สองเงื่อนไขในการรับอิบาดะฮ์และการงานที่ดี
  จำนวนคนเข้าชม  48

สองเงื่อนไขในการรับอิบาดะฮ์และการงานที่ดี

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

     สิ่งที่มุสลิมเคารพภักดีต่อพระองค์อัลลอฮ์ เช่น การละหมาด การถือศีลอด การกตัญญูต่อพ่อแม่ การบริจาคการใช้ความดีห้ามความชั่ว ฯลฯและหนึ่งในสาเหตุของการที่การงานดีงามจะถูกรับรอง (จากอัลลอฮ์) คือ

     การที่ผู้ปฏิบัติงานมีความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) ต่ออัลลอฮ์ โดยตั้งเจตนาในการงานของตนเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์และปรโลก

 

    ดังนั้น ผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ การงานของเขาทั้งภายนอกและภายในย่อมสอดคล้องกัน เขาจะต้องไม่ผูกการงานดีงามของตนไว้กับผลประโยชน์ทางโลกที่หวังจะได้รับ หรือยศศักดิ์ที่ปรารถนาจะได้มาแต่เขาทำไปเพื่อแสวงหาพระพักตร์ของพระผู้อภิบาลของเขา

 

     เขาไม่มุ่งหวังสิ่งใดนอกจากพระพักตร์ของอัลลอฮ์ไม่ใฝ่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากสวรรค์ของพระองค์ และไม่แสวงหาสิ่งใดนอกจากความพึงพอพระทัยของพระองค์เท่านั้น

 

     และอีกหนึ่งในสาเหตุของการที่การงานดีงามจะถูกรับรอง คือการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺและการหลีกห่างจากบิดอะฮ์ (สิ่งอุตริกรรมในศาสนา) ทั้งที่เล็กน้อยและที่มากมายจงรู้ไว้เถิด ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่านแท้จริงแล้ว การงานที่ดีจะ ไม่ถูกต้อง และไม่ถูกรับจากอัลลอฮ์เว้นแต่จะมี สองเงื่อนไข ต่อไปนี้คือคำกล่าวของบรรดานักวิชาการ พร้อมหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์

 

      เชคอุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ กล่าวว่าบรรดาความดีทั้งหลาย จำเป็นต้องมีสองประการเสมอ คือ

- ต้องกระทำเพื่อแสวงหาพระพักตร์ของอัลลอฮ์

- และต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติศาสนา

(มัจญ์มูอฺ อัลฟะตาวา 28/171)

     อัลลอฮ์ตรัสว่า

 

وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنْسَ إِلَّا لِيَعْبُدُون

“และข้ามิได้สร้างญินและมนุษย์ เว้นแต่เพื่อให้พวกเขาเคารพภักดีต่อข้า”

(ซูเราะฮ์ อัซซาริยาต : 56)

 

     เชคอิบนุอุษัยมีน กล่าวว่า อิบาดะฮ์ที่อัลลอฮ์ทรงสร้างนั้นนั้นจะไม่ถูกต้อง เว้นแต่มีสองเงื่อนไขหลัก คือ

ประการแรก : ความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) ต่ออัลลอฮ์

ประการที่สอง : การปฏิบัติตามท่านร่อซูลุลลอฮ์ ﷺ

 

     ความหมายของความบริสุทธิ์ใจ คือผู้กระทำอิบาดะฮ์อย่างตั้งใจและแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮ์และปรโลกเท่านั้นไม่หวังผลประโยชน์ทางโลกไม่ใช่ทรัพย์สิน ไม่ใช่เกียรติยศและไม่ใช่เพื่อเอาใจสิ่งถูกสร้างใด ๆ

     ดังที่อัลลอฮ์ตรัสถึงท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ และบรรดาศอฮาบะฮ์ว่า

 

مُحَمَّدٌ رَسُولُ اللَّهِ وَالَّذِينَ مَعَهُ أَشِدَّاءُ عَلَى الْكُفَّارِ رُحَمَاءُ بَيْنَهُمْ تَرَاهُمْ رُكَّعًا سُجَّدًا يَبْتَغُونَ فَضْلًا مِــــــنَ اللَّـــــــهِ وَرِضْوَانا

“มุฮัมมัดเป็นรอซูลของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่อยู่ร่วมกับเขา เป็นผู้เข้มแข็งกล้าหาญต่อพวกปฏิเสธศรัทธา

เป็นผู้เมตตาสงสารระหว่างพวกเขาเอง เจ้าจะเห็นพวกเขาเป็นผู้รูกั๊วะ ผู้สุญูด

โดยแสวงหาคุณความดีจากอัลลอฮฺและความโปรดปราน (ของพระองค์)”

 (ซูเราะฮ์ อัลฟัตห์ : 29)

    และพระองค์ตรัสว่า

 

وَمَا آتَيْتُمْ مِنْ زَكَاةٍ تُرِيــــــــدُونَ وَجْــــــــهَ اللَّهِ فَأُولَئِكَ هُمُ الْمُضْعِفُون

“และสิ่งที่พวกเจ้าจ่ายไปจากซะกาต โดยพวกเจ้าปรารถนาพระพักตร์ของอัลลอฮฺ

ชนเหล่านั้นแหละพวกเขาคือผู้ได้รับการตอบแทนอย่างทวีคูณ”

 (ซูเราะฮ์ อัรรูม : 39)

     ส่วนเงื่อนไขที่สอง คือ การปฏิบัติตามท่านร่อซูล ﷺหลักฐานของสองเงื่อนไขนี้ คือพระดำรัสของอัลลอฮ์ว่า

 

فَمَنْ كَانَ يَرْجُو لِقَاءَ رَبِّهِ فَلْيَعْمَلْ عَمَلًا صَالِحًا وَلَا يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِ أَحَد

“ดังนั้น ผู้ใดหวังการพบพระเจ้าของเขาก็จงกระทำการงานที่ดี

และอย่าได้ตั้งภาคีใด ๆในการอิบาดะฮ์ต่อพระเจ้าของเขา”  

(ซูเราะฮ์ อัลกะฮ์ฟ : 110)

     และพระองค์ตรัสว่า

 

وَمَا أُمِرُوا إِلَّا لِيَعْبُدُوا اللَّهَ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ حُنَفَاء

“และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ

เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์ เป็นผู้อยู่ในแนวทางที่เที่ยง”

 (ซูเราะฮ์ อัลบัยยินะฮ์ : 5)

     คำกล่าวของท่านนบี ﷺ

إنَّمَا الأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ، وَإِنَّمَا لِكُلِّ امْرِئٍ مَا نَوَى

“แท้จริงทุก ๆ การงานจะขึ้นอยู่กับการตั้งเจตนา

และแท้จริงทุกๆคนจะได้รับ (การตอบแทน) ตามที่เขาได้เจตนาไว้ “

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์, มุสลิม)

     และท่านนบีกล่าวว่า

مَنْ عَمِلَ عَمَلاً ليسَ عليهِ أَمْرُنا فهو رَدّ

“ผู้ใดกระทำการงานใดที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งของเราการงานนั้นย่อมถูกปฏิเสธ”

(ฟัตวา นูรุนอะลาดดัรบ 2/4)

 

     อิบนุรอญับ กล่าวว่า : หะดีษบทนี้เป็นรากฐานอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่งจากบรรดารากฐานของอิสลามและมันเปรียบเสมือนตาชั่งสำหรับการงานในด้านภายนอกเช่นเดียวกับหะดีษที่ว่าแท้จริงการงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับเจตนาซึ่งเป็นตาชั่งสำหรับการงานในด้านภายใน

     ดังนั้น เช่นเดียวกับที่ว่าทุกการงานที่ไม่ได้กระทำเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลาผู้กระทำย่อมไม่มีผลบุญใด ๆ จากการงานนั้นฉันใดก็ฉันนั้นทุกการงานที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งของอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ และผู้ใดอุตริสิ่งใดขึ้นในศาสนา  ซึ่งอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ สิ่งนั้นก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของศาสนาแต่อย่างใดเลย 

(ญามิอฺ อัลอุลูม วัลหิกัม เล่มที่ 1 หน้า 176)

 

      เชคอุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ กล่าวว่า   รากฐานอันยิ่งใหญ่สองประการ คือ

       ประการแรก : เราจะไม่เคารพภักดีใคร นอกจากอัลลอฮ์

      ประการที่สอง : เราจะไม่เคารพภักดีพระองค์ เว้นแต่ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ไม่เคารพภักดีพระองค์ด้วยอิบาดะฮ์ที่ถูกอุตริขึ้น

 

     เว้นแต่ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไม่ใช่อิบาดะฮ์ที่ถูกอุตริขึ้นสองรากฐานนี้ คือการทำให้สมบูรณ์ในคำปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์และมุฮัมมัดคือร่อซูลของอัลลอฮ์ 

     ดังที่พระองค์ตรัสว่า

 

لِيَبْلُوَكُمْ أَيُّكُمْ أَحْسَنُ عَمَلا

“เพื่อที่พระองค์จะทรงทดสอบพวกเจ้าว่าใครในหมู่พวกเจ้ามีการงานที่ดีที่สุด”

(ซูเราะฮ์ อัลมุลก์ : 2)

 

     ฟุฎ็อยล์ บิน อิยาฎ กล่าวว่า คือการงานที่บริสุทธิ์ที่สุด และถูกต้องที่สุด 

     และเมื่อถูกถามว่า อะไรคือบริสุทธิ์ และอะไรคือถูกต้อง ?

     เขาตอบว่า หากการงานบริสุทธิ์แต่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ถูกรับและหากถูกต้องแต่ไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่ถูกรับจนกว่าจะทั้งบริสุทธิ์และถูกต้อง

- บริสุทธิ์ คือ เพื่ออัลลอฮ์

- ถูกต้อง คือ เป็นไปตามซุนนะฮ์

(มัจญ์มูอฺ อัลฟะตาวา 1/333)

 

     อิหม่ามอัลอัลบานีย์ กล่าวว่า ข้าพเจ้าขอแนะนำพี่น้องด้วยคำแนะนำอันมีค่าสองประการ คือ

     - ให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ด้วยสิ่งที่มาจากท่านร่อซูล ﷺ เท่านั้น และให้ห่างไกลจากสิ่งอุตริใหม่ทั้งหลาย

     - และให้ทุกการอิบาดะฮ์รวมถึงความรู้ที่เป็นประโยชน์ บริสุทธิ์ใจเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว

(ฟัตวาญิดดะฮ์ เทปที่ 19)

     ทุกสิ่งที่ท่านร่อซูลไม่ได้นำมา คือสิ่งที่ตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ

      อัลลอฮฺ กล่าวว่า  

 

فَإِنْ لَّمۡ یَسۡتَجِیبُوا۟ لَكَ فَٱعۡلَمۡ أَنَّمَا یَتَّبِعُونَ أَهۡــــــــوَاۤءَهُمۡۚ وَمَنۡ أَضَـــــــــلُّ مِمَّنِ ٱتَّبَعَ هَوَىٰهُ بِغَیۡرِ هُدࣰى مِّنَ ٱللَّهِۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا یَهۡدِی ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّـٰلِمِینَ

 

“หากพวกเขาไม่ยอมสนองตอบเจ้า ก็พึงรู้เถิดว่า แท้จริงพวกเขาปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของพวกเขาเท่านั้น

และผู้ใดเล่าจะหลงผิดยิ่งไปกว่าผู้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของเขา โดยปราศจากแนวทางที่ถูกต้องจากอัลลอฮฺ

แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่กลุ่มชนผู้อธรรม”

 (ซูเราะฮ์ อัลเกาะศ็อศ : 50)

 

     อิบนุลก็อยยิม กล่าวว่า  ดังนั้น เรื่องราวจึงมีเพียงสองทาง ไม่มีทางที่สาม

- การตอบรับต่ออัลลอฮ์และร่อซูล

- หรือการตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ

     และทุกสิ่งที่ร่อซูลไม่ได้นำมาย่อมเป็นสิ่งที่มาจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ

 

     และอัลลอฮ์ตรัสแก่ศาสนทูตของพระองค์ ﷺ ว่า :

 

ثُمَّ جَعَلْنَاكَ عَلَى شَرِيعَةٍ مِنَ الْأَمْرِ فَاتَّبِعْهَا وَلَا تَتَّبِعْ أَهْوَاءَ الَّذِينَ لَا يَعْلَمُونَ إِنَّهُمْ لَنْ يُغْنُوا عَنْكَ مِنَ اللَّهِ شَيْئًا وَإِنَّ الظَّالِمِينَ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ وَاللَّهُ وَلِيُّ الْمُتَّقِين

 

“แล้วเราได้ตั้งเจ้าให้อยู่บนแนวทางหนึ่งในเรื่องของศาสนาที่แท้จริง ดังนั้นจงปฏิบัติตามแนวทางนั้น

และอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของบรรดาผู้ไม่รู้ แท้จริงพวกเขาไม่อาจจะช่วยเจ้าให้พ้นจากอัลลอฮฺแต่อย่างใด

และแท้จริงพวกอธรรมนั้นต่างก็เป็นมิตรซึ่งกันและกัน แต่อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้คุ้มครองบรรดาผู้ยำเกรง”

(ซูเราะฮ์ อัลญาษิยะฮ์ : 18–19)

 

     ดังนั้น พระองค์จึงทรงแบ่งเรื่องราวออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน คือ ทางของ ชะรีอะฮ์ ซึ่งพระองค์ทรงวางท่านนบี ﷺ ไว้บนหนทางนั้น ประทานวะฮ์ยูให้ปฏิบัติตาม และทรงสั่งใช้ประชาชาติให้ดำเนินตาม และทางของการตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของผู้ที่ไม่รู้พระองค์ทรงใช้ให้ปฏิบัติตามทางแรกและทรงห้ามปรามจากทางที่สอง  

(อิอ์ลามุลมุวักกิอีน เล่ม 2 หน้า 88–89)

 

     ท่านอัลลามะฮ์ อัซซะอ์ดีย์ กล่าวว่า : ในพระดำรัสของอัลลอฮ์ที่ว่าดังนั้น หากพวกเขาไม่ตอบรับต่อเจ้า ก็จงรู้เถิดว่าพวกเขาเพียงแต่ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตน

      เป็นหลักฐานชี้ชัดว่า ทุกผู้ที่ไม่ตอบรับต่อท่านร่อซูล ﷺและหันไปยึดถือคำกล่าวที่ขัดแย้งกับคำกล่าวของท่านร่อซูลผู้นั้นไม่ได้เดินไปสู่ทางนำ หากแต่เขาได้เดินไปสู่ อารมณ์ใฝ่ต่ำเท่านั้น 

(ตัฟซีร อัซซะอ์ดีย์ หน้า 681)

 

     อิบนุลก็อยยิม กล่าวว่า : แท้จริงอัลลอฮ์ทรงกำหนดให้ความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) และ การปฏิบัติตาม (ซุนนะฮ์ของร่อซูล ﷺ)เป็นเหตุแห่งการถูกรับของการงานทั้งหลายดังนั้น หากสองสิ่งนี้ขาดหายไปการงานทั้งหลายก็จะไม่ถูกรับ 

(อัรรูหฺ เล่ม 1 หน้า 135)