เหตุใดมนุษย์จึงรักโลกดุนยา ?
  จำนวนคนเข้าชม  81

เหตุใดมนุษย์จึงรักโลกดุนยา ?

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล กอเซ็ม  

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

 

เหตุผลที่มนุษย์รักและหลงในดุนยา

 

     ประการแรก เพราะโลกดุนยาปรากฏอยู่ตรงหน้า ส่วนโลกอาคิเราะฮ์เป็นสิ่งเร้นลับที่ต้องอาศัยอีมาน มนุษย์จึงมักเลือกสิ่งที่ได้รับทันทีมากกว่าสิ่งที่ต้องรอคอย

อัลลอฮ์ตรัสว่า

بَلْ تُؤْثِرُونَ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا ۝ وَالْآخِرَةُ خَيْرٌ وَأَبْقَى﴾

 “แต่พวกเจ้ากลับเลือกชีวิตแห่งโลกดุนยา ทั้งที่โลกอาคิเราะฮ์นั้นดีกว่าและยั่งยืนกว่า”

 (อัลอะอ์ลา 87:16-17)

 

     ประการที่สอง เพราะความปรารถนาของมนุษย์ไม่มีจุดสิ้นสุด ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

«لَوْ أَنَّ لِابْنِ آدَمَ وَادِيًا مِنْ ذَهَبٍ أَحَبَّ أَنْ يَكُونَ لَهُ وَادِيَانِ وَلَنْ يَمْلَأَ فَاهُ إِلَّا التُّرَابُ وَيَتُوبُ اللَّهُ عَلَى مَنْ تَابَ»

      “หากลูกหลานอาดัมมีหุบเขาแห่งทองคำหนึ่งแห่ง เขาย่อมปรารถนาจะมีสองแห่ง และไม่มีสิ่งใดเติมเต็มปากของเขาได้นอกจากดิน และอัลลอฮ์ทรงรับการกลับตัวของผู้ที่กลับตัว”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)

 

     ความโลภจึงไม่ใช่ปัญหาของจำนวนทรัพย์ แต่เป็นปัญหาของหัวใจ  คนจนสามารถโลภได้ และคนรวยก็สามารถสมถะได้  ผู้ที่มีน้อยแต่ไม่พอใจอาจเป็นทาสของโลก ขณะที่ผู้มีมากแต่ใช้ทรัพย์เพื่ออัลลอฮ์อาจเป็นผู้ที่มีความสมถะอย่างแท้จริง

 

 

     ผลร้ายของการยึดติดโลกดุนยา การขายศาสนาแลกกับผลประโยชน์

 

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า 

 «بَادِرُوا بِالْأَعْمَالِ فِتَنًا كَقِطَعِ اللَّيْلِ الْمُظْلِمِ يُصْبِحُ الرَّجُلُ مُؤْمِنًا وَيُمْسِي كَافِرًا أَوْ يُمْسِي مُؤْمِنًا وَيُصْبِحُ كَافِرًا يَبِيعُ دِينَهُ بِعَرَضٍ مِنَ الدُّنْيَا»

     “พวกท่านจงรีบเร่งทำความดีก่อนที่ความวุ่นวายจะมาถึง ประหนึ่งชิ้นส่วนของค่ำคืนอันมืดมิด

     ชายคนหนึ่งตื่นเช้ามาในสภาพผู้ศรัทธา แต่ตกเย็นกลายเป็นผู้ปฏิเสธ หรือยามเย็นเป็นผู้ศรัทธา แต่รุ่งเช้ากลายเป็นผู้ปฏิเสธ

     เขาขายศาสนาของตนแลกกับผลประโยชน์เล็กน้อยจากโลกดุนยา”

 (บันทึกโดยมุสลิม)

 

     เมื่อดุนยากลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มนุษย์อาจยอมบิดเบือนความจริงเพื่อรักษาตำแหน่ง ยอมรับสินบนเพื่อรักษารายได้ เงียบต่อความอยุติธรรมเพื่อรักษาผลประโยชน์ หรือเปลี่ยนจุดยืนทางศาสนาเพื่อเอาใจผู้มีอำนาจและผู้ติดตาม

 

 

     ความวิตกกังวลและความไม่รู้จักพอ

 

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

 

«مَنْ كَانَتِ الْآخِرَةُ هَمَّهُ جَعَلَ اللَّهُ غِنَاهُ فِي قَلْبِهِ وَجَمَعَ لَهُ شَمْلَهُ وَأَتَتْهُ الدُّنْيَا وَهِيَ رَاغِمَةٌ وَمَنْ كَانَتِ الدُّنْيَا هَمَّهُ جَعَلَ اللَّهُ فَقْرَهُ بَيْنَ عَيْنَيْهِ وَفَرَّقَ عَلَيْهِ شَمْلَهُ وَلَمْ يَأْتِهِ مِنَ الدُّنْيَا إِلَّا مَا قُدِّرَ لَهُ»

 

     “ผู้ใดที่โลกอาคิเราะฮ์เป็นความกังวลสำคัญของเขา อัลลอฮ์จะทรงทำให้ความร่ำรวยอยู่ในหัวใจของเขา ทรงรวบรวมกิจการของเขาให้เป็นระเบียบ และโลกดุนยาจะมายังเขาในสภาพต่ำต้อย 

     ส่วนผู้ใดที่โลกดุนยาเป็นความกังวลสำคัญของเขา อัลลอฮ์จะทรงวางความยากจนไว้เบื้องหน้าของเขา ทรงทำให้กิจการของเขากระจัดกระจาย และเขาจะไม่ได้รับจากโลกนี้นอกจากสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วเท่านั้น”

( บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์)

 

     ความยากจนในหะดีษนี้อาจมิใช่ความขาดแคลนทางตัวเลข แต่คือความรู้สึกว่าตนยังไม่มีพอ แม้ครอบครองมากเพียงใดก็ตาม

 

 

 การหลงลืมอัลลอฮ์

 

     อิบนุลก็อยยิม กล่าวว่า ผลเสียอย่างน้อยที่สุดของการรักโลกดุนยาคือ มันทำให้มนุษย์หันเหออกจากความรักและการรำลึกถึงอัลลอฮ์ เมื่อทรัพย์สินทำให้มนุษย์ลืมการรำลึกถึงพระองค์ เขาย่อมเป็นหนึ่งในผู้ขาดทุน และเมื่อหัวใจว่างจากการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ชัยฏอนก็เข้าครอบครองและชักนำเขาไปตามที่มันประสงค์

 

     มนุษย์ในยุคปัจจุบันอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกับหน้าจอ แต่ไม่อาจจัดเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่ออ่านอัลกุรอาน อาจตื่นขึ้นมาตรวจสอบข้อความจากผู้คน แต่ลืมตรวจสอบความสัมพันธ์ของตนกับพระผู้เป็นเจ้า อาจกังวลเมื่อโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ แต่ไม่กังวลเมื่อหัวใจขาดการเชื่อมโยงกับอัลลอฮ์

 

 

ความหยิ่งผยองและการละเมิด

 

     อัลลอฮ์ตรัสว่า

كَلَّا إِنَّ الْإِنْسَانَ لَيَطْغَى ۝ أَنْ رَآهُ اسْتَغْنَى

"มิใช่เช่นนั้น แท้จริงมนุษย์ย่อมละเมิด เมื่อเขามองเห็นว่าตนเองมั่งคั่งและไม่ต้องพึ่งพาใคร”

(อัลอะลัก 96:6-7)

 

     เมื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนมีทรัพย์ มีอำนาจ มีผู้สนับสนุน หรือมีความรู้มาก เขาอาจเริ่มมองว่าตนไม่จำเป็นต้องรับฟังคำเตือน ไม่จำเป็นต้องกลับตัว และไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อมต่อใคร ความมั่งคั่ง อาจกลายเป็นประตูสู่ความกตัญญู หรืออาจเป็นประตูสู่ความหยิ่งผยอง ขึ้นอยู่กับสภาพของหัวใจ

 

 

การสูญเสียทั้งโลกนี้และโลกหน้า

 

     อัลลอฮ์ตรัสว่า

وَمِنَ النَّاسِ مَنْ يَعْبُدُ اللَّهَ عَلَى حَرْفٍ فَإِنْ أَصَابَهُ خَيْرٌ اطْمَأَنَّ بِهِ وَإِنْ أَصَابَتْهُ فِتْنَةٌ انْقَلَبَ عَلَى وَجْهِهِ خَسِرَ الدُّنْيَا وَالْآخِرَةَ ذَلِكَ هُوَ الْخُسْرَانُ الْمُبِينُ

“และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้ที่เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์อย่างอยู่ริมขอบ

หากความดีประสบแก่เขา เขาก็พึงพอใจกับมัน แต่หากบททดสอบประสบแก่เขา เขาก็หันหลังกลับ

เขาขาดทุนทั้งโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮ์ นั่นคือการขาดทุนอย่างชัดแจ้ง”

 (อัลหัจญ์ 22:11)

 

     ผู้ที่ศรัทธาเพียงเพราะหวังผลทางโลก เมื่อได้รับความสะดวกก็กล่าวว่าอัลลอฮ์ทรงรักเขา แต่เมื่อถูกทดสอบก็สงสัยในศาสนา การศรัทธาเช่นนี้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ ไม่ได้ตั้งอยู่บนความรู้จักอัลลอฮ์และการยอมจำนนต่อพระองค์

 

 

 อิสลามไม่ได้สั่งให้ละทิ้งโลก

 

     การเตือนให้ระวังโลกดุนยาไม่ได้หมายความว่าอิสลามสนับสนุนความเกียจคร้าน ความยากจน หรือการถอนตัวออกจากสังคม อิสลามส่งเสริมให้มนุษย์ทำงาน แสวงหาปัจจัยยังชีพ สร้างครอบครัว พัฒนาสังคม ศึกษาวิชาความรู้ และใช้ประโยชน์จากสิ่งหะลาล สิ่งที่ถูกตำหนิมิใช่การครอบครองโลก แต่คือการปล่อยให้โลกครอบครองหัวใจ

 

     บุคคลหนึ่งอาจมีทรัพย์สินมาก แต่ทรัพย์อยู่ในมือ มิได้อยู่ในหัวใจ เมื่ออัลลอฮ์ทรงเรียกร้องสิทธิ เขาพร้อมบริจาค เมื่อความจริงปรากฏ เขาพร้อมเสียผลประโยชน์ เมื่ออะซานดังขึ้น เขาพร้อมละทิ้งการค้าไปสู่การละหมาด คนเช่นนี้ใช้ดุนยาเป็นพาหนะไปสู่อาคิเราะฮ์

 

     ในทางตรงกันข้าม บุคคลหนึ่งอาจมีทรัพย์เพียงเล็กน้อย แต่หัวใจเต็มไปด้วยความอิจฉา ความโลภ และความปรารถนาอยากครอบครอง เขาอาจเป็นผู้ยึดติดดุนยามากกว่าคนร่ำรวยเสียอีก

 

     ดังนั้นความสมถะหรือ “อัซ-ซุฮด์” มิใช่การไม่มีทรัพย์ แต่คือการที่สิ่งซึ่งอยู่ ณ อัลลอฮ์มีความมั่นคงในหัวใจมากกว่าสิ่งซึ่งอยู่ในมือของมนุษย์

 

 

 วิธีป้องกันหัวใจจากการหลงดุนยา

 

     ประการแรก ต้องรำลึกถึงความตายอย่างสม่ำเสมอ มิใช่เพื่อให้สิ้นหวัง แต่เพื่อจัดลำดับความสำคัญของชีวิตให้ถูกต้อง ทุกสิ่งที่เราสะสมจะตกทอดแก่ผู้อื่น แต่การงานของเราจะติดตามเราไปสู่หลุมศพ

 

     ประการที่สอง ต้องอ่านอัลกุรอานด้วยการใคร่ครวญ เพราะอัลกุรอานจะปรับมาตรวัดของมนุษย์ใหม่ สิ่งที่โลกเรียกว่าความสำเร็จอาจเป็นความล้มเหลว ณ อัลลอฮ์ และสิ่งที่โลกมองว่าเป็นการสูญเสียอาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอาคิเราะฮ์

 

     ประการที่สาม ต้องฝึกการบริจาค การให้ทำลายความยึดติดในทรัพย์สิน และยืนยันว่าทรัพย์เป็นเพียงสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมาย มิใช่กรรมสิทธิ์ถาวรของมนุษย์

 

     ประการที่สี่ ต้องตรวจสอบเจตนา โดยเฉพาะก่อนเผยแพร่ความดีต่อสาธารณะ ต้องถามตนเองว่า หากไม่มีผู้ใดรับรู้ เรายังจะทำสิ่งนี้หรือไม่ หากไม่มีคำชื่นชม เรายังจะดำเนินต่อไปหรือไม่

 

     ประการที่ห้า ต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่อัลลอฮ์ประทาน ความพอใจมิได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่หมายถึงการพัฒนาโดยไม่ริษยา ไม่ประท้วงต่อการกำหนดของอัลลอฮ์ และไม่เหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อไปถึงเป้าหมาย

 

 

     โลกดุนยามิใช่ศัตรูของมนุษย์ หากมนุษย์ใช้มันอย่างถูกต้อง แต่มันจะกลายเป็นภัยร้ายเมื่อหัวใจยึดมันเป็นพระเจ้าองค์เล็ก ๆ ที่กำหนดความสุข ความทุกข์ คุณค่า และการตัดสินใจของชีวิต

 

     ผู้ศรัทธาจึงไม่จำเป็นต้องเกลียดโลก แต่ต้องรู้เท่าทันมัน เขาทำงานในโลกนี้ แต่หัวใจมุ่งสู่อาคิเราะฮ์ เขาครอบครองทรัพย์ แต่ไม่ยอมให้ทรัพย์ครอบครองเขา เขารักครอบครัว แต่ไม่รักครอบครัวเหนืออัลลอฮ์ เขาใช้ชื่อเสียงเพื่อรับใช้ศาสนา ไม่ใช้ศาสนาเพื่อสร้างชื่อเสียง

 

     โลกดุนยาจะอยู่กับเราเพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่สิ่งที่เรากระทำในโลกนี้จะอยู่กับเราตลอดไป  ฉะนั้นผู้มีปัญญามิใช่ผู้ที่สะสมโลกได้มากที่สุด หากแต่คือผู้ที่ใช้โลกได้ดีที่สุด เพื่อเตรียมตัวพบอัลลอฮ์ในวันที่ทรัพย์สินและลูกหลานไม่ก่อประโยชน์ นอกจากผู้ที่มายังพระองค์ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์