
บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 49
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
มารยาทการใช้รถใช้ถนน คือการไม่สร้างความลำบากให้ผู้อื่น
"แม้กระทั่ง 'รถยนต์' หากจอดไว้กลางถนน และทำให้ผู้คนสัญจรลำบาก นั่นถือว่าได้วางสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายไว้บนทางเดินของผู้คนแล้ว และการขจัดสิ่งนั้นออกไปถือเป็นส่วนหนึ่งของ 'อีหม่าน'
เมื่อการขจัดสิ่งกีดขวางออกจากทางเดินคือส่วนหนึ่งของอีหม่าน ดังนั้นการวางสิ่งกีดขวางไว้บนทางเดิน ถือเป็นส่วนหนึ่งของความขาดทุน
ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองเราให้พ้นจากสิ่งนั้นด้วยเถิด"
( شرح_رياض_الصالحين : ( ٣١/٤ )
อิบนุล ก็อยยิม -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
"แท้จริงความชั่วนั้น จะก่อให้เกิดความมืดมนในหัวใจ
ความหม่นหมองบนใบหน้า ความอ่อนแอในร่างกาย
การลดลงของริสกี และความไม่เป็นที่รักในหัวใจของผู้คน"
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
จงตรวจสอบตัวเองก่อนวันแห่งการสอบสวน
"ผู้มีปัญญาเขาย่อมตระหนักดีว่า พระผู้เป็นเจ้าคือผู้ทรงสอบสวนอย่างยุติธรรม
และวันกิยามะฮฺคือวันแห่งการตอบแทนและการคิดบัญชี เขารู้ว่า เขาจะต้องได้พบกับอัลลอฮฺในวันนั้นอย่างแน่นอน
และในวันนั้น เขาจะพบว่าการงานของเขาทั้งหมดถูกนำมาเสนอต่อหน้า ทั้งความดีและความชั่ว สิ่งที่ดีงามและสิ่งที่เลวร้าย
ดังนั้น เขาจะคิดคำนวณและพิจารณาตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันนั้น
เพราะผู้ที่ฉลาด คือผู้ที่ควบคุมและตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ ในขณะที่ยังอยู่ในโลกแห่งโอกาสและการกระทำ
ส่วนผู้ที่อ่อนแอ คือผู้ที่ปล่อยปละละเลยตัวเอง ปล่อยให้หลงอยู่ในความผิด และกระทำตามอารมณ์ของตน จนกระทั่งความเสียใจมาถึงโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว"
[فِقهُ الأسماءِ الحُسنَىٰٓ (صـ٣١٨)].
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
ผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮฺและร่อซู้ลอย่างแท้จริงจะได้อยู่ร่วมกับบรรดาคนดีในสวรรค์
ท่านหญิงอาอิชะฮฺ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา- กล่าวว่า : มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ﷺ แล้วกล่าวว่า:
"โอ้ร่อซูลุลลอฮฺ แท้จริงแล้วท่านเป็นที่รักของฉันยิ่งกว่าตัวของฉันเอง และท่านก็เป็นที่รักของฉันยิ่งกว่าลูกของฉันเสียอีก
บางครั้งที่ฉันอยู่ในบ้าน แล้วฉันนึกถึงท่าน ฉันก็ทนไม่ไหว จนต้องออกมาหาท่านเพื่อได้มองดูท่าน
และเมื่อฉันนึกถึงความตายของฉัน และความตายของท่าน ฉันก็รู้ว่าเมื่อท่านเข้าสวรรค์
ท่านจะถูกยกขึ้นไปอยู่ร่วมกับบรรดานบีในระดับชั้นที่สูงส่งที่สุด แต่หากฉันได้เข้าสวรรค์ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้พบท่านอีก"
แล้วท่านนบี ﷺ ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรเขา จนกระทั่งญิบรีล -อะลัยฮิสลาม- ได้นำอายะฮฺนี้ลงมา:
وَمَن يُطِعِ ٱللَّهَ وَٱلرَّسُولَ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ مَعَ ٱلَّذِينَ أَنْعَمَ ٱللَّهُ عَلَيْهِم مِّنَ ٱلنَّبِيِّـۧنَ وَٱلصِّدِّيقِينَ..
"และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮฺและร่อซู้ลแล้ว ชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงเมตตาพวกเขา อันได้แก่บรรดานบี บรรดาผู้ที่สัจจริง.."
(อันนิซาอฺ69)
ชัยคฺ อับดุสสลาม อัชชุวัยอิร -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
ให้เรามีความยำเกรงและระมัดระวังอย่างมากในการอธิบายอัลกุรอานจากความเข้าใจของตัวเอง
"ท่าน อบูบักร อัศศิดดีก และค่อลีฟะฮฺหลังจากท่านคือท่านคือ อุมัร อิบนุล ค็อฏฏอบ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา- เคยถูกถามเกี่ยวกับอายะฮฺหนึ่งในอัลกุรอ่านนั่นคือคำว่า:
﴿وَفَاكِهَةً وَأَبًّا﴾ "และผลไม้และ..."
มีคนถามว่า 'อัลอับบฺ' (الأبّ) ในที่นี้หมายถึงอะไร?
ท่านอบูบักร เมื่อถูกถาม ท่านได้กล่าวว่า:
'ท้องฟ้าใดจะปกคลุมฉัน? และแผ่นดินใดจะรองรับตัวฉันไว้? หากฉันกล่าวเกี่ยวกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺในสิ่งที่ฉันไม่รู้'
ส่วนท่านอุมัร เมื่อถูกถามหลังจากที่ท่านอบูบักรเสียชีวิตไปแล้ว ท่านกล่าวว่า:
'อุมัรถึงคราวพินาศแล้ว! และพ่อของอุมัรเป็นใครกัน? และพ่อของอุมัรและแม่ของเขาคือใครกัน? ที่กล้าพูดถึงคัมภีร์ของอัลลอฮฺในสิ่งที่ตนไม่รู้'
แต่ในสมัยเรานี้ ผู้คนมากมายกลับกล้าออกความเห็นเกี่ยวกับดำรัสของอัลลอฮฺตามใจนึก พูดตามความคาดเดาและสัญชาตญาณของตน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์
และลามไปถึงธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา (ที่อัลลอฮฺทรงสร้างและพระองค์ย่อมรู้ดีถึงสิ่งเหล่านั้น) ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง
มีรายงานว่า:
'ผู้ใดที่กล่าวเกี่ยวกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺด้วยการคาดเดา (โดยไม่มีความรู้) แท้จริงเขาได้ทำผิดพลาดแล้ว
แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจะบังเอิญถูกต้องก็ตาม'"
จากการอธิบายตัฟซีรซูเราะฮฺ อัลอัศรฺ
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•