
ค่ำคืนคี่นับลัยละตุลก็อดร์อย่างไร เมื่อแต่ละประเทศเริ่มรอมฎอนไม่ตรงกัน
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ลัยละตุลก็อดร์เป็นค่ำคืนอันประเสริฐที่อัลลอฮ์ทรงยกฐานะของมันไว้สูงยิ่ง และท่านนบี ﷺ ได้สั่งให้มุสลิมแสวงหามันในสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยเฉพาะในคืนคี่ แต่เมื่อบางประเทศหรือบางพื้นที่เริ่มถือศีลอดไม่พร้อมกัน คำถามที่เกิดขึ้นคือ เราควรนับ “คืนคี่” ตามเกณฑ์ใด
หลักฐานจากอัลกุรอานเรื่องความประเสริฐของลัยละตุลก็อดร์
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า
إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْرِ لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ تَنَزَّلُ الْمَلَائِكَةُ وَالرُّوحُ فِيهَا بِإِذْنِ رَبِّهِمْ مِنْ كُلِّ أَمْرٍ سَلَامٌ هِيَ حَتَّىٰ مَطْلَعِ الْفَجْرِ
“แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอัลก็อดร์ และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ว่าคืนอัลก็อดร์คืออะไร
คืนอัลก็อดร์นั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดามลาอิกะฮ์และอัรรูหฺได้ลงมาในคืนนั้น ด้วยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขา
สำหรับทุกกิจการ คืนนั้นเป็นความสันติ จนกระทั่งรุ่งอรุณ”
(สูเราะฮ์อัลก็อดร์ 97:1-5)
อายะฮ์นี้ชี้ชัดว่าลัยละตุลก็อดร์อยู่ในเดือนรอมฎอน และเป็นคืนที่ประเสริฐอย่างยิ่ง มุสลิมจึงถูกส่งเสริมให้แสวงหาและเพิ่มพูนอิบาดะฮ์ในค่ำคืนดังกล่าว
หลักฐานจากหะดีษว่าให้แสวงหาในสิบคืนสุดท้าย และในคืนคี่
มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها ว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
تَحَرَّوْا لَيْلَةَ الْقَدْرِ فِي الْعَشْرِ الْأَوَاخِرِ مِنْ رَمَضَانَ
“พวกท่านจงแสวงหาลัยละตุลก็อดร์ในสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และ มุสลิม)
และในบางสำนวนระบุว่า
تَحَرَّوْهَا فِي الْوِتْرِ مِنَ الْعَشْرِ الْأَوَاخِرِ مِنْ رَمَضَانَ
“พวกท่านจงแสวงหามันในคืนคี่จากสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ )
ดังนั้น หลักใหญ่คือ ลัยละตุลก็อดร์ให้แสวงหาใน สิบคืนสุดท้าย และเน้นหนักเป็นพิเศษใน คืนคี่
เมื่อต้นรอมฎอนไม่ตรงกัน จะนับคืนคี่อย่างไร ?
คำตอบที่ถูกต้องคือ ให้นับตามการเริ่มรอมฎอนของพื้นที่หรือชุมชนที่เราอยู่และร่วมถือศีลอดด้วย
กล่าวคือ หากประเทศหนึ่งเริ่มรอมฎอนวันศุกร์ อีกประเทศเริ่มวันเสาร์ คืนที่ 21 หรือ 23 ย่อมไม่ตรงกัน นี่เป็นผลจากการเริ่มเดือนต่างกัน และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามความแตกต่างในการเห็นจันทร์หรือการประกาศเข้าเดือน
เหตุผลก็คือ ศาสนาให้มุสลิมดำเนินศาสนกิจร่วมกับญะมาอะฮ์ ไม่ใช่แยกนับกันเป็นรายบุคคล
หลักฐานจากหะดีษให้ยึดญะมาอะฮ์และการถือศีลอดของชุมชน
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
الصَّوْمُ يَوْمَ تَصُومُونَ، وَالْفِطْرُ يَوْمَ تُفْطِرُونَ، وَالْأَضْحَى يَوْمَ تُضَحُّونَ
“การถือศีลอดคือวันที่พวกท่านถือศีลอด การละศีลอดคือวันที่พวกท่านละศีลอด และวันอัฎฮาคือวันที่พวกท่านเชือดกุรบาน”
(บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ )
หะดีษนี้เป็นหลักสำคัญว่า เรื่องที่ผูกกับเดือนรอมฎอนและวันอีดนั้น ให้ยึดตาม คนส่วนใหญ่ของมุสลิมในพื้นที่ ไม่ใช่แยกออกไปถือเอาเกณฑ์เฉพาะตนจนทำให้เกิดความสับสน
คำอธิบายของอิมามอัตติรมิซีย์ رحمه الله
ท่านกล่าวโดยสรุปความว่า ความหมายของหะดีษนี้ตามความเห็นของนักวิชาการ ให้ถือศีลอดและละศีลอดร่วมกับญะมาอะฮ์และคนส่วนใหญ่
กล่าวคือ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่แต่ละคนจะตั้งระบบนับแยกจากชุมชน แต่ให้ผูกกับการปฏิบัติร่วมกันของมุสลิมในพื้นที่
เชคอุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ رحمه الله
ท่านอธิบายว่า สิ่งที่ถูกต้องในเรื่องเดือนและการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับมัน คือให้ผู้คนดำเนินตามสิ่งที่ปรากฏแก่พวกเขา และสิ่งที่ชุมชนมุสลิมยึดถือร่วมกัน เพราะจุดมุ่งหมายของศาสนาคือการรวมใจและลดความขัดแย้ง
เชคอิบนุ อุษัยมีน رحمه الله
ท่านอธิบายว่า ผู้ที่อยู่ในประเทศใด ก็ควรถือศีลอด ออกอีด และดำเนินบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับรอมฎอนตามประเทศหรือชุมชนที่เขาอยู่ร่วมด้วย เพราะความเป็นเอกภาพของมุสลิมในพื้นที่นั้นมีความสำคัญ
เมื่อบวชไม่ตรงกัน การนับลัยละตุลก็อดร์ให้ใช้เกณฑ์ดังนี้
♦ ให้นับตาม การเข้าเดือนรอมฎอนของประเทศหรือพื้นที่ที่เราอยู่
♦ หากละหมาดตะรอเวียะห์และกิยามร่วมกับมัสยิดใด ก็ให้ยึดตาม ญะมาอะฮ์นั้น
♦ ไม่ควรสับสนจนละทิ้งการอิบาดะฮ์ เพราะท่านนบี ﷺ ส่งเสริมให้แสวงหาลัยละตุลก็อดร์ตลอด สิบคืนสุดท้ายทั้งหมด
♦ ผู้ที่ต้องการความรอบคอบมากขึ้น ก็ควรขยันทุกคืน โดยเฉพาะคืนคี่ เพื่อไม่ให้พลาดความประเสริฐ
สิ่งที่ควรทำในคืนเหล่านี้
มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها ว่า นางถามท่านนบี ﷺ ว่า หากฉันพบลัยละตุลก็อดร์ ฉันควรกล่าวอะไร ท่านตอบว่า
اللَّهُمَّ إِنَّكَ عَفُوٌّ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّي
“โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์ทรงอภัยโทษ และทรงรักการอภัยโทษ ดังนั้นโปรดอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ด้วย”
(บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ และอิบนูมาญะ )
ลัยละตุลก็อดร์ให้แสวงหาในสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน โดยเฉพาะคืนคี่ แต่เมื่อมุสลิมเริ่มรอมฎอนไม่ตรงกัน เกณฑ์ที่ใช้ในการนับคือ การเริ่มรอมฎอนของพื้นที่หรือชุมชนที่เราอยู่ร่วมด้วย เพราะศาสนาสอนให้ยึดญะมาอะฮ์ และหะดีษได้ชี้ว่า การถือศีลอดและการละศีลอดนั้นผูกกับการปฏิบัติร่วมกันของมุสลิม ไม่ใช่การแยกตัวนับกันเอง
ดังนั้น ผู้ศรัทธาควรตั้งใจอิบาดะฮ์ในทุกคืนของสิบคืนสุดท้าย และยิ่งเน้นในคืนคี่ตามการนับของพื้นที่ที่ตนอยู่ เพื่อให้ได้รับความดีงามของลัยละตุลก็อดร์อย่างสมบูรณ์ที่สุด