การยึดติดผู้รู้เพียงคนเดียวในการรับรู้ศาสนา
  จำนวนคนเข้าชม  42

การยึดติดผู้รู้เพียงคนเดียวในการรับรู้ศาสนา

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

          การแสวงหาความรู้ในอิสลามตั้งอยู่บนหลักการของ “การอิงหลักฐาน” และ “การรับความรู้จากนักวิชาการที่หลากหลาย” มิใช่การผูกขาดการตีความศาสนาไว้กับบุคคลเพียงคนเดียว ปรากฏการณ์ในสังคมปัจจุบัน ที่บางกลุ่มจำกัดการรับรู้ศาสนาไว้กับผู้รู้เพียงคนเดียว จึงก่อให้เกิดคำถามเชิงวิชาการเกี่ยวกับความถูกต้องของวิธีการรับศาสนา และผลกระทบต่อความสมดุลของความเข้าใจศาสนา

อัลลอฮฺ ตรัสว่า

 

فَاسْأَلُوا أَهْلَ الذِّكْرِ إِن كُنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ

“จงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้” 

(อันนะห์ล: 43)

     อายะฮฺนี้ชี้ถึงหลักการสำคัญ คือการกลับไปหาผู้รู้ แต่ในรูปแบบ “พหุพจน์” มิใช่การจำกัดอยู่ที่บุคคลเดียว

 

 

 หลักการทางวิชาการของอิสลาม การรับความรู้จากผู้รู้หลายคน 

 

     ประวัติศาสตร์อิสลามแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บรรดาอิมามและนักวิชาการรุ่นสลัฟไม่ได้จำกัดการเรียนรู้ไว้กับครูเพียงคนเดียว แต่มีการเดินทางและรับความรู้จากหลายสำนัก เพื่อให้เกิดความครอบคลุมของหลักฐาน

 

     อิมามมาลิก رحمه الله ได้สะท้อนหลักการนี้โดยนัยว่า ความรู้มิได้มาจากบุคคลเดียว แต่เป็นผลรวมของการถ่ายทอดจากผู้รู้จำนวนมาก

 

     เช่นเดียวกัน อิมามอัชชาฟิอีย์ رحمه الله ได้เดินทางแสวงหาความรู้ในหลายภูมิภาค ทั้งมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ อิรัก และเยเมน ซึ่งสะท้อนถึง “ความหลากหลายทางวิชาการ” ที่เป็นรากฐานของฟิกฮฺมะซฮับของท่าน

 

     ขณะที่อิมามอะหฺมัด บิน ฮัมบัล رحمه الله ได้รับหะดีษจากครูจำนวนมากกว่า 280 คน ซึ่งแสดงถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบและไม่ผูกขาดความรู้

 

 

 แนวคิดทางหลักการ : ความจริงไม่ผูกติดกับบุคคล

 

      นักวิชาการอิสลามได้วางหลักสำคัญว่า “ความจริงถูกผูกไว้กับหลักฐาน ไม่ใช่ตัวบุคคล”

      อิบนุลก็อยยิม رحمه الله กล่าวว่า “เรารู้จักความจริงด้วยหลักฐาน ไม่ใช่รู้จักหลักฐานด้วยบุคคล”

      และอิบนุตัยมียะฮฺ رحمه الله ได้กล่าวเตือนว่า “ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้บุคคลใดเป็นมาตรฐานของศาสนาได้ในทุกเรื่อง นอกจากท่านรอซูล ﷺ”

     หลักการนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ป้องกันการผูกขาดทางความคิดและการยึดติดบุคคลจนเกินขอบเขต

 

 

ปัญหาการยึดติดผู้รู้เพียงคนเดียว

       การจำกัดขอบเขตความเข้าใจศาสนา

      การรับศาสนาจากแหล่งเดียวอาจทำให้เกิด “มุมมองเชิงเดี่ยว” (ซึ่งไม่ครอบคลุมความหลากหลายของหลักฐานและคำอธิบายของนักวิชาการ

      การเกิดความสุดโต่งทางความคิด

     เมื่อบุคคลยึดติดคำพูดของผู้รู้เพียงคนเดียว อาจนำไปสู่การยกคำพูดมนุษย์เทียบเท่าหลักฐานศาสนา ซึ่งขัดกับหลักการอิสลามที่ให้วะหยูเป็นศูนย์กลาง

     อัลลอฮฺตรัสว่า

 

وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا

“พวกเจ้าทั้งหมดจงยึดมั่นในเชือกของอัลลอฮฺ และอย่าแตกแยกกัน” 

(อาลอิมรอน: 103)

     การยึดติดบุคคลหนึ่งจนเกิดการแบ่งกลุ่มความคิด ถือเป็นการขัดกับหลักเอกภาพของอุมมะฮฺ

 

 

การรับศาสนาผ่านช่องทางเดียว

     ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การเข้าถึงความรู้ศาสนาง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเกิดปรากฏการณ์ที่น่ากังวล คือ

     ♦ การรับศาสนาจากคลิปวิดีโอของผู้รู้เพียงคนเดียว

     ♦ การยึดติด “ช่องทางเดียว” หรือ “สำนักเดียว”

     ♦ การไม่ตรวจสอบความเห็นของนักวิชาการอื่น

     ปรากฏการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การสร้าง “กรอบความเข้าใจแบบปิด” ซึ่งขัดกับวิธีการของนักวิชาการยุคแรกๆ ที่เน้นการเปรียบเทียบหลักฐานและการตรวจสอบสายรายงาน

 

 

แนวทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการอิสลาม

 

     แนวทางที่ได้รับการยอมรับในหมู่นักวิชาการคือ : ยึดอัลกุรอานและสุนนะฮฺเป็นหลักสูงสุด , รับความรู้จากนักวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือหลายท่าน , แยกแยะระหว่าง “บุคคล” และ “หลักฐาน” เข้าใจความเห็นที่แตกต่างในฐานะความหลากหลายทางฟิกฮฺ , หลีกเลี่ยงการยกบุคคลใดเป็นมาตรฐานแทนศาสนา

 

      อิมามมาลิก رحمه الله ได้กล่าวหลักการสำคัญว่า “ทุกคำพูดสามารถถูกยอมรับหรือถูกปฏิเสธได้ ยกเว้นคำพูดของท่านนบี ﷺ”

 

     การจำกัดการรับรู้ศาสนาไว้กับผู้รู้เพียงคนเดียวเป็นแนวทางที่ขัดต่อวิธีการของบรรพชนผู้ทรงคุณธรรม (السلف الصالح) ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากผู้รู้หลากหลาย และยึดหลักฐานเป็นศูนย์กลางของความจริง

 

     ในบริบทปัจจุบันที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว การยึดหลักวิชาการที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญยิ่ง คือการเปิดรับความรู้ภายใต้กรอบของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ควบคู่กับการเคารพนักวิชาการโดยไม่ผูกขาดความจริงไว้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง