
บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 50
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
แบบอย่างท่านนบีกับการขอบคุณเนียะอฺมัตที่พำนักที่พักพิง
ไม่ว่าที่พักอาศัยที่ท่านอาศัยอยู่นั้นจะเป็นอย่างไร มันคือ "เนียะอฺมัต" (ความโปรดปราน) จากอัลลอฮฺ
ไม่ว่าท่านจะเป็นเจ้าของเองหรือเป็นเพียงผู้เช่า ไม่ว่ามันจะกว้างขวางหรือคับแคบก็ตาม
บ้านที่มีครอบครัวและลูกๆอาศัยอยู่ร่วมกัน บ้านที่ท่านสามารถปิดประตูเพื่อพักผ่อนและนั่งเล่นได้อย่างสบายใจ
นั่นคือความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺ ได้ทรงประทานให้แก่ท่าน ที่ ๆ คนบนท้องถนนหรือผู้ผ่านไปมามองไม่เห็น
ท่านสามารถถอดเสื้อผ้าพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และสบายใจ
ท่านสามารถรับประทานอาหารและพูดคุยหยอกล้อกับลูกๆ ได้โดยที่คนภายนอกไม่มารับรู้เรื่องส่วนตัวหรือสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้าน
นี่คือความเมตตาที่พระองค์ประทานแก่ท่าน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ต่อความโปรดปรานนี้
ดั่งที่ได้ปรากฏในฮะดีษศ่อเฮียะฮฺว่า เมื่อท่านนบี ﷺ จะเข้านอน ท่านจะกล่าวว่า:
"الحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي أَطْعَمَنَا وَسَقَانَا وَكَفَانَا وَآوَانَا وَكَمْ مِمَّنْ لَا كَافِيَ لَهُ وَلَا مُؤْوِيَ لهُ"
"มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงประทานอาหารและน้ำดื่มแก่เรา ผู้ทรงคุ้มครองเรา
และผู้ทรงประทานที่พักพิงแก่เรา เพราะยังมีผู้คนอีกมากมายที่ไม่มีใครคุ้มครองและไม่มีที่พักพิงให้พำนัก"
อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
เป็นการเตือนสติว่าใครที่อ้างว่ารักท่านนบีแต่ไม่ปฏิบัติตามท่าน ความรักนั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์
"คนที่รักกันย่อมจะเลียนแบบผู้ที่เป็นที่รักของเขา แม้กระทั่งในเรื่องดุนยาก็ตาม"
คุณจะพบว่า เขาจะเลียนแบบทั้งการแต่งกาย คำพูด หรือแม้กระทั่งลายมือ! และนั่นเป็นเพราะความรักที่มีต่อบุคคลนั้นอย่างลึกซึ้ง
มนุษย์เรายิ่งรักใครคนหนึ่งมากเท่าไหร่ เขาจะพยายามทำตัวให้เหมือนบุคคลนั้นในด้านคุณลักษณะต่างๆ
ดังนั้นหากคุณรักท่านนบี ﷺ ความรักนี้จะนำพาให้คุณปฏิบัติตามแบบอย่าง (ซุนนะฮฺ) ของท่าน ﷺ อย่างแน่นอน"
#شـرح_حِلية_طالب_العلم (٢٣)
อิบนุ ร่อญับ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
ช่วงเวลาที่ประเสริฐที่สุดสำหรับการซิกรุลลอฮฺในตอนกลางวัน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในตอนกลางวันสำหรับการรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกรุลลอฮฺ) คือหลังละหมาดที่ไม่มีการละหมาดซุนนะฮฺต่อท้ายนั่นคือ ละหมาดฟะญัร และ ละหมาดอัศริ
และการซิกรุลลอฮฺในสองช่วงเวลานี้ ดียิ่งกว่าการอ่านอัลกุรอาน
เป็นที่แนะนำให้ทำการซิกรุลลอฮฺหลังจากละหมาดสองเวลาที่ไม่มีซุนนะฮฺต่อท้าย นั่นคือละหมาดฟะญัรและละหมาดอัศริ
ดังนั้นจึงควรทำการซิกรุลลอฮฺหลังละหมาดฟะญัรจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น และหลังละหมาดอัศริจนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก
และสองช่วงเวลานี้ หมายถึงช่วงฟะญัรและอัศริ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของกลางวันสำหรับการซิกรุลลอฮฺ
มีผู้ถาม ท่าน เอาซาอีย์ เกี่ยวกับการทำอิบาดะฮฺในสองช่วงเวลานี้ ท่านตอบว่า:
"แนวทางของบรรดาสลัฟคือการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และหากจะอ่านอัลกุรอานก็ถือว่าดี"
และจากข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า การซิกรุลลอฮฺในช่วงเวลานี้ดีกว่าการอ่านอัลกุรอาน
เช่นเดียวกัน ท่านอิสฮาก ได้กล่าวว่า การกล่าวตัสเบียะฮฺ100 ครั้งหลังละหมาดฟัรฎูนั้น ดียิ่งกว่าการอ่านอัลกุรอานในช่วงเวลานั้น
ความรักและความห่วงใยระหว่างท่านนบียะอฺกูบและท่านนบียูซุฟ
ใครเล่าจะวางใจต่อบททดสอบของอัลลอฮฺ หากได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านนบียะอฺกูบ -อะลัยฮิสลาม- ?
ท่านซุฟยาน อัษเษาะรีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า : เมื่อท่านนบียะอฺกูบและท่านนบียูซุฟได้พบกัน ทั้งสองต่างสวมกอดกันและร้องไห้
ท่านนบียูซุฟกล่าวว่า : "โอ้ท่านพ่อ... ท่านร้องไห้คิดถึงฉันจนดวงตาของท่านบอดเชียวหรือ? ท่านไม่รู้หรือว่าวันกิยามะฮฺจะทำให้เรามาพบกันอีกครั้ง?"
ท่านนบียะอฺกูบตอบว่า : "รู้สิลูกรัก แต่สิ่งที่พ่อกลัวยิ่งกว่าการจากลาในโลกนี้ คือกลัวว่าศาสนาของเจ้าจะถูกช่วงชิงไป แล้วทำให้พ่อกับเจ้าต้องพลัดพรากจากกันในโลกหน้าตลอดกาล"
شعب الإيمان للبيهقي (3/183)
การล้อเล่นควรมีขอบเขตและเลือกกาลเทศะไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา
ท่าน สะอีด อิบนิล อาศ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- ได้กล่าวแก่ลูกชายของท่านว่า:
"อย่าล้อเล่นกับผู้คนที่มีเกียรติมีตำแหน่งหน้าที่ เพราะเขาจะโกรธเคืองและผูกใจเจ็บต่อเจ้า
และอย่าล้อเล่นกับคนที่ไร้มารยาท เพราะเขาจะลามปาม(ข้ามเส้น)ต่อเจ้า"
موسوعة ابن أبي الدنيا ٢٤٠/٧
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•