
ผู้รู้ที่อัลลอฮ์ทรงเลือก กับวิกฤตของผู้รู้ที่ขายศาสนาด้วยผลประโยชน์ของดุนยา
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
การที่บุคคลหนึ่งได้รับความรู้และความเข้าใจในศาสนา มิใช่เรื่องเล็กน้อย และมิใช่เพียงผลของความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญาเท่านั้น หากแต่เป็นการคัดเลือกจากอัลลอฮ์ ผู้ประทานความเข้าใจแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
เพราะ “ความรู้ศาสนา” ในอิสลามไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่เป็นแสงสว่าง เป็นความรับผิดชอบ และเป็นอะมานะฮ์อันหนักยิ่ง ผู้ที่ได้รับมันจึงไม่ได้รับเพียงเกียรติ แต่ได้รับภาระในการชี้นำผู้คน บอกความจริง และยืนหยัดต่อหลักการด้วย
แต่ถึงกระนั้น มิใช่ทุกผู้ที่เรียนศาสนาจะกลายเป็น “ผู้รู้ที่ดี” เสมอไป เพราะผู้รู้มีหลายประเภท บางคนเป็นผู้รู้ที่อิคลาศต่อ อัลลอฮ์ ใช้ความรู้เพื่อรับใช้สัจธรรม แก้ปัญหาสังคม และพาผู้คนกลับสู่ทางนำ
ขณะที่บางคนใช้ศาสนาเป็นบันไดสู่ชื่อเสียง เป็นเครื่องมือรับใช้อารมณ์ เป็นสะพานไปสู่ผลประโยชน์ของคนรวย ผู้มีอำนาจ หรือกลุ่มการเมือง และบางคนรู้ความจริงแต่ไม่กล้าพูด เพราะกลัวเสียตำแหน่ง เสียมวลชน หรือเสียผลประโยชน์ทางโลก อัลกุรอานตำหนิการปกปิดความจริงและการแลกศาสนาด้วย “ราคาอันเล็กน้อย” ไว้อย่างชัดเจน เพราะ......
ความรู้ศาสนาเป็นการคัดเลือกจากอัลลอฮ์ มิใช่เพียงความสามารถของมนุษย์
อัลลอฮ์ตรัสว่า
إِنَّمَا يَخْشَى اللَّهَ مِنْ عِبَادِهِ الْعُلَمَاءُ
“แท้จริงบรรดาผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริงจากหมู่บ่าวของพระองค์นั้น คือบรรดาผู้รู้”
(ฟาฏิร 35:28)
อายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แก่นแท้ของความรู้อันถูกต้อง ไม่ได้อยู่ที่การจดจำมาก การอ้างอิงมาก หรือการถกเถียงเก่ง แต่อยู่ที่การทำให้หัวใจเกิด คัชยะฮ์ คือความยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริง ดังนั้นผู้รู้ที่แท้จริงจึงไม่ใช่ผู้ที่เพียง “รู้บทบัญญัติ” แต่คือผู้ที่ความรู้ของเขาพาเขาไปสู่ความอ่อนน้อม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อสัจธรรม
หากความรู้ไม่เพิ่มความยำเกรง ก็จำเป็นต้องทบทวนว่า สิ่งนั้นเป็นความรู้ที่ก่อแสงสว่างจริง หรือเป็นเพียงข้อมูลที่พอกพูนตัวตนเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของผู้รู้ที่ดี คือความบริสุทธิ์ใจในการแสวงหาความรู้
ปัญหาของผู้รู้ที่ล้มเหลว มิได้เริ่มต้นเฉพาะวันที่เขาปกปิดความจริง หรือวันที่เขาเอาใจผู้มีอำนาจ แต่บ่อยครั้งมันเริ่มตั้งแต่ “วันแรก” ที่เขาเข้าสู่เส้นทางแห่งความรู้ โดยที่เจตนาของเขาไม่บริสุทธิ์เพื่ออัลลอฮ์ เขาอาจเริ่มเรียนเพื่อให้คนเรียกว่าอาลิม เพื่อให้ผู้คนยกย่อง เพื่อแข่งขันกับผู้อื่น หรือเพื่อให้ได้สถานะในสังคม ในสภาพเช่นนี้ แม้เขาจะยิ่งเรียนมากขึ้น แต่ความรู้ก็อาจไม่ชำระหัวใจของเขา กลับยิ่งขยายโรคของหัวใจให้ใหญ่ขึ้น
ท่านนบี ﷺ เตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับผู้ที่แสวงหาความรู้ด้วยเจตนาที่ผิด โดยมีรายงานว่า
“ผู้ใดแสวงหาความรู้เพื่อโต้เถียงกับบรรดาผู้รู้ หรือเพื่อเอาชนะคนเขลา หรือเพื่อให้ผู้คนหันหน้ามาหาเขา
อัลลอฮ์จะให้เขาเข้าสู่นรก”
และในหะดีษอันโด่งดังเกี่ยวกับกลุ่มแรก ๆ ที่จะถูกตัดสินในวันกิยามะฮ์ มีคนหนึ่งที่เรียนรู้ศาสนา สอนศาสนา และอ่านอัลกุรอาน แต่ทำไปเพื่อให้คนกล่าวว่า “เขาเป็นผู้รู้” มิใช่เพื่ออัลลอฮ์ ผลคือเขาไม่ได้รับผลบุญอย่างที่คิด แต่กลับถูกลงโทษ เพราะแก่นของการงานนั้นเสียตั้งแต่ต้น
ดังนั้น การที่บางคนไม่สามารถเติบโตเป็นผู้รู้ที่ดี ย่อมสะท้อนถึงเจตนาแรกเริ่มของการศึกษาแสวงหาความรู้ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผู้ที่เริ่มต้นด้วยดุนยา มักลงเอยด้วยการรับใช้ดุนยา ส่วนผู้ที่เริ่มต้นด้วยอัลลอฮ์ ย่อมมีหวังได้รับบะเราะกัตแห่งความรู้และความมั่นคงบนสัจธรรม
ผู้รู้ที่ปกปิดความจริง คือผู้ขายศาสนาด้วยราคาอันเล็กน้อย
อัลลอฮ์ตรัสว่า
إِنَّ الَّذِينَ يَكْتُمُونَ مَا أَنْزَلْنَا مِنَ الْبَيِّنَاتِ وَالْهُدَىٰ مِنْ بَعْدِ مَا بَيَّنَّاهُ لِلنَّاسِ فِي الْكِتَابِ أُولَٰئِكَ يَلْعَنُهُمُ اللَّهُ وَيَلْعَنُهُمُ اللَّاعِنُونَ
“แท้จริงบรรดาผู้ที่ปกปิดสิ่งที่เราได้ประทานลงมา จากหลักฐานอันชัดแจ้งและทางนำ หลังจากที่เราได้อธิบายมันแก่ผู้คนไว้แล้วในคัมภีร์
ชนเหล่านั้นอัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกเขา และบรรดาผู้สาปแช่งก็สาปแช่งพวกเขาเช่นกัน”
(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:159)
และพระองค์ยังตรัสอีกว่า
وَإِذْ أَخَذَ اللَّهُ مِيثَاقَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ لَتُبَيِّنُنَّهُ لِلنَّاسِ وَلَا تَكْتُمُونَهُ ۖ فَنَبَذُوهُ وَرَاءَ ظُهُورِهِمْ وَاشْتَرَوْا بِهِ ثَمَنًا قَلِيلًا ۖ فَبِئْسَ مَا يَشْتَرُونَ
“และจงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮ์ทรงเอาพันธสัญญาจากบรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ว่า
พวกเจ้าจะต้องชี้แจงมันแก่ผู้คนอย่างแน่นอน และจะต้องไม่ปกปิดมัน
แต่แล้วพวกเขาก็เหวี่ยงมันไว้เบื้องหลัง และแลกมันด้วยราคาอันเล็กน้อย ช่างเลวร้ายยิ่งสิ่งที่พวกเขาแลกเปลี่ยน”
(อาลิอิมรอน 3:187)
นี่คือหลักการสำคัญอย่างยิ่งในจริยธรรมของผู้รู้ นั่นคือ เมื่อความจริงชัดเจนแล้ว ผู้รู้ไม่มีสิทธิ์บิดเบือน ไม่มีสิทธิ์นิ่งเงียบเพราะกลัวเสียผลประโยชน์ และไม่มีสิทธิ์ใช้ความคลุมเครือเป็นเกราะกำบังความขลาดของตน
หากเขารู้แต่ไม่พูด หรือพูดไม่หมดเพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ รักษาฐานผลประโยชน์ หรือรักษาความนิยมของมวลชน เมื่อนั้นเขาได้เข้าใกล้ความหมายของการ “ขายศาสนาด้วยราคาอันเล็กน้อย” แล้ว แม้ราคานั้นจะมาในรูปเงิน ชื่อเสียง ตำแหน่ง หรือการยอมรับทางสังคมก็ตาม
อันตรายของผู้รู้ที่ชั่ว ร้ายแรงกว่าคนไม่รู้
คนไม่รู้ อาจทำให้ตนเองหลงผิด แต่ผู้รู้ที่ชั่วอาจทำให้คนจำนวนมากหลงผิดตามเขาได้ เพราะประชาชนมักเชื่อมั่นในผู้ที่มีภาพลักษณ์ทางศาสนา เมื่อผู้รู้ใช้ถ้อยคำทางศาสนาเพื่อรับใช้ความเท็จ หรือใช้ตำแหน่งทางวิชาการเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ผิด ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่หยุดอยู่ที่ตัวบุคคล แต่ลุกลามไปสู่สังคมทั้งระบบ ทั้งในมิติความคิด ศีลธรรม และการตัดสินใจสาธารณะ
ด้วยเหตุนี้ ผู้รู้ในอิสลามจึงไม่ใช่เพียงผู้สอนบทบัญญัติ แต่ต้องเป็นผู้พิทักษ์ความจริง และผู้ยืนอยู่ข้างสัจธรรมแม้ในยามที่สังคมไม่ปรบมือให้เขา เพราะเกียรติของผู้รู้มิได้อยู่ที่การมีผู้ติดตามมาก แต่อยู่ที่ความซื่อสัตย์ต่ออัลลอฮ์และต่อศาสนาของพระองค์
หน้าที่ของผู้รู้ คือแก้ปัญหาสังคม และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในศาสนา
ผู้รู้ที่แท้จริงต้องนำความรู้มารับใช้ประชาคม ไม่ใช่นำศาสนามารับใช้ตนเอง หน้าที่ของเขาไม่ใช่เพียงสอนในห้องเรียนหรือบรรยายบนเวที แต่ต้องใช้ความรู้เพื่อคลี่คลายปัญหาของสังคม แก้ความสับสนของผู้คน ตอบข้อสงสัยด้วยหลักฐาน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในศาสนา เพื่อให้สังคมดำเนินไปบนฐานของความจริง มิใช่อคติ อารมณ์ หรือการปลุกเร้าอย่างไร้หลักวิชา
ผู้รู้จึงต้องมีบทบาทในการฟื้นฟูสังคมทางความคิดและศีลธรรม เขาต้องอธิบายศาสนาให้ชัดในยามที่ศาสนาถูกบิดเบือน ต้องทำให้ผู้คนแยกระหว่างสัจธรรมกับการใช้ศาสนาเพื่อผลประโยชน์ และต้องทำให้ความรู้ศาสนาเป็นพลังแห่งการปฏิรูป มิใช่เพียงเครื่องประดับทางวาทกรรม
เมื่อความรู้ไม่สามารถแตะปัญหาจริงของสังคมได้ ความรู้นั้นก็เสี่ยงจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกเก็บไว้ในตำรา แต่ไม่สามารถนำพาผู้คนออกจากความมืดไปสู่แสงสว่าง
ผู้รู้ต้องร่วมมือกันในความดี ไม่ริษยาและทำลายกันเอง
อัลลอฮ์ตรัสว่า
وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَىٰ وَلَا تَعَاوَنُوا عَلَى الْإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ
“และพวกเจ้าจงร่วมมือกันในความดีและความยำเกรง และอย่าร่วมมือกันในบาปและการละเมิด”
(อัลมาอิดะฮ์ 5:2)
อายะฮ์นี้เป็นฐานคิดสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างบรรดานักวิชาการด้วยกัน เพราะภารกิจของศาสนานั้นใหญ่เกินกว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยความอิจฉา การแย่งชิงมวลชน หรือความต้องการเป็นศูนย์กลางเพียงผู้เดียว
ผู้รู้ที่มีใจบริสุทธิ์ ย่อมยินดีเมื่อเห็นความจริงถูกเผยแพร่ ไม่ว่าความจริงนั้นจะปรากฏผ่านตนเองหรือผ่านผู้อื่นก็ตาม
แต่ผู้รู้ที่หัวใจยังติดกับชื่อเสียง มักรู้สึกคับแค้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้รับการยอมรับ และอาจหันไปสู่การบ่อนทำลาย ลดคุณค่า หรือใส่ร้ายผู้รู้ด้วยกันเอง
อิมามอัชชาฟิอีย์มีคำกล่าวอันงดงามว่า
وَدِدْتُ أَنَّ النَّاسَ تَعَلَّمُوا هَذَا الْعِلْمَ، وَلَا يُنْسَبُ إِلَيَّ مِنْهُ شَيْءٌ
“ฉันปรารถนาให้ผู้คนได้เรียนรู้วิชานี้ โดยไม่มีสิ่งใดจากมันถูกนำไปอ้างว่าเป็นของฉัน”
คำกล่าวนี้สะท้อนจิตวิญญาณของผู้รู้ที่แท้จริงอย่างชัดเจน นั่นคือ เขาต้องการให้ความจริงแพร่หลาย มากกว่าต้องการให้ชื่อของตนแพร่หลาย เขาดีใจที่ผู้คนได้รับประโยชน์ มากกว่าจะยึดติดว่าความดีนั้นต้องผูกติดกับชื่อเสียงของตัวเอง นี่คือหัวใจของอิคลาศ และนี่เองคือสิ่งที่ทำให้ผู้รู้สามารถทำงานร่วมกับนักวิชาการคนอื่นได้โดยไม่ถูกโรคของหัวใจครอบงำ
ผู้รู้ที่ดีต้องกล้าพูดความจริง แม้ต้องสูญเสียผลประโยชน์
หนึ่งในบททดสอบสำคัญที่สุดของผู้รู้ คือช่วงเวลาที่ความจริงขัดกับผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ หรือขัดกับกระแสของสังคม ในเวลานั้น ผู้รู้ที่อิคลาศจะยึดมั่นในหลักฐาน ส่วนผู้รู้ที่อ่อนแอจะเริ่มประนีประนอม บางคนลดทอนสัจธรรม บางคนตีความให้เอื้อต่อผู้มีอำนาจ บางคนเลือกเงียบแล้วอ้าง “ความเหมาะสม” ทั้งที่ความเงียบนั้นเกิดจากความกลัวมากกว่าฮิกมะฮ์
อิสลามไม่ได้สอนให้ผู้รู้เป็นนักแสวงหาความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ได้อนุญาตให้เขาปกปิดความจริงเพราะรักดุนยา ผู้รู้จึงต้องมีทั้งความรู้ ความยำเกรง ความกล้าหาญ และความบริสุทธิ์ใจ เพราะหากมีความรู้แต่ไม่มีอิคลาศ ความรู้จะรับใช้ตัวตน และหากมีความรู้แต่ไม่มีความกล้า ความรู้จะถูกขังไว้ภายใต้แรงกดดันของผลประโยชน์
การได้รับความรู้ศาสนาเป็นการคัดเลือกจากอัลลอฮ์ แต่การได้รับความรู้ มิได้หมายความว่าผู้นั้นจะเป็นผู้รู้ที่ดีโดยอัตโนมัติ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของผู้รู้อยู่ที่อิคลาศ เจตนาที่ถูกต้อง ความยำเกรงอัลลอฮ์ ความกล้าพูดความจริง และการใช้ความรู้เพื่อรับใช้ศาสนาและสังคม มิใช่เพื่อรับใช้ตัวเอง
ดังนั้น ผู้รู้ที่ล้มเหลวในภารกิจของตน แท้จริงอาจไม่ได้พังทลายเพียงที่ปลายทาง แต่เริ่มเสียหายมาตั้งแต่ต้นทาง คือวันที่เขาแสวงหาความรู้โดยขาดความบริสุทธิ์ใจ และเมื่อเจตนาเสีย ความรู้ก็อาจกลายเป็นอาวุธของอัตตาแทนที่จะเป็นแสงนำทางของอุมมะฮ์
ส่วนผู้รู้ที่ประเสริฐ คือผู้ที่นำความรู้มาแก้ปัญหาสังคม สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในศาสนา ร่วมมือกับนักวิชาการคนอื่นในความดี ไม่ริษยา ไม่ทำลายกันเอง และไม่ขายศาสนาด้วยผลตอบแทนอันเล็กน้อยของโลกนี้