
การมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า กับอายุอันยาวนานของอัลกุรอาน
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ หนังสือและแนวคิดจำนวนมากเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วค่อย ๆ สูญเสียความสำคัญเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจของมนุษย์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และประสบการณ์
แต่ อัลกุรอานกลับมีลักษณะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แม้จะถูกประทานลงมาเมื่อกว่า 1,400 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสังคมอาหรับในยุคหนึ่ง แต่ยังคงมีความสมบูรณ์ของตัวบท มีอิทธิพลต่อหัวใจและสังคมมนุษย์ และยังคงตอบคำถามสำคัญของมนุษยชาติในยุคปัจจุบัน
สิ่งนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานที่มุสลิมใช้ชี้ว่า อัลกุรอานมิใช่คำพูดของมนุษย์ แต่เป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอยู่เหนือกาลเวลาและทรงรอบรู้ทุกสิ่ง
การดำรงอยู่ของอัลกุรอานตลอดกาล คือสัญญาณแห่งการคุ้มครองจากอัลลอฮฺ
อัลลอฮฺตรัสว่า:
إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا الذِّكْرَ وَإِنَّا لَهُ لَحَافِظُونَ
“แท้จริง เราเป็นผู้ประทานธรรมรำลึก (อัลกุรอาน) และแท้จริง เราจะเป็นผู้พิทักษ์รักษามัน”
(อัลหิจญ์รฺ 15:9)
บรรดานักวิชาการอธิบายว่า การรักษาอัลกุรอานนี้ครอบคลุมทั้ง:
♦ การรักษาตัวบทจากการเปลี่ยนแปลง
♦ การรักษาการอ่านและการถ่ายทอด
♦ การรักษาความหมายและการนำไปปฏิบัติ
อิบนุกะษีร กล่าวว่า ในการอธิบายอายะฮฺนี้ว่า “อัลลอฮฺทรงแจ้งว่า พระองค์คือผู้ประทานอัลกุรอาน และพระองค์คือผู้ทรงรักษามันจากการเปลี่ยนแปลงและการบิดเบือน”
(*ตัฟสีร อิบนุกะษีร*)
ดังนั้น การที่อัลกุรอานยังคงอยู่ด้วยตัวบทเดียวกันผ่านหลายศตวรรษ จึงเป็นสิ่งที่แตกต่างจากงานเขียนของมนุษย์ทั่วไป
อัลกุรอานไม่ได้ถูกจำกัดด้วยยุคสมัย เพราะมาจากผู้ทรงรู้ทุกยุค
มนุษย์เมื่อเขียนหนังสือ ย่อมได้รับอิทธิพลจากสังคมและความรู้ในยุคของเขา แต่พระดำรัสของอัลลอฮฺไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเวลา เพราะพระองค์คือผู้ทรงสร้างเวลาและมนุษย์
อัลลอฮฺตรัสว่า:
أَلَا يَعْلَمُ مَنْ خَلَقَ وَهُوَ اللَّطِيفُ الْخَبِيرُ
“พระองค์ผู้ทรงสร้างจะไม่ทรงรู้หรือ? และพระองค์คือผู้ทรงละเอียดอ่อน ผู้ทรงรอบรู้”
(อัลมุลก์ 67:14)
อิบนุตัยมียะฮ์ กล่าวว่า: “ความสมบูรณ์ของคำพูดนั้นขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของผู้พูด และไม่มีคำพูดใดที่สมบูรณ์ยิ่งไปกว่าพระดำรัสของอัลลอฮฺ เพราะพระองค์ทรงมีความสมบูรณ์ในพระนามและคุณลักษณะของพระองค์”
(มัจญ์มูอฺ อัลฟะตาวา)
ดังนั้น ความลึกซึ้งของอัลกุรอานจึงไม่ใช่เพียงความงดงามทางภาษา แต่เป็นความสมบูรณ์ของหลักการที่สามารถนำมาใช้ได้ในทุกยุค
ความเป็นปัจจุบันของอัลกุรอาน การตอบสนองต่อปัญหามนุษย์ในทุกยุค
แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคอูฐมาสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ แต่มนุษย์ยังคงเผชิญปัญหาเดิม เช่น ความว่างเปล่าทางจิตใจ , ความโลภ , ความอยุติธรรม , การแสวงหาความสุขที่ผิดทาง , การหลงลืมเป้าหมายของชีวิต
อัลกุรอานกล่าวถึงรากฐานเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง อัลลอฮ์ ตรัสว่า :
أَلَا بِذِكْرِ اللَّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ
“พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้น หัวใจทั้งหลายจึงสงบ”
(อัรเราะอฺดฺ 13:28)
อิบนุลก็อยยิม อัลเญาซียะฮ์ กล่าวว่า : “ในหัวใจมีความว่างเปล่าที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเติมเต็มได้ นอกจากการรู้จักอัลลอฮฺ การรักพระองค์ และการกลับไปหาพระองค์”
(มะดาริจญ์ อัสสาลิกีน)
คำอธิบายนี้สะท้อนว่า อัลกุรอานไม่ได้รักษาเพียงปัญหาภายนอก แต่รักษาวิกฤตภายในของมนุษย์ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญในยุคปัจจุบัน
ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอาน ไม่ใช่เพียงอดีต แต่ดำรงอยู่ตลอดเวลา
หนึ่งในความแตกต่างระหว่างอัลกุรอานกับสิ่งมหัศจรรย์อื่น คือ ความมหัศจรรย์ของมันยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
อัลลอฮฺตรัสว่า:
قُلْ لَئِنِ اجْتَمَعَتِ الْإِنسُ وَالْجِنُّ عَلَىٰ أَن يَأْتُوا بِمِثْلِ هَٰذَا الْقُرْآنِ لَا يَأْتُونَ بِمِثْلِهِ
“จงกล่าวเถิด หากมนุษย์และญินทั้งหมดรวมกันเพื่อที่จะนำสิ่งที่เหมือนกับอัลกุรอานนี้มา พวกเขาก็ไม่สามารถนำมาได้”
(อัลอิสรออ์ 17:88)
อิหม่ามอันนะวะวีย์ กล่าวว่า : “ความประเสริฐของอัลกุรอานอยู่ที่มันเป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺ และคุณค่าของมันเหนือกว่าคำพูดทั้งหลายของสิ่งถูกสร้าง”
(อัตติบยาน ฟี อาดาบ ฮะมะละติลกุรอาน)
มุมมองของนักวิชาการเกี่ยวกับอัลกุรอานกับเหตุผลของมนุษย์
อัซซะมะคชะรี กล่าวว่า
“ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานปรากฏในความเรียบเรียง ความหมาย และการจัดวางคำที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเลียนแบบได้”
ขณะที่ ฟัครุดดีน อัร-รอซีย์ ชี้ว่า
“ผู้ใคร่ครวญอัลกุรอานจะพบว่า มันรวมทั้งหลักฐานทางปัญญา การชี้นำทางจิตวิญญาณ และการแก้ไขชีวิตมนุษย์”
ดังนั้น อัลกุรอานจึงไม่ได้ขัดแย้งกับเหตุผล แต่เชิญชวนมนุษย์ให้ใช้เหตุผลเพื่อค้นหาความจริง
การดำรงอยู่ของอัลกุรอาน คือหลักฐานแห่งการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า
เมื่อพิจารณาด้วยเหตุผล : หนังสือมนุษย์เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา , แนวคิดมนุษย์ถูกแทนที่ด้วยแนวคิดใหม่ , ความรู้มนุษย์มีข้อจำกัด
แต่พระดำรัสของพระผู้สร้างยังคงมีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับมนุษย์ทุกยุค นี่จึงเป็นสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่า เบื้องหลังอัลกุรอานมีผู้ประทานที่อยู่เหนือข้อจำกัดของมนุษย์
อัลลอฮฺตรัสว่า:
سَنُرِيهِمْ آيَاتِنَا فِي الْآفَاقِ وَفِي أَنْفُسِهِمْ
“เราจะแสดงให้พวกเขาเห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในขอบฟ้าและในตัวของพวกเขาเอง”
(ฟุศศิลัต 41:53)
ความยืนยาวของอัลกุรอานไม่ใช่เพียงการที่หนังสือเล่มหนึ่งอยู่รอดผ่านประวัติศาสตร์ แต่เป็นการดำรงอยู่ของพระดำรัสที่ยังคงชี้นำหัวใจมนุษย์ในทุกยุค
นักวิชาการอิสลามจำนวนมากได้ยืนยันว่า ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานอยู่ที่มันสามารถตอบสนองทั้งสติปัญญา จิตวิญญาณ และระบบชีวิตของมนุษย์
ดังนั้น การที่อัลกุรอานถูกประทานมากว่า 14 ศตวรรษ แต่ยังคงมีความหมายต่อมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นหนึ่งในเครื่องหมายอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนถึงพระปรีชาญาณของอัลลอฮฺ และเป็นหลักฐานว่า พระผู้ประทานอัลกุรอานคือพระผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงรอบรู้ และผู้ทรงดำรงอยู่เหนือกาลเวลา
“กาลเวลาไม่สามารถทำให้อัลกุรอานล้าสมัย เพราะผู้ประทานอัลกุรอานคือผู้ทรงรู้ทุกยุคทุกสมัย”