โปรแกรมสำหรับเดือนรอมฎอน
  จำนวนคนเข้าชม  52

โปรแกรมสำหรับเดือนรอมฎอน

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     ผู้ที่หวังดีต่อตัวเอง เขาจะวางแผนกิจกรรมทางศาสนาให้ชัดเจนและพยายามปฏิบัติให้ครบถ้วน ดังนี้:

1. วางโปรแกรมสำหรับการทำความดี 

     การอ่านอัลกุรอาน: ตั้งเป้าว่าจะอ่านจบกี่รอบ พร้อมทั้งพิจารณาความหมาย และอ่านหนังสืออรรถาธิบายกุรอานเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

     การละหมาด: เขาจะไม่พลาดการละหมาดตะรอเวียะฮฺแม้แต่คืนเดียว โดยเฉพาะการละหมาดร่วมกับอิหม่ามจนเสร็จสิ้น เพื่อให้ได้รับบันทึกความดีเท่ากับการละหมาดทั้งคืน

     แม้เมื่อจิตใจบอกว่า “ฉันยังมีภารกิจอื่น มีงานต่างๆ มีเรื่องต้องทำมากมาย ทั้งที่ความจริงแล้ว ธุระต่างๆในดุนยาไม่มีวันจบสิ้น และมักเร่งรัดอยู่เสมอ แต่การละหมาดร่วมกับอิหม่ามจนจบ และการถูกบันทึกผลบุญเป็นการละหมาดทั้งคืนนั้น หากพลาดไปแล้วจะไม่อาจชดเชยได้

     ดังนั้นเขาจะไม่ยอมปล่อยให้สิ่งนี้หลุดลอยไป เขาวางโปรแกรมที่มั่นคงในเรื่องละหมาด วางโปรแกรมเกี่ยวกับการทำศอดะเกาะฮฺ วางโปรแกรมในการเข้าร่วมวงความรู้ วางโปรแกรมในการทำความดีต่อพ่อแม่ รักษาความสัมพันธ์ และการเอื้อเฟื้อเผื่อ และอื่น ๆ อีกมากมาย

วางแผนให้กับตัวเอง และพยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ในเดือนรอมฎอน

 

2. การควบคุมตนเอง "ยับยั้งตน" คือการต่อสู้กับจิตใจ 

     เมื่อใดที่อารมณ์ใฝ่ต่ำพยายามล่อลวงให้กระทำสิ่งที่ไม่ดี ให้ใช้ "บังเหียนแห่งบทบัญญัติ" ฉุดรั้งมันไว้ เตือนสติตนเองด้วยเสียงเรียกของมลาอิกะฮฺที่ว่า  "โอ้ผู้แสวงหาความชั่วเอ๋ย จงหยุดเถิด!

     บอกกับตัวเองว่านี่คือฤดูกาลแห่งความดี  ฤดูกาลแห่งบรอกัต และฤดูกาลแห่งการเชื่อฟัง จงมีสติ และหักห้ามจิตใจตนเอง!

     ยับยั้งตัวเองไม่ให้กระทำความชั่ว และนำพาจิตใจสู่การทำความดีและการเชื่อฟังอัลลอฮฺ  จนกระทั่งเมื่อเดือนรอมฎอนสิ้นสุดลง

     เขาจะออกมาจากโรงเรียนอันประเสริฐนี้ ด้วยระดับขั้นที่สูงที่สุด ตำแหน่งที่สูงส่งที่สุด และสถานะที่สูงยิ่ง

     เขาจะประสบความสำเร็จ ด้วยความดีของโลกนี้ และรางวัลแห่งโลกหน้า

 

 

 

ชัยคฺ  อับดุลอะซีซ อิบนุ บาซ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

     การถือศีลอดที่แท้จริงไม่ใช่แค่การหิวหรือกระหาย แต่คือการควบคุมกาย วาจา ใจ ให้อยู่ในกรอบของศาสนาด้วย

     การถือศีลอดของอวัยวะต่าง ๆ คือการละเว้นจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามจากบาปทั้งหลาย และเช่นนั้นเองเรียกว่าการถือศีลอด

ดังนั้น .....

มือ จะต้องไม่สัมผัสหรือแตะต้องสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม

ปาก จะต้องไม่ลิ้มรส(กิน-ดื่ม) สิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม

ดวงตา จะต้องไม่จ้องมองสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม

เท้า จะต้องไม่เดินไปสู่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม

     ดังนั้น การถือศีลอดของอวัยวะคือการยับยั้งร่างกายส่วนนั้นๆจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม เมื่อผู้ศรัทธาถือศีลอด อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของเขาก็ต้องถือศีลอดไปด้วย

ลิ้น: ถือศีลอดจากการพูดโกหก

ดวงตา: ถือศีลอดจากการมองสิ่งต้องห้าม

มือ: ถือศีลอดจากการทำร้ายหรือรังแกผู้อื่นในทางที่ไม่ชอบ

เท้า: ถือศีลอดจากการเดินไปสู่สิ่งต้องห้าม

 

 

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     ผู้ที่ได้รับผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺมากที่สุด

ท่านนบี ﷺ ถูกถามว่า:  'ผู้ถือศีลอดคนใดที่มีผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุด

ท่านตอบว่า: 'คือผู้ที่ระลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกรุลลอฮฺ) มากที่สุดในหมู่พวกเขา'

ดังนั้น

ผู้ละหมาด ที่ได้รับผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุด คือผู้ที่ระลึกถึงอัลลอฮฺมากที่สุด

ผู้ถือศีลอด ที่ได้รับผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุด คือผู้ที่ระลึกถึงอัลลอฮฺมากที่สุด

ผู้ละหมาดกิยามุลลัยลฺ ที่ได้รับผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุด คือผู้ที่ระลึกถึงอัลลอฮฺมากที่สุด

     และเป็นเช่นนี้ในทุกๆคุณงามความดี ดังนั้น...มุสลิมจึงควรหมั่นเติมเต็มการถือศีลอดของตน ด้วยการทำอิบาดะฮฺต่างๆ ทั้งการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และการอ่านอัลกุรอ่าน"

 

 

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

ดุอาที่ขอโดยมลาอิกะฮฺที่ประเสริฐที่สุดและตอบรับโดยนบีที่ประเสริฐที่สุด 

ท่านนบี ﷺ ได้ขึ้นมิมบัร เมื่อท่านก้าวขึ้นขั้นแรก 

ท่านกล่าวว่า “อามีน”

ขั้นที่สองก็กล่าวว่า “อามีน”

ขั้นที่สามก็กล่าวว่า “อามีน”

บรรดาศอฮาบะฮฺรู้สึกแปลกใจ เพราะทุกครั้งที่ก้าวขึ้นแต่ละขั้นท่านกล่าว “อามีน” 

ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ถามท่าน

     ท่านนบี ﷺ จึงตอบว่า: "ญิบริลได้มาหาฉันและกล่าวว่า 'ผู้ใดมีชีวิตอยู่ทันเดือนรอมฎอน แต่เขาไม่ได้รับการอภัยโทษ (จนกระทั่งเดือนนั้นผ่านพ้นไป) ขออัลลอฮฺทรงให้เขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ ท่านจงกล่าว อามีน เถิด

ฉันจึงตอบว่า 'อามีน'"

 

     ลองพิจารณาดูเถิด ญิบริลเป็นผู้ขอดุอา และท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ เป็นผู้กล่าวตอบรับ (อามีน) ต่อสภาพของคนผู้นั้น

     —ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองเราให้พ้นจากสภาพดังกล่าวด้วยเถิด—นั่นคือคนที่เดือนรอมฎอนเข้ามาและผ่านไป โดยที่เขาไม่ได้รับการอภัยโทษ

 

     ทำไมเขาถึงไม่ได้รับการอภัยโทษ ?

     นั่นก็เพราะเขาไม่หันหน้าเข้าหาอัลลอฮฺ ไม่มีความปรารถนาในความเมตตา จิตใจของเขาไม่ขยับเขยื้อนเพื่อแสวงหาการอภัยจากพระองค์

     ทั้งที่มีผู้ประกาศร้องเรียกในทุกๆคืนว่า "โอ้ผู้แสวงหาความชั่วเอ๋ย จงหยุดเถิด" แต่เขาก็ยังคงถลำลึกและหมกมุ่นอยู่กับความชั่วและความผิด

     จนกระทั่งรอมฎอนผ่านพ้นไป เขาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม สภาพของเขาไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรสะกิดใจเขาเลย ทั้งที่เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐที่สุด"

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•