มรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อให้ลูก
  จำนวนคนเข้าชม  107

มรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อให้ลูก

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

ความสำคัญของการที่สตรีควรมีมะฮฺรอมร่วมเดินทางไปด้วย 

      'มะฮฺรอม' คือผู้ปกครองหรือชายในครอบครัวที่แต่งงานกันไม่ได้ การออกนอกบ้านของสตรีพร้อมกับมะฮฺรอมของเธอ "ไม่ใช่เพราะความระแวง แต่เพื่อปกป้องเกียรติและด้วยความห่วงใยในตัวเธอ"

เรื่องเล่าของสตรีกับกวีชื่อดัง

     มีสตรีผู้เลอโฉมคนหนึ่งเดินทางมายังมักกะฮฺเพื่อทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺ  ในขณะที่เธอไปขว้างเสาหิน อุมัร บิน อบี รอบีอะฮฺ (กวีชื่อดังในสมัยนั้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้) ได้เห็นเธอและพยายามเข้ามาพูดคุยเกี้ยวพาราสี แต่เธอไม่สนใจ

     ในคืนต่อมา เขาก็ยังตามตื้อเธออีก จนเธอต้องตะโกนใส่เขาว่า: "ออกไปให้ห่างฉัน! ฉันอยู่ในเขตหวงห้ามของอัลลอฮฺ และอยู่ในวันอันศักดิ์สิทธิ์นะ"

     แต่เขาก็ยังไม่ยอมเลิกรา เธอจึงเกรงว่าเรื่องจะบานปลายและเสื่อมเสียชื่อเสียง เธอจึงกลับเข้าเต็นท์ไป

ความฉลาดของสตรีคนดังกล่าว..

     ในคืนที่สาม เธอจึงบอกพี่ชายของเธอว่า "ช่วยออกไปกับฉัน เพื่อไปทำศาสนกิจให้ฉันดูหน่อย" 

     เมื่ออุมัร บิน อบี รอบีอะฮฺ เห็นว่าเธอมีพี่ชายมาด้วย เขาก็เพียงแต่นั่งมองอยู่ห่าง ๆ และไม่กล้าเข้าไปก่อกวนเธออีกเลย

     เธอจึงหัวเราะและกล่าวคำคมว่า:"สุนัขย่อมกล้าเห่ากับหมาที่ไม่มีเจ้าของ... แต่มันจะหลีกทางให้เมื่อพบกับราชสีห์ผู้เกรงขาม"

     เมื่อ อบู ญะอฺฟัร อัลมันซูร (ค่อลิฟะฮฺในสมัยนั้น) ได้ยินเรื่องนี้ เขาถึงกับกล่าวว่า:"ฉันอยากให้หญิงสาวชาวกุร็อยชฺทุกคนได้ยินเรื่องราวนี้"

     คำสอนของแม่คนหนึ่งที่บอกกับลูกชายว่า:

     "จงออกไปพร้อมกับพี่สาว/น้องสาวของเจ้าเถิด เพราะผู้หญิงที่ไม่มีผู้ชายคอยปกป้องและเปิดทางให้นั้น ก็เปรียบเสมือนแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า ที่พวกมันจะจ้องทำร้ายตัวที่อ่อนแอที่สุด"

كتاب عيون الأخبار لابن قتيبة

 

 

ชัยคฺ ศอและฮฺ เฟาซาน -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

อย่าละเลยมัสยิดขณะพาลูกสู่โรงเรียน

     ท่ามกลางบรรยากาศการเปิดเทอม เราจะเห็นภาพผู้ปกครองทุ่มเทให้ความสำคัญกับการไปโรงเรียนของลูกอย่างเต็มที่...

     บ่อยครั้งที่คุณพ่อขับรถไปส่งด้วยตัวเอง จ้างรถรับส่ง  หรือแม้กระทั่งซื้อรถให้ลูกใช้งาน เพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่องในเรื่องดุนยา

แต่คำถามสำคัญคือ...

˚✧ เราได้ใส่ใจพาลูกไปมัสยิดบ้างไหม ?

˚✧ เราเคยตามดูบ้างไหม ยามที่ลูกขาดการละหมาดที่มัสยิด ?

˚✧ เราให้ความสำคัญกับวิชาความรู้ศาสนาที่จะเป็นประโยชน์แก่เขาแค่ไหน ? (ไม่ว่าจะสอนด้วยตัวเองหรือส่งไปเรียน)

˚✧ เราเคยพาลูกเข้าร่วมวงความรู้และการรำลึกถึงอัลลอฮฺบ้างหรือเปล่า ?

     เท่าที่เราเห็นในวันนี้...หลายคนใส่ใจเพียงเรื่องทางโลก หวังแค่ให้ลูกสอบผ่าน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีและไม่มีใครตำหนิ

     แต่... ขออย่าให้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะยังมีสิ่งที่ไม่ควรละเลยยิ่งกว่า นั่นคือการพาลูกเข้ามัสยิด และบ่มเพาะความรู้ศาสนาให้หยั่งลึกในหัวใจ

     เพื่อเป็นเกราะกำบังปกป้องพวกเขาจากเพื่อนที่ชั่วร้าย ความคิดที่บิดเบือน รวมถึงภัยเงียบของสิ่งมึนเมาและยาเสพติดที่กำลังระบาดในสังคม

     วันนี้... เราอยู่ตรงไหนในหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อเยาวชนและบ้านเมืองของเรา ?

     ในยามที่สังคมกำลังถูกทำลายทั้งในด้านศีลธรรม ศาสนา และความคิด...

     เราจะนั่งมองดูเฉย ๆ แล้วผลักภาระนี้ไปให้คนอื่นรับผิดชอบอย่างนั้นหรือ ?

 

 

 

     ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่ตัวบุคคลแต่คือแบบอย่างของการเข้าหาอัลลอฮฺ

     "ท่าน อบูฮะนีฟะฮฺ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- มีเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เพื่อนบ้านคนนี้มีลูกสาวที่นางจะไม่ออกจากบ้านเลยนอกจากในยามค่ำคืน  และทุกครั้งที่นางออกมา นางจะเห็นท่านอบูฮะนีฟะฮฺยืนละหมาดอยู่บนดาดฟ้าบ้านของท่าน จนกระทั่งนางคิดว่าท่านเป็นเหมือน “ต้นไม้” ต้นหนึ่ง (เพราะยืนนิ่งละหมาดเป็นเวลานาน)

     ครั้นเมื่อท่านอบูฮะนีฟะฮฺได้เสียชีวิตลง นางจึงถามพ่อของนางว่า : "พ่อคะ ต้นไม้ต้นนั้นที่อยู่ในบ้านของอะบูฮะนีฟะฮฺไปไหนแล้วคะ?"

     ผู้เป็นพ่อถึงกับร้องไห้ แล้วกล่าวว่า : "ต้นไม้นั้น…ถูกตัดไปเสียแล้ว"

الملتقط في الفتاوى للسمرقندي ( ت. ٥٥٦ هـ)  

 

 

 

มรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อให้ลูก

     "ช่างน่ายินดีและน่าพึงพอใจยิ่ง...สำหรับผู้ที่ปลูกฝัง 'เตาฮีด'  ลงในหัวใจของเด็กตัวน้อยๆ  แล้วเขาก็ดำเนินชีวิตและจบชีวิตลงบนหลักการนั้น รวมถึงลูกหลานของเขาด้วย!

     ช่างน่ายินดีและน่าพึงพอใจยิ่ง...สำหรับผู้ที่สอน 'ซูเราะฮฺ อัล-ฟาติฮะฮฺ' ให้แก่เด็กตัวน้อยๆ เพราะทุกครั้งที่เขาอ่านตลอดชั่วชีวิต ผลบุญนั้นจะถูกบันทึกไว้ในสมุดบัญชีความดีของผู้สอนอย่างแน่นอน!

     ช่างน่ายินดีและน่าพึงพอใจยิ่ง...สำหรับผู้ที่ปลุกลูกๆของเขา ละหมาดฟัจญ์รฺ จงปลุกบรรดาลูกๆ ของพวกท่านเถิด และจงให้พวกเขาเกิดความเคยชินกับ 'หนทางแห่งความรอดพ้น'"

     ท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนิ อุมัร -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา- ได้กล่าวแก่ชายคนหนึ่งว่า:

"จงอบรมสั่งสอนลูกของท่าน เพราะแท้จริงท่านจะต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับลูกๆ ว่าท่านได้อบรมเขาอย่างไร?

และท่านได้สอนอะไรให้แก่เขาบ้าง? 

     และแท้จริงตัวลูกเองก็จะต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับการทำความดี (กตัญญู) และการเชื่อฟังปฏิบัติตามต่อตัวท่านเช่นกัน"

[شعب الإيمان(٥٠٩٨)

 

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•