จงยอมรับผู้คนตามสภาพที่พวกเขาเป็น
  จำนวนคนเข้าชม  54

ศิลปะแห่งการปฏิบัติต่อคนอื่น 3

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา

ประการที่สอง : จงยอมรับผู้คนตามสภาพที่พวกเขาเป็น

 

     อย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากผู้คน ทั้งในการเลือกคบหรือในการปฏิบัติต่อพวกเขา เพราะการแสวงหาความสมบูรณ์แบบเช่นนั้น จะทำให้ชีวิตของเราลำบากและเหนื่อยใจอย่างมาก

      แต่จงยอมรับผู้คนตามสภาพความเป็นจริงของพวกเขา ซึ่งล้วนมีทั้ง ด้านดีและด้านไม่ดี ความงดงามและข้อบกพร่อง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

     อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ وَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِهِمْ ۚ لَوْ أَنْفَقْتَ مَا فِي الْأَرْضِ جَمِيعًا مَا أَلَّفْتَ بَيْنَ قُلُوبِهِمْ وَلَٰكِنَّ اللَّهَ أَلَّفَ بَيْنَهُمْ ۚ إِنَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ ﴾

 

     “พระองค์ทรงประสานหัวใจของพวกเขาเข้าด้วยกัน แม้เจ้าจะใช้จ่ายทุกสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดินทั้งหมด เจ้าก็ไม่สามารถประสานหัวใจของพวกเขาได้

     แต่เป็นอัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงประสานหัวใจของพวกเขา เพราะแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

 (สูเราะฮ์ อัลอันฟาล 63)

 

และพระองค์ตรัสอีกว่า

( وَمَا أَكْثَرُ النَّاسِ وَلَوْ حَرَصْتَ بِمُؤْمِنِينَ )

“และคนส่วนใหญ่จะไม่ศรัทธา แม้เจ้าจะปรารถนาเพียงใดก็ตาม”

(สูเราะฮ์ ยูซุฟ 103)

 

      อายะฮ์ทั้งสองนี้สอนให้เราตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงหัวใจของผู้คนเป็นเรื่องที่อยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นไปตามที่เราคาดหวัง ดังนั้น จงปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความเข้าใจและยอมรับธรรมชาติของมนุษย์

 

     ท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) เล่าว่า ชายคนหนึ่งขออนุญาตเข้าพบท่านนบี ﷺ 

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “จงอนุญาตให้เขาเข้ามา เขาเป็นคนที่ไม่ดีของเผ่าของเขา”

     แต่เมื่อชายคนนั้นเข้ามา ท่านนบี ﷺ กลับพูดคุยกับเขาด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน

     ท่านหญิงอาอิชะฮ์จึงถามว่า “โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ก่อนหน้านี้ท่านกล่าวถึงเขาเช่นนั้น แต่เมื่อเขาเข้ามา ท่านกลับพูดกับเขาอย่างสุภาพ”

     ท่านนบี ﷺ ตอบว่า

إِنَّ شَرَّ النَّاسِ مَنْزِلَةً عِنْدَ اللهِ مَنْ تَرَكَهُ النَّاسُ اتِّقَاءَ فُحْشِهِ

     “โอ้อาอิชะฮ์ แท้จริงผู้ที่มีฐานะเลวร้ายที่สุด ณ อัลลอฮ์ คือผู้ที่ผู้คนหลีกเลี่ยงเขา เพราะเกรงคำพูดหยาบคายและพฤติกรรมอันเลวร้ายของเขา “

 (บันทึกโดย อัลบุคอรี และมุสลิม)

 

     หะดีษนี้แสดงให้เห็นว่า แม้เราจะรู้ว่าบางคนมีนิสัยไม่ดี แต่ก็ไม่ควรปฏิบัติต่อเขาด้วยความหยาบคาย ตรงกันข้าม ควรใช้ความสุภาพและปัญญาในการปฏิบัติต่อเขา

 

      นอกจากนี้ ท่านอะลี อิบนุ อบีฏอลิบ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ยังกล่าวไว้ว่า 

     “จงรักคนที่เจ้ารักอย่างพอประมาณ เพราะวันหนึ่งเขาอาจกลายเป็นคนที่เจ้าไม่ชอบก็ได้

     และจงเกลียดคนที่เจ้าเกลียดอย่างพอประมาณ เพราะวันหนึ่งเขาอาจกลายเป็นคนที่เจ้ารักก็ได้”

(รายงานนี้เป็นคำกล่าวของท่านอะลี โดยมีสายรายงานที่ดี)

 

 หลักการสำคัญของการอยู่ร่วมกับผู้คน คือ

     ♦·  อย่าคาดหวังให้ทุกคนสมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีใครปราศจากข้อบกพร่อง

     ♦·  จงยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

     ♦·  ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความสุภาพ แม้กับผู้ที่มีนิสัยไม่น่าพอใจ

     ♦·  รักและเกลียดอย่างพอดี ไม่สุดโต่ง เพราะหัวใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

     ♦·  จงมอบหมายการชี้นำหัวใจของผู้คนไว้กับอัลลอฮ์ และทำหน้าที่ของเราด้วยความเมตตา ความอดทน และมารยาทอันดีงาม

     นี่คือหนึ่งใน ศิลปะแห่งการปฏิบัติต่อผู้คน ที่ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ ได้แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่างอันประเสริฐแก่ประชาชาติของท่าน

 

     อย่างไรก็ตาม การยอมรับผู้คนตามสภาพที่พวกเขาเป็น มิได้หมายความว่าเราจะละเลยการตักเตือนพวกเขา หรือไม่พยายามช่วยปรับปรุงพฤติกรรมและคุณธรรมของพวกเขา เพราะการทำเช่นนั้นย่อมขัดกับคำสอนของอิสลาม ซึ่งเรียกร้องให้มุสลิมเป็นผู้มี ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ (เชิงบวก) กล้าที่จะส่งเสริมความดีและแก้ไขความไม่ถูกต้อง มิใช่เป็นคนที่ คล้อยตามผู้อื่นโดยไร้หลักการ 

 

     กล่าวคือ เราควรยอมรับความจริงว่ามนุษย์ทุกคนมีข้อบกพร่อง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้ ปัญญา ความอ่อนโยน และมารยาทที่ดี ในการตักเตือนและเชิญชวนพวกเขาไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ดูหมิ่น ไม่ตำหนิอย่างรุนแรง และไม่สิ้นหวังต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้คน

 

     การยอมรับผู้คน ไม่ได้หมายถึงการยอมรับความผิด แต่หมายถึง การยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ พร้อมทั้งพยายามช่วยกันพัฒนาและแก้ไขด้วยความเมตตา ตามแนวทางของอัลกุรอาน และแบบอย่างของท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ ซึ่งทรงตักเตือนผู้คนด้วยความอ่อนโยน อดทน และเปี่ยมด้วยความหวังว่าพวกเขาจะได้รับทางนำจากอัลลอฮ์

 

     แท้จริงแล้ว การยอมรับผู้คนตามสภาพที่พวกเขาเป็น หมายถึง การปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างสอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเข้าใจและยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีความอ่อนแอ มีข้อผิดพลาด และอาจพลั้งเผลอหรือทำผิดพลาดได้เป็นครั้งคราว

 

     มีเพื่อนคนหนึ่งเคยมาปรึกษาฉันเกี่ยวกับเพื่อนของเขา โดยบอกว่า เพื่อนคนนี้มีนิสัยชอบพูดเกินจริง ชอบขยายเรื่องให้ใหญ่โต และมักพูดไม่ตรงกับความเป็นจริง

      เขาถึงกับพูดติดตลกว่า ครึ่งหนึ่งของคำพูดของเขาเป็นเรื่องเล่าจากอิสรออีลิยาต และอีกครึ่งหนึ่งเป็นหะดีษที่ถูกแต่งขึ้น !

      ฉันจึงถามเขาว่า  แล้วเรื่องคุณธรรมและนิสัยด้านอื่นของเขาเป็นอย่างไร?

     เขาตอบว่า เขาเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ทุกครั้งที่ฉันเดือดร้อน เขาจะอยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ และไม่เคยทรยศหักหลัง

      ฉันจึงกล่าวกับเขาว่า ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็จงยอมรับเขาในสิ่งที่เขาเป็น และค่อย ๆ ช่วยแก้ไขสิ่งที่เห็นว่าไม่เหมาะสมสำหรับมิตรภาพอันบริสุทธิ์และจริงใจ

 

     เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าตัดสินคุณค่าของคนคนหนึ่งจากข้อเสียเพียงข้อเดียว เพราะเขาอาจมีคุณงามความดีอีกมากมายที่มีคุณค่ายิ่งกว่า

     คนที่เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ ช่วยเหลือยามลำบาก และไม่ทรยศ แม้จะมีข้อบกพร่องบางประการ ก็ยังเป็นมิตรที่ควรรักษาไว้ พร้อมกับช่วยตักเตือนและปรับปรุงกันด้วยความรักและความหวังดี

 

     ดังนั้น ศิลปะแห่งการปฏิบัติต่อผู้คน คือการมองภาพรวมของบุคคล ไม่ใช่ยึดติดกับข้อผิดพลาดเพียงด้านเดียว และพยายามรักษาความดีของเขาไว้ พร้อมทั้งช่วยแก้ไขข้อบกพร่องด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญา ตามแนวทางของอิสลามและแบบอย่างของท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ.