วิธีการพัฒนาอีหม่าน เพื่อให้อิบาดะห์ด้วยหัวใจ
  จำนวนคนเข้าชม  41

อิบาดะห์ด้วยหัวใจ (2)

 

By One Muslimah

 

วิธีการพัฒนาอีหม่าน เพื่อให้อิบาดะห์ด้วยหัวใจ

 

     เนื่องจาก “หัวใจ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอีหม่าน เจตนา ความบริสุทธิ์ใจ และเป็นรากฐานที่สำคัญของอิบาดะห์ (ซึ่งเป็นผลลัพธ์) ในขณะที่ “อีหม่าน” มิใช่สิ่งที่มีความคงที่อยู่ตลอดเวลา อีหม่านสามารถเพิ่มและลดได้ การพัฒนาอีหม่านต้องอาศัยทั้งความรู้และการปฏิบัติ ดังนั้น มุสลิมต้องพยายามพัฒนาอีหม่านอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์คืออิบาดะห์ที่มีชีวิตที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการกระทำ อาทิ

 

     1. หมั่นศึกษาเรียนรู้ศาสนาอย่างถูกต้อง : เพราะความรู้ที่ถูกต้อง คือรากฐานที่สำคัญของอีหม่าน ผู้ที่เข้าใจหลักศรัทธา (เตาฮีด) เข้าใจเป้าหมายของชีวิตและโลกอาคิเราะห์ ย่อมมีศรัทธาที่มั่นคง

     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรู้จักอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา อย่างถูกต้องผ่านพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ ถือเป็นรากฐานที่สำคัญ เพราะเมื่อมนุษย์รู้จักความเมตตา อำนาจ และปรีชาญาณของพระองค์ หัวใจจะเกิดความรักและความยำเกรง

 

     2. ปฏิบัติอิบาดะห์อย่างสม่ำเสมอ : อิบาดะห์แม้เพียงเล็กน้อย แต่ทำต่อเนื่อง ย่อมมีผลต่อหัวใจมากกว่าการทำมากแล้วหยุด ดังที่ท่านนบีมุฮัมหมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า 

“การงานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา นั้น คือ การงานที่ทำเป็นประจำ แม้จะทำเพียงน้อยนิดก็ตาม”

     เพราะอีหม่านเติบโตด้วยการเชื่อฟังอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา แม้การกระทำหรือการปฏิบัติเพียงเล็กน้อย แต่หากปฏิบัติเป็นประจำหรือกระทำอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อหัวใจอย่างลึกซึ้ง

 

     3. คบหาคนดี เพื่อนที่ดี : เนื่องจากสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อหัวใจอย่างมาก เพราะเพื่อนที่ดีย่อมช่วยเหลือ คอยแนะนำตักเตือน นำพาเราไปสู่การทำความดีและใกล้ชิดอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ยิ่งขึ้น

     ในขณะที่เพื่อนที่ไม่ดี ย่อมนำพาไปสู่ความเดือดร้อนเสียหาย ความพินาศและหายนะ ดังที่ท่านนบีมุฮัมหมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวเปรียบเทียบระหว่าง เพื่อนที่ดี (เสมือนคนขายน้ำหอม) และเพื่อนที่ไม่ดี(เสมือนช่างตีเหล็ก) ไว้ว่า

 

     “อุปมามิตรที่ดีและที่ชั่วนั้น เปรียบได้กับคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก เพื่อนดีคือคนขายน้ำหอมซึ่งเขาอาจจะแจกน้ำหอมให้ท่าน หรือไม่เช่นนั้นท่านก็ได้ซื้อน้ำหอมจากเขา

     เพื่อนไม่ดีก็คือช่างตีเหล็กซึ่งเขาอาจจะทำให้ลูกไฟกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าของท่านให้เกิดรอยไหม้ หรือไม่ก็ท่านจะต้องได้รับกลิ่นเหม็นจากเขา”

(รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)

     ดังนั้น การอยู่กับคนดี จะช่วยให้เรารักการทำความดี ห่างไกลจากบาป ช่วยให้ระลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ได้ง่ายขึ้น

 

     4. หมั่นตรวจสอบหัวใจของตนเอง : นักวิชาการเรียกการตรวจสอบหัวใจตนเองว่า “มุฮาซะบะห์” เช่น 

ถามตนเองว่า วันนี้เราทำบาปอะไรบ้าง ? 

เราเข้าใกล้อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา มากขึ้นหรือห่างออกไป ?

อิบาดะห์ของเรามีเจตนาที่บริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) หรือไม่ ? 

สิ่งที่เรากำลังทำ เราทำเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา หรือเพื่อผู้คน ? เป็นต้น

    เพราะการตรวจสอบหัวใจตนเองอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มนุษย์ไม่หลงลืมตนเองและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

 

 

แนวทางการทำอิบาดะห์ด้วยหัวใจ

 

     วิธีการทำให้อิบาดะห์มีชีวิต คือการทำอิบาดะห์ด้วยหัวใจ สามารถสรุปได้ดังนี้

 

1. ทำอิบาดะห์ด้วยความเข้าใจ : 

 

     หลายคนทำอิบาดะห์เพราะความเคยชิน แต่ไม่เข้าใจความหมายหรือ เป้าหมายที่แท้จริง อิบาดะห์จะมีชีวิต เมื่อผู้ปฏิบัติ“รู้ว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร” ตัวอย่างเช่น 

     การละหมาด มิใช่เพียงการก้มและกราบ แต่คือการยืนต่อหน้าอัลลอฮฺ เพราะเมื่อผู้ปฏิบัติเข้าใจความหมาย หัวใจจะเริ่มมีส่วนร่วมในการอิบาดะห์ เช่น การละหมาด หากผู้ละหมาดเข้าใจความหมายของกุรอานที่อ่าน เข้าใจถ้อยคำที่กล่าวในละหมาด จะทำให้อิบาดะห์มีชีวิตมีความหมายยิ่งขึ้น

 

 

2. ฝึกให้เกิดความคุชูอ์ในการทำอิบาดะห์ : 

 

     คุชูอ์ คือความสงบ ความถ่อมตน การมีจิตจดจ่อของหัวใจต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา 

     ตัวอย่าง วิธีฝึกคุชูอ์ในการละหมาด เช่น เตรียมใจก่อนละหมาด พยายามละหมาดตรงเวลา ลดสิ่งรบกวนรอบข้าง อ่านกุรอานในละหมาดอย่างช้า ๆ และเข้าใจความหมายของสิ่งที่กำลังอ่าน ตระหนักหรือระลึกเสมอว่า ละหมาดครั้งนี้อาจเป็นละหมาดสุดท้ายของชีวิต เป็นต้น

 

 

3. เพิ่มการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา อย่างสม่ำเสมอ : 

 

     การรำลึกถึงอัลลอฮฺ  ทำให้หัวใจมีชีวิต ตื่นรู้จากความหลงลืม การรำลึกถึงอัลลอฮฺ  ที่ง่ายที่สุด ที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกช่วงเวลา เช่น การกล่าวอัสตัฆฟิรุลลอฮฺ ซุบฮานัลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ เป็นต้น

     หัวใจที่ห่างไกลจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ  จะค่อย ๆ แข็งกระด้าง ในขณะที่หัวใจที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ อย่างสม่ำเสมอ จะเกิดความอ่อนโยน และสามารถสัมผัสถึงความสงบภายในได้อย่างแท้จริง

 

 

4. มีอิบาดะห์ลับระหว่างตนกับอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา : 

 

     อิบาดะห์ลับ คือ อิบาดะห์ที่ไม่มีใครรู้เห็น เช่น การละหมาดตะฮัจญุดยามค่ำคืน การขอดุอาอ์ การบริจาคโดยไม่มีใครรู้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์พิเศษและสร้างความใกล้ชิดระหว่างบ่าวกับอัลลอฮฺ 

 

 

5. การอ่านกุรอานแบบใคร่ครวญ : 

 

     อัลกุรอานมิได้ถูกประทานมาเพียงเพื่ออ่านให้ผ่านไปหรือใช้ในพิธีกรรม หรืออ่านเพื่อให้ได้ผลบุญเท่านั้น แต่เพื่อให้มนุษย์ได้ใคร่ครวญ (ตะดับบุร)

     เมื่อมนุษย์อ่านกุรอานด้วยหัวใจ เขาจะพบว่าอัลลอฮฺ กำลังสื่อสารเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นกับเขาโดยตรง เขาจะได้รับทางนำสำหรับหัวใจ การอ่านอย่างใคร่ครวญจะทำให้อีหม่านเพิ่มขึ้นและความสัมพันธ์กับอัลลอฮฺ  เพิ่มขึ้น

 

 

บทสรุปส่งท้าย

 

     อิบาดะห์ด้วยหัวใจ คือหัวใจของอิสลาม คือแก่นแท้ของชีวิตมุสลิม เพราะอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา มิได้ทรงมองเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ทรงมองความศรัทธา (อีหม่าน) ความจริงใจ และสภาพของหัวใจ

 

     แม้มนุษย์จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ตราบใดที่ยังกลับไปหาอัลลอฮฺ  ยังสำนึกผิด(เตาบะห์) ยังพยายามปรับปรุงหัวใจ อัลลอฮฺ ย่อมทรงเปิดประตูแห่งความเมตตาเสมอ

 

      การพัฒนาอีหม่านจึงไม่ใช่เพียง “การเพิ่มข้อมูลทางศาสนา” แต่คือ “การทำให้หัวใจใกล้ชิดอัลลอฮฺ  มากขึ้นทุกวัน”

     มุสลิมจึงไม่ควรพอใจกับการมีเพียง “อิบาดะห์ที่เคลื่อนไหวแต่ร่างกาย” แต่ควรพยายามสร้าง “อิบาดะห์ที่มีชีวิต”

     เพราะหัวใจที่มีชีวิตคือ หัวใจที่รักอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ยำเกรงอัลลอฮฺ  รำลึกถึงอัลลอฮฺ  ถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ  และกลับไปหาอัลลอฮฺ เสมอ

 

     ท้ายที่สุด อิบาดะห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่อิบาดะห์ที่มากที่สุด แต่คือ อิบาดะห์ที่มีหัวใจแห่งอีหม่าน “อยู่กับอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา” มากที่สุด

     เพราะเมื่อหัวใจมีอีหม่าน อิบาดะห์ก็จะมีความหมาย

     และเมื่ออิบาดะห์มีความหมายมีชีวิต มนุษย์จะพบความสงบทั้งภายในและภายนอกที่แท้จริง ทั้งในดุนยาและอาคิเราะห์