บทบัญญัติเรื่องประจำเดือนและเลือดหลังคลอด
  จำนวนคนเข้าชม  40

บทบัญญัติเรื่องประจำเดือนและเลือดหลังคลอด

 

โดย ...อบูชากิร อัลมะดานีย์

 

จำนวนและระยะเวลาของรอบเดือน

 

     1- อายุของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีประจำเดือนอยู่ในช่วงอายุ 12-50 ปี โดยผู้หญิงบางคนอาจมีประจำเดือนก่อนหรือหลังจากนั้นก็อาจเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของร่างกายและ สภาพแวดล้อม 

 

     2- ระยะเวลาของการมีประจำเดือน น้อยที่สุดคือ 1 วัน และมากที่สุดคือ 15 วัน

 

     การมีประจำเดือนระหว่างตั้งครรภ์: ผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีเลือดไหลออกมาเมื่อนางตั้งครรภ์ หากนางอยู่ในขณะตั้งครรภ์แล้วมีเลือดเป็นเลือดในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนคลอด เช่น สองหรือสามวัน และมีอาการเจ็บท้องคลอดร่วมด้วย แสดงว่าเป็นเลือดที่เกี่ยวกับการคลอด หากเป็นเลือดออกก่อนคลอดเป็นเวลานาน หรือก่อนคลอดไม่นาน แต่ไม่มีอาการเจ็บท้องคลอดร่วมด้วย ก็ให้ถือว่าไม่ใช่การมีเลือดออกหลังคลอดหรือเลือดประจำเดือน

 

 

ภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้ของการมีประจำเดือน

 

     1- การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวน เช่น ปกติประจำเดือนของผู้หญิงคือ 6 วัน แล้วเลือดยังคงออกต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน หรือปกติประจำเดือนของเธอคือ 7 วัน แล้วเลือดเธอก็หยุดเวลา 6 วัน

 

 

     2- การมีรอบเดือนอาจมาเร็วหรือช้า เช่น หากประจำเดือนปกติของเธออยู่ปลายเดือน แต่เธอมีประจำเดือนในช่วงต้นเดือน หรือหากประจำเดือนปกติของเธออยู่ต้นเดือน แต่เธอมีประจำเดือนในช่วงปลายเดือน เมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นเลือดที่มีลักษณะปกติ นั่นหมายถึงเธอกำลังมีประจำเดือน และเมื่อใดก็ตามเลือดหยุดชัดเจน นั่นหมายถึงเธอก็ตัวบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่าประจำเดือนปกติของเธอก็ตาม

 

 

     3- อาการตกขาวสีเหลืองหรือสีขุ่น มองเห็นเป็นสีเหลืองเหมือนน้ำจากบาดแผล หรือสีขุ่นอยู่ระหว่างสีเหลืองกับสีดำ หากเกิดขึ้นระหว่างมีประจำเดือน หรือเกิดขึ้นก่อนการชำระล้างร่างกาย ให้ถือว่าเป็นเลือดประจำเดือน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการมีประจำเดือน แต่หากเกิดขึ้นหลังการชำระล้างร่างกาย และหมดระยะเวลาปกติของการมีประจำเดือน ให้ถือว่าไม่ใช่ประจำเดือน

 

 

     4- ประจำเดือนมาไม่ต่อเนื่อง เช่น ประจำเดือนมาช่วงหนึ่งเป็นเลือด และอีกช่วงเป็นเลือดขุ่น หรือหยุดไป

 กรณีเช่นนี้ แบ่งออกเป็น 2 สภาพ

      สภาพที่หนึ่ง: หากเป็นเลือดที่เกิดกับผู้หญิงคนนี้เป็นประจำ แสดงว่าเป็นเลือดเสีย ให้มั่นใจและปฏิบัติตามกฎของเลือดเสีย

     สภาพที่สอง: คือเมื่อเลือดไม่ไหลต่อเนื่อง แต่ไหลเป็นช่วงๆ หลังจากที่นางตัวสะอาดจากการมีประจำเดือนและเลือดนั่นก็หยุดไหลโดยเวลาน้อยกว่าหนึ่งวัน ถือว่าะป็นเลือดประจำเดือน ดังนั้น การหยุดของเลือดที่น้อยกว่าหนึ่งวันจึงไม่ถือว่าเป็นเลือดบริสุทธิ์ เว้นแต่จะมีหลักฐานยืนยันเป็นอย่างอื่น เช่น เลือดหยุดไหลเมื่อสิ้นสุดรอบเดือนตามปกติ หรือปรากฏตกขาว ตกขาวคือของเหลวสีขาวที่มดลูกขับออกมาเมื่อประจำเดือนหยุดลง

 

 

     5- เลือดแห้งจนสังเกตเห็นแต่ความชื้น หากเป็นเลือดแห้งในช่วงมีประจำเดือนหรือก่อนการชำระล้างร่างกาย ให้ถือว่าเป็นเลือดประจำเดือน หากเป็นเลือดแห้งหลังการชำระล้างร่างกายแล้วไม่นับว่าเป็นเลือดประจำเดือน

 

 

หลักการศาสนาที่เกี่ยวข้องกับสตรีมีประจำเดือน:

 

1- การละหมาด 

 

     สตรีที่มีประจำเดือนนัันห้ามกระทำการละหมาด ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดภาคบังคับ(ฟัรดู)หรือละหมาดที่สมัครใจ(สุนนะ)นั่นหมายถึงว่า การละหมาดจะไม่จำเป็นสำหรับเธอ นอกจากในกรณีที่เข้าเวลาละหมาดโดยมีระยะเวลาพอที่นางจะละหมาดได้แต่นางเกิดมีเลือดประจำเดือนขึ้นมาเสียก่อน ในกรณีนี้จำเป็นแก่นางที่จะต้องทำการละหมาดชดใช้เมื่อตัวของนางหมดประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็นตอนต้นหรือต้อนท้ายปลายเวลาที่กำหนดก็ตาม 

 

       ตัวอย่างในตอนต้นเวลา : เช่นสตรีนางหนึ่งมีประจำเดือนหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ในขณะที่เธอยังไม่ได้ละหมาดมัฆริบ เธอจะต้องละหมาดมัฆริบชดเชยเมื่อเธอบริสุทธิ์จากประจำเดือน เพราะเธอได้ขาดละหมาดภายในเวลาที่กำหนดก่อนที่ประจำเดือนจะเริ่ม 

 

       ตัวอย่างในตอนท้าย: เช่นสตรีนางหนึ่งหากเธอหมดจากการมีประจำเดือนก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นซึ่งอยู่เวลาของการละหมาดศุบฮิ ในกรณีนี้เธอจะต้องละหมาดศุบฮิชดเชย เนื่องจากเธอตัวสะอาดในช่วงเวลาของการละหมาดนั้น

 

     และในส่วนของการรำลึกถึงอัลลอฮ ด้วยคำกล่าวต่างๆ เช่นการกล่าวตักบีร(อัลลอฮุอักบัร) การตัสเบี๊ยะ(ซุบฮานัลลอฮ) การกล่าวตะมี๊ด(อัลฮัมดุลิลละห์)และการกล่าว บัสมาละ (บิสมิลลาฮ์ )ก่อนรับประทานอาหารและการอ่านตำรานิติศาสตร์อิสลาม และอ่านหะดีษ การวิงวอนขอดุอา และการกล่าวคำว่า “อามีน”

 

    และการฟังอัลกุรอ่าน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับสตรีมีประจำเดือน สตรีมีประจำเดือนยังสามารถท่องอัลกุรอ่านที่นางจดจำได้โดยไม่สัมผัสกับคัมภีร์อัลกุรอ่าน แต่ถ้าเธอจำเป็นต้องใช้อัลกุรอานเพื่อทบทวน หรือดูเพื่อให้เกิดความถูกต้องในการท่องจำ หรืออะไรทำนองนี้ ก็สามารถจับอัลกุรอ่านได้ โดยเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง เช่น การสวมถุงมือ หรือสิ่งอื่นๆ ได้

 

 

2-การถือศีลอด

 

      สตรีที่มีประจำเดือนห้ามถือศีลอด ไม่ว่าจะเป็นการถือศีลอดภาคบังคับ (วายิบ) หรือศีลอดที่สมัครใจ(สุนนะ) และการถือศีลอดขณะที่มีประจำเดือนนั้นไม่ถูกต้องตามหลักการ เธอจะต้องถือศีลอดชดเชยการถือศีลอดที่ขาดไป หากมีประจำเดือนเกิดขึ้นขณะที่เธอถือศีลอด การถือศีลอดของเธอจะถือเป็นโมฆะ แม้ว่าการมีเลือดประจำเดือนจะเกิดขึ้นก่อนดวงอาทิตย์ตกดินเพียงครู่เดียวก็ตาม เธอต้องถือศีลอดชดเชยในวันนั้นหากเป็นการถือศีลอดภาคบังคับ(วายิบ) 

 

     อย่างไรก็ตามหากเธอรู้สึกได้ว่าประจำเดือนกำลังมาเริ่มมาก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ในขณะที่เธอกำลังถือศีลอด แต่ยังไม่มีเลือดไหลออกมา จนกระทั่งหลังดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว การถือศีลอดของเธอในวันนั้นใช้ได้ไม่เป็นโมฆะ

 

     และในกรณีนางตื่นขึ้นมาตอนรุ่งอรุณในขณะที่เธอมีประจำเดือน การถือศีลอดของเธอในวันนั้นจะไม่ถือเป็นโมฆะ แม้ว่าเธอจะหมดเลือดประจำเดือนหลังจากรุ่งอรุณขึ้นเพียงครู่เดียวก็ตาม หากเธอตัวสะอาดหรือหมดประจำเดือนก่อนรุ่งสาง แล้วถือศีลอด การถือศีลอดของเธอก็ถือว่าถูกต้อง แม้ว่าเธอยังไม่ทำการอาบน้ำยกหะดัส(การอาบน้ำชำระร่างกายหลังมีประจำเดือน) จนกระทั้งถึงเวลาเช้าก็ตาม

 

 

3- การตอวาฟ (เวียนรอบกะบะฮ์) 

 

    ห้ามสตรีเดินวนตอวาฟรอบกะบะฮ. ไม่ว่าจะเป็นการตอวาฟภาคบังคับ(วายืบ)หรือสมัครใจ(สุนนะ)ก็ตาม และการกระทำดังกล่าวในขณะที่นางมีประจำเดือนนั้นถือว่าใช้ไม่ได้ตามหลักการ

     ส่วนการประกอบศาสนกิจอื่นๆ เช่น การเดินระหว่างภูเขาศอฟาและมัรวะ การวูกูฟที่ทุ่งอารอฟะ 

     การพักค้างคืนที่มุซดะลิฟะฮฺและมีนา การขว้างเสาหิน และอื่นจากนี้ในพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ ล้วนไม่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับเธอ 

     และหากนางตอวาฟ(เวียนรอบกะบะฮ) ในขณะที่เธอตัวสะอาด และหลักจากนั้นก็มีเลือดประจำเดือนออกมาหลังจากที่เธอตอวาฟเสร็จเพียงไม่นาน หรือมีเลือดออกมาในขณะที่กำลังทำการสะแอ(เดินอยู่ระหว่างภูเขาศอฟาและมัรวะ)ถือว่าการตอวาฟใช้ได้

 

 

4- การอยู่ในมัสยิด

 

      สตรีมีประจำเดือนห้ามเข้าไปอยู่ในมัสยิด (เพื่อการทำอิบาดะหรือประกอบศาสนกิจอื่นๆ)

 

 

5- การมีเพศสัมพันธ์ 

 

     เป็นที่ต้องห้ามสำหรับสามีของนางในการมีเพศสัมพันธ์กับนางในขณะที่นางมีประจำเดือน และนางก็ห้ามยินยอมให้สามีกระทำด้วยเช่นกัน แต่สามีได้รับอนุญาตให้สนองความปรารถนาของตนเองกับภรรยาได้ในขณะที่นางมีประจำเดือนโดยไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ เช่น การจูบ การกอด และการร่วมรักกับนางที่ไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ 

 

 

6-การหย่าร้าง 

 

    ห้ามสามีหย่ากับหญิงมีประจำเดือนในขณะที่นางมีประจำเดือน หากเขาหย่ากับนางในขณะที่นางมีประจำเดือน ถือว่าเขาได้ฝ่าฝืนอัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ การทำเช่นนั้นเท่ากับเขาได้กระทำสิ่งต้องห้าม จำเป็นแก่สามีต้องกลับไปคืนดีกับนางจนกว่านางจะตัวบริสุทธิ์ จากนั้นเขาสามารถหย่ากับนางได้หากเขาต้องการ แต่การที่จะรอคอยจนกว่านางจะมีประจำเดือนครั้งที่สองนั้นย่อมดีกว่า เมื่อนางตัวบริสุทธิ์จากประจำเดือนแล้ว สามีก็มีสิทธิที่จะอยู่กับนางหรือจะอย่ากับนางตามที่เขาต้องการ

 

 

7- จำเป็นที่จะต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกาย(ยกหะดัส )

 

    เมื่อประจำเดือนของสตรีหมดลง เธอจำเป็นต้องชำระล้างร่างกายตามหลักศาสนาเพื่อชำระล้างร่างกายทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องตัดผมหรือแก้มัดผมบนศีรษะ เว้นแต่กรณีที่ผมแน่นหนาเกินไปเพราะจะทำให้น้ำไม่สามารถเข้าซึมถึงรากผมได้ 

 

     หากสตรีมีประจำเดือนตัวสะอาดในขณะที่อยู่ในเวลาละหมาด เธอต้องรีบชำระล้างร่างกายเพื่อละหมาดให้ทันเวลา หากเธอกำลังเดินทางและไม่มีน้ำ หรือมีน้ำแต่กลัวอันตรายจากการใช้น้ำ หรือหากเธอเจ็บป่วยและการใช้น้ำจะเป็นอันตรายต่อเธอ ก็ให้เธอควรชำระล้างร่างกายโดยวิธีการใช้ฝุ่น (ตะยัมมุม) แทนการชำระล้างร่างกายด้วยน้ำ จนกว่าอุปสรรคในการใช้น้ำของเธอจะหมดไป หลังจากนั้นก็ให้เธออาบน้ำชำระล้างร่างกายตามหลักการศาสนา