
คำสั่งเสียของบรรดาพ่อแก่ลูก
อับดุลวาเฮด สุคนธา
อัลอับบาส บิน อับดุลมุฏฏอลิบ ได้กล่าวกับลูกชายของเขา อับดุลลอฮฺ ว่า: โอ้ลูกรัก แท้จริงผู้นำแห่งศรัทธาชน (หมายถึง อุมัรบิน อัลค็อฏฏอบ) ให้ความใกล้ชิดกับเจ้า ดังนั้นจงรักษา 3 ประการจากฉันไว้:
♦ อย่าเปิดเผยความลับของเขาเด็ดขาด
♦ อย่านินทาใครต่อหน้าเขา
♦ และอย่าให้เขาเห็นจากเจ้าซึ่งการโกหกแม้แต่ครั้งเดียว
มีรายงานว่า อิมามอะห์มัด ได้กล่าวกับลูกของเขาว่า : โอ้ลูกรัก จงตั้งเจตนาในความดี เพราะแท้จริงเจ้าจะยังคงอยู่ในความดี ตราบใดที่เจ้ายังตั้งเจตนาดี
และมีรายงานว่า ลุกมาน ได้กล่าวกับลูกของเขาว่า : โอ้ลูกรัก จงแสวงหาการช่วยเหลือด้วยการประกอบอาชีพที่ฮะลาล (ที่อนุมัติ)
บทสรุป
• บทบาทของพ่อในการอบรมเลี้ยงดู ไม่ใช่เพียงแค่การให้อาหารและเครื่องนุ่งห่มเท่านั้น แต่รวมถึงการชี้นำ การดูแล และการสร้างบุคลิกภาพของลูกให้เป็นผู้ศรัทธาในอัลลอฮ์ มีคุณธรรม และสามารถยกระดับสังคมได้
• การเป็นแบบอย่างที่ดีของพ่อ เป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ดี มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
• ความดีของลูกเป็นผลโดยตรงจากความพยายามของพ่อแม่ และการอบรมเลี้ยงดูคือความไว้วางใจ (อะมานะฮ์) ที่ทุกคนจะถูกสอบถามในวันกิยามะฮ์
วิธีปกป้องลูกหลานของเราจากการหลงผิด 5 ขั้นตอน เริ่มได้จากในบ้านของคุณ !
หากคุณกำลังถามว่า : “จะปกป้องลูกของฉันจากการหลงผิดได้อย่างไร?” คำตอบเริ่มต้นจากรากฐานที่แข็งแรง:
แกนที่ 1 : คุณคือแบบอย่าง!
1- บ้านคือสถานที่สำคัญที่สุด : ลูกของคุณมองดูพฤติกรรมของคุณมากกว่าฟังคำสอนของคุณ จงเป็นแบบอย่างที่คุณอยากเห็นในตัวเขา
หากคุณอยากให้เขาซื่อสัตย์ คุณต้องซื่อสัตย์ต่อหน้าเขา
หากอยากให้เขาให้เกียรติ ก็จงให้เกียรติคู่ชีวิตของคุณ
2- สร้างสะพานแห่งความไว้วางใจ (ไม่ใช่กำแพง) : ทำให้หัวใจของลูกเปิดรับคุณ รับฟังเขาโดยไม่ตัดสินอย่างรุนแรง แม้ในเวลาที่เขาทำผิด ความปลอดภัยนี้จะทำให้เขากลับมาหาคุณ แทนที่จะไปหากลุ่มเพื่อนที่ไม่ดี
แกนที่ 2 : การชี้นำและการสร้างความตระหนัก
3- การพูดคุยอย่างเปิดเผยตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้ลูกเรียนรู้ชีวิตจากถนนหรืออินเทอร์เน็ต! พูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องศีลธรรม พฤติกรรม และศาสนาให้เหมาะสมกับวัย การให้ความรู้ล่วงหน้าคือการป้องกันที่ดีที่สุด
4- ศรัทธาคือเกราะป้องกัน : การปลูกฝังอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง การละหมาด และคุณธรรมที่ดีในจิตใจของพวกเขา คือพลังภายในที่จะปกป้องเขาเมื่อคุณไม่ได้อยู่ใกล้
แกนที่ 3: การจัดการสภาพแวดล้อม
5- การดูแลสภาพแวดล้อมอย่างมีสติ : ใส่ใจว่าใครเป็นเพื่อนของลูก (ทั้งในชีวิตจริงและออนไลน์) กำหนดขอบเขตการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างชัดเจน และสอนให้เขาปฏิเสธเพื่อนที่ไม่ดีและเนื้อหาที่เป็นอันตราย
การขอดุอาอ์ให้ลูกหลานได้รับทางนำและความดีงาม
ดุอาอ์คืออาวุธของผู้ศรัทธา ท่านนบี ﷺ ได้ส่งเสริมให้ขอดุอาอ์ให้ลูก และห้ามการสาปแช่งลูก โดยท่านกล่าวว่า:
لا تدْعوا على أنفسِكم ، ولا تدْعوا على أولادِكم
“อย่าได้ขอดุอาอ์ให้โทษแก่ตัวของพวกท่าน และอย่าได้ขอดุอาอ์ให้โทษแก่ลูกหลานของพวกท่าน”
(บันทึกโดยมุสลิม)
ท่านอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) กล่าวว่า:
{رَبِّ هَبْ لِي مِنَ الصَّالِحِينَ}
“โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดประทานลูกหลานที่เป็นคนดีแก่ฉัน”
(สูเราะฮฺ อัศ-ศอฟฟาต: 100)
ท่านได้วิงวอนขอให้ลูกหลานมีอะกีดะฮฺที่ถูกต้องว่า:
وَاجْنُبْنِي وَبَنِيَّ أَن نَّعْبُدَ الأَصْنَامَ
“และโปรดให้ฉันและลูกหลานของฉันห่างไกลจากการเคารพบูชารูปปั้น”
(อิบรอฮีม: 35)
ท่านยังขอให้พวกเขาเป็นผู้ดำรงละหมาดว่า:
رَبِّ اجْعَلْنِي مُقِيمَ الصَّلاةِ وَمِن ذُرِّيَّتِي
“โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดให้ฉันเป็นผู้ดำรงละหมาด และรวมถึงลูกหลานของฉันด้วย”
( อิบรอฮีม: 40)
ดุอาอ์จะทำให้อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงช่วยเหลือพ่อแม่ในการปกป้องลูกหลานของพวกเขาจากฟิตนะฮ์ (บททดสอบ) และการหลงผิด
อัซ-ซะฮะบีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสืออันยิ่งใหญ่ของท่าน “สิยัร อะอฺลาม อัน-นุบะลาอฺ” ในชีวประวัติของสุลัยมฺ บิน อัยยูบ อัร-รอซีย์(13/265) เรื่องที่สุลัยมฺเล่าเกี่ยวกับตัวเองว่า:
ตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขาได้ไปหาครู(ผู้สอนท่องจำอัลกุรอาน) เพื่อเรียนอ่านอัลกุรอาน ครูจึงให้เขาอ่านสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ แต่เขาไม่สามารถอ่านได้ เพราะลิ้นของเขายังไม่ชำนาญ(พูดติดขัด)
ครูจึงถามว่า : เจ้ามีแม่หรือไม่ ?
เขาตอบว่า : มี
ครูจึงกล่าวว่า : จงไปขอให้แม่ของเจ้าขอดุอาอฺให้เจ้า ขอให้อัลลอฮฺทรงทำให้เจ้าท่องจำอัลกุรอาน และทรงสอนความรู้แก่เจ้า
เขากลับไปหาแม่ และขอให้แม่ดุอาอฺให้เขา แล้วแม่ของเขาก็ได้ขอดุอาอฺให้
หลังจากนั้น อัลลอฮฺทรงทำให้เขาได้ไปยังเมืองแบกแดด ได้เรียนภาษาอาหรับ ท่องจำอัลกุรอานและหะดีษ และศึกษาศาสนากับบรรดานักวิชาการในมัซฮับชาฟิอีย์ในอิรัก จนกระทั่งเขามีความโดดเด่น กลายเป็นอิมาม(นักวิชาการชั้นนำ) จากนั้นเขาได้กลับไปยังบ้านเกิดของเขา และนั่งสอนผู้คนต่อไป
เรื่องของอัล-ฟุฎัยล์และลูกชายของเขา:
อัล-ฟุฎัยล์ อิบนุ อิยาฎ เป็นผู้นำคนหนึ่งจากบรรดาผู้ทรงคุณธรรมของประชาชาตินี้ และท่านมักจะวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ให้กับลูกชายของท่านชื่อ “อะลี” อยู่เสมอ โดยกล่าวว่า:
اللَّهُمَّ إِنِّي اجْتَهَدْتُ أَنْ أُؤَدِّبَ عَلِيًّا فَلَمْ أَقْدِرْ عَلَى تَأْدِيبِهِ، فَأَدِّبْهُ لِي
“ โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันได้พยายามอย่างเต็มที่ในการอบรมเลี้ยงดูอะลีแล้ว แต่ฉันไม่สามารถทำได้สำเร็จ ดังนั้นโปรดทรงเลี้ยงดูเขาแทนฉันด้วยเถิด” ท่านยังคงวิงวอนเช่นนี้เรื่อยมา
จนกระทั่ง อับดุลลอฮ์ อิบนุ อัล-มุบาร็อก กล่าวว่า : ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่ผู้คนคือ อัล-ฟุฎัยล์ อิบนุ อิยาฎ และผู้ที่ดียิ่งกว่าเขาคือ ลูกชายของเขา อะลี
สุฟยาน อิบนุ อุยัยนะฮ์ กล่าวว่า : ฉันไม่เคยเห็นใครที่มีความยำเกรง (ต่ออัลลอฮ์) มากไปกว่า อัล-ฟุฎัยล์ และลูกชายของเขา
อิมาม อัซ-ซะฮะบี กล่าวว่าเกี่ยวกับเขาว่า: อะลี อิบนุ อัล-ฟุฎัยล์ เป็นหนึ่งในบรรดา (ผู้ใกล้ชิดอัลลอฮ์) ผู้ยิ่งใหญ่ และเขาเป็นผู้ที่ยืนหยัดในการภักดีต่ออัลลอฮ์อย่างสม่ำเสมอ มีความนอบน้อมยำเกรง หวาดหวั่น (ต่อพระองค์) และเป็นผู้มีความเป็นร็อบบานีย์ (ผู้รู้และปฏิบัติเพื่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริง) อีกทั้งยังมีสถานะอันยิ่งใหญ่
ดังนั้น ดุอาอ์ (การวิงวอน) ของพ่อแม่จึงมีบทบาทอย่างยิ่งต่อความดีงามของลูก ๆ ของพวกเขา เพราะฉะนั้นเราควรเพิ่มพูนการขอดุอาอ์ให้แก่ลูกหลานของเรา เพราะมีมากมายเพียงใดแล้วที่ดุอาอ์สามารถทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย เปิดสิ่งที่ปิดตาย
และมีอีกมากมายที่ดุอาอ์ทำให้ผู้ที่หลงทางกลับคืนมาทำให้คนที่ห่างไกลกลับมาใกล้ ทำให้ผู้ที่เสียหายได้รับการแก้ไข และนำทางผู้ที่หลงผิด
และมีมากเพียงใดแล้วที่พ่อคนหนึ่งวิงวอนให้ลูกของเขาจนลูกมีความสุข และพ่อเองก็มีความสุขด้วยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
บทเรียน
ดุอาอฺของพ่อแม่ โดยเฉพาะแม่ มีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของลูก ทั้งในด้านศาสนาและความรู้
และอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของลูกไปสู่ความดีงามได้