
บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 48
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
อิหม่าม มาลิก -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
หน้าที่ของผู้รู้คือการชี้แจงความจริงตามที่ปรากฏในกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ
"หากมีคนมาถกเถียงกับท่าน จงชี้แจง ซุนนะฮฺ ให้เขาฟัง และอย่าโต้เถียงกับเขา
เพราะเมื่อท่านได้ชี้แจงซุนนะฮฺแล้ว เท่ากับท่านได้วางหลักฐานไว้ต่อหน้าเขาแล้ว
หากเขายังดึงดันจะโต้เถียงต่อไป แท้จริงเขากำลังโต้แย้งต่ออัลลอฮฺไม่ใช่กับท่าน
ดังนั้นจงอธิบายซุนนะฮฺ แต่อย่าใช้ซุนนะฮฺเป็นเครื่องมือในการโต้เถียง
เพราะหน้าที่ของผู้ที่ได้รับรู้ซุนนะฮฺอย่างชัดเจนแล้ว คือการยอมรับโดยปราศจากการโต้แย้ง"
تفسير ابن عثيمين -رحمه الله- ج٣
ชัยคฺ ศอและฮฺ ซินดีย์ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
สิ่งที่ดีที่สุดในการเผยแผ่ศาสนา
"สิ่งที่ดีที่สุดในการการเผยแผ่ศาสนาของอัลลอฮฺ คือการที่บุคคลหนึ่งมีความหลากหลายและมีความชำนาญหลายๆด้านในการทำงานศาสนา ซึ่งความหลากหลายนี้เกี่ยวข้องทั้งด้านความรู้ และด้านแนวทางการเผยแผ่
ความหลากหลายในด้านความรู้ : คือการที่คนๆ หนึ่งมีความเข้าใจในหลายแขนงวิชา
ซึ่งนี่คือสิ่งที่ดียิ่งสำหรับผู้แสวงหาวิชาความรู้ แม้เขาอาจไม่โดดเด่นในทุกศาสตร์ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีพื้นฐานในหลายๆวิชา เพราะศาสตร์ต่างๆ นั้นมีความเชื่อมโยงกัน การไม่รู้ในศาสตร์หนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจในศาสตร์อื่นๆ หรือแม้กระทั่งในวิชาที่ตั้งใจจะเชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็ตาม
ความหลากหลายในด้านการดะอฺวะฮฺ : จะดียิ่งหากผู้เผยแผ่ศาสนา (นักดาอีย์) มีทักษะที่หลากหลาย ดังนี้:
♦ รู้จักวิธีการเชิญชวนเด็กๆ
♦ รู้จักวิธีการสื่อสารกับผู้ใหญ่
♦ เก่งในบทบาทการสอน
♦ เก่งในบทบาทการตักเตือน
♦ รู้วิธีการตอบโต้ผู้ที่เห็นต่างได้อย่างเหมาะสม
♦ มีความรู้และรู้วิธีรับมือกับภัยคุกคามด้านหลักความเชื่อมั่นหรือหลักอะกีดะฮฺ และสิ่งที่จะทำลายรากฐานของศาสนา"
อิบนุ ตัยมียะฮฺ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
การให้ของขวัญที่ได้ทั้งผลบุญและสายสัมพันธ์
เมื่อใดการให้ของขวัญจะดีกว่าการทำศ่อดอเกาะฮฺ?
อิบนุ ตัยมียะฮฺ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า:
"การให้ของขวัญแก่ญาติพี่น้อง เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ (صلة الرحم) หรือให้แก่พี่น้องในศาสนาเพื่ออัลลอฮฺ บางครั้งอาจดีกว่าการทำศอดอเกาะฮฺ"
[ مجموع الفتاوى جزء 31 ص 269 ]
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
ท่ามกลางภัยที่ใกล้เข้ามาทางรอดคือเตาฮีด
ท่านหญิง ซัยหนับ บินติ ญะฮฺช -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา- ภรรยาของท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:
ท่านร่อซู้ล ﷺ ออกมาวันหนึ่งด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของท่านแดงก่ำด้วยความตกใจอย่างรุนแรง และกล่าวว่า:
"ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การการเคารพภักดีแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ)
ความวิบัติจงประสบแก่ชาวอาหรับจากความชั่วร้ายที่ใกล้เข้ามาแล้ว"
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า: ซุบฮานัลลอฮฺ ท่านได้กล่าวถึง อันตราย และได้กล่าวถึง ทางรอด
โดยท่านได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงทางรอดนั่นคือถ้อยคำที่ว่า 'ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ' ซึ่งเป็นทางรอดของมนุษย์
ด้วยการรักษาเตาฮีด และใส่ใจดูแลมันอย่างสม่ำเสมอ
จากนั้นท่านกล่าวว่า : วันนี้กำแพงของยะอฺญูจและมะอฺญูจได้ถูกเปิดออกแล้ว และท่านได้ทำวงกลมด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของท่าน
ฉัน (หมายถึงท่านหญิงซัยหนับ) จึงถามว่า: 'โอ้ท่านร่อซู้ล พวกเราจะพินาศทั้งที่ในหมู่พวกเรามีคนดีอยู่ด้วยกระนั้นหรือ'?
ท่านตอบว่า: 'ใช่ หากความชั่วมีมากขึ้น'
โดยความหมายของ 'ความพินาศ' ในที่นี้ คือความพินาศโดยรวม ที่ครอบคลุมทั้งคนดีและคนไม่ดี
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนดีที่ยังยึดมั่นในศาสนาและเคารพภักดี จะสูญเสียศาสนาหรือผลบุญของเขา
แท้จริงแล้ว มนุษย์จะถูกฟื้นคืนชีพตามเจตนา และการงานของพวกเขา"
อัซซะยูฏีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
เคล็ดลับการเป็นที่รักของอัลลอฮฺ
"5 ประการที่มีอยู่ในตัวเด็ก หากผู้ใหญ่สามารถมีคุณลักษณะเหล่านี้ 'ในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลลอฮฺ' เขาจะเป็นที่รักของพระองค์ (วะลีย์)
• ไม่กังวลเรื่องริสกีปัจจัยยังชีพ
• ไม่ตัดพ้อต่อว่าผู้ทรงสร้างเมื่อยามเจ็บป่วย
• รับประทานอาหารร่วมกันเป็นกลุ่ม (มีความเรียบง่าย)
• เมื่อเกิดความกลัว น้ำตาก็ไหลออกมา (แสดงถึงความอ่อนโยน)
• และเมื่อทะเลาะกัน พวกเขาก็รีบคืนดีกัน"
حُسن المُحاضرة (521/1)
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•