า เด็กสามารถสวมผ้าอ้อมทั้งที่มีสิ่งสกปรก (นะญาซะฮ์) อยู่ภายในได้หรือไม่?

     เด็กเล็กที่ยังไม่รู้จักแยกแยะนั้น ผู้ปกครองควร ทำความสะอาดเด็กก่อนที่จะพาเด็กเข้าไปทำฏอวาฟ แต่หากหลังจากนั้นเด็กถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือเกิดนะญาซะฮ์ขึ้นอีก สิ่งดังกล่าว ได้รับการผ่อนปรนสำหรับเด็ก เพราะเด็กไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และผู้ปกครองก็ไม่สามารถควบคุมเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์

 

     บรรดานักวิชาการยังได้ผ่อนปรนในเรื่อง น้ำละหมาดของเด็กขณะทำฏอวาฟ ดังนั้น เรื่องสิ่งสกปรกของเด็กจึงยิ่งได้รับการผ่อนปรนในกรณีนี้

 

     มีรายงานจากอิบนุญุร็อยจ์ จากท่านอะฏออ์ว่า: ฉันถามเขาว่า ‘เด็กชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถูกพาไปฏอวาฟ จำเป็นต้องให้เขาทำน้ำละหมาดหรือไม่?

     เขาตอบว่า สำหรับเด็กนั้น ไม่จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ เว้นแต่ครอบครัวของเขาต้องการแสวงหาความจำเริญจากการทำน้ำละหมาดของเขา 

 

     ฉะนั้นประเด็นการอาบน้ำละหมาดมีผู้รู้เห็นต่าง แต่โดยส่วนมากของนักวิชาการแล้วจำเป็นว่าจะต้องมีน้ำละหมาด

     และท่านยังกล่าวอีกว่า: เมื่อชายคนหนึ่งขว้างเสาหินแทนเด็ก เขาก็ขว้างสองครั้งรวมกัน คือครั้งหนึ่งแทนตัวเขาเอง และอีกครั้งแทนเด็ก

 

(บันทึกใน มะซาอิล อัลอิมาม อะหมัด ซึ่งเป็นรายงานของอบูดาวูด อัสสิจิสตานี และรายงานนี้มีอยู่ใน มุศ็อนนัฟ อับดุรเราะซาก )

 

     นอกจากนี้ มีรายงานว่า อบูบักร์เคยพาอิบนุซุบัยร์ฏอวาฟ โดยให้เขาสวมผ้าผืนหนึ่ง ดังที่ปรากฏใน มุศ็อนนัฟ อับดุรเราะซาก  และในกรณีเช่นนี้ ไม่สามารถควบคุมความสะอาดของเด็กได้อย่างสมบูรณ์ 

 

والله أعلم  อัลลอฮ์ทรงรู้ดีที่สุด