
บันทึกไว้ … ให้ลูกรัก
By One Muslimah
ในยุคสมัยที่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางผืนแผ่นดิน ความชั่วถูกทำให้ดูปกติ ความผิดถูกแต่งแต้มให้สวยงาม การอบรมปลูกฝังบรรดาลูกๆ ให้ยืนหยัดอยู่บนหลักศรัทธา (อีหม่าน) และการให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ (เตาฮีด) เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของพ่อแม่มุสลิมทุกคน
เพราะลูก คือความหวัง และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงมอบให้ เพราะลูกคือผู้ซึ่งจะเป็นทั้งผลผลิตในวันนี้ และเป็นผู้สืบทอดศาสนาในวันหน้า
แม่ไม่มีกล่องของขวัญวิเศษใดๆ จะมอบให้เป็นของขวัญอันล้ำค่าตามวาระโอกาสต่างๆ มีเพียงบันทึกจากก้อนเนื้อที่เรียกว่า “หัวใจ” เรียบเรียงและฝากไว้ก่อนวันจากลา เป็นคำสอนธรรมดาจากวิถีอิสลามที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงประทานมาให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และตามแบบอย่างการปฏิบัติของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ผู้เป็นที่รักยิ่ง
ข้อ 1 - จงยึดมั่นในเตาฮีดและอย่าตั้งภาคีใดๆ ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา
รากฐานที่สำคัญที่สุดของชีวิตมุสลิม คือ เตาฮีด หมายถึง การยอมรับว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี นอกจากอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา เพียงองค์เดียวเท่านั้น
อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ได้ทรงกล่าวถึง คำสอนของท่านลุกมานที่สอนบุตรของเขาไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“และจงรำลึกเมื่อลุกมานได้กล่าวแก่บุตรของเขา โดยสั่งสอนเขาว่า
โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าได้ตั้งภาคีใด ๆ ต่ออัลลอฮฺ
เพราะแท้จริงการตั้งภาคีนั้นเป็นความผิดอย่างมหันต์ โดยแน่นอน”
(อัลกุรอาน 31:13)
การตั้งภาคี (ชิรกฺ) มิได้จำกัดเพียงการกราบไหว้รูปปั้นรูปเคารพ หากยังรวมถึงการยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาแทน อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ในหัวใจ เช่น ทรัพย์สิน อำนาจ ชื่อเสียง บุคคล โชคลาง หรืออารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง
โอ้ลูกรัก … ลูกจงแสวงหาความรู้ เรียนรู้ เพื่อรู้จักอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ผ่านพระนามและคุณลักษณะของพระองค์
แม่ขอให้ลูก รักพระองค์ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง มิใช่เพียงความเคยชินหรือเพียงแค่เคยได้ยิน เพื่อให้หัวใจของเจ้าหนักแน่น มั่นคง ไม่สั่นหวั่นไหว แม้โลกรอบกายภัยสังคมรอบตัวจะถาโถมดึงเจ้าให้แกว่งไปในทุกสารทิศ
ข้อ 2 - จงดำรงไว้ซึ่งคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา
ศรัทธาอีหม่านที่แท้จริง มิได้หยุดอยู่เพียงในหัวใจหรือคำกล่าว หากแต่ต้องปรากฏออกมาในรูปของการปฏิบัติที่ถูกต้อง ดังที่ อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ตรัสไว้ในกุรอาน ความว่า
“แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธานั้น คือ ผู้ที่เมื่ออัลลอฮฺ ถูกกล่าวขึ้นแล้วหัวใจของพวกเขาก็หวั่นเกรง
และเมื่อบรรดาโองการของพระองค์ถูกอ่านแก่พวกเขา โองการเหล่านั้นก็เพิ่มพูนความศรัทธาแก่พวกเขา
และแด่พระเจ้าของพวกเขานั้น พวกเขามอบหมายกัน”
(อัลกุรอาน 8:2)
โอ้ลูกรัก … จงรักษาการละหมาดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะมันสำคัญอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในห้าแห่งเสาหลักของศาสนา เป็นสายสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างลูกกับพระผู้เป็นเจ้า
จงยึดมั่นในฮะลาล หลีกเลี่ยงสิ่งฮะรอม แม้เจ้าจะอยู่ในสังคมที่การฝ่าฝืนถูกทำให้เป็นเรื่องธรรมดา สิ่งฮะรอมถูกย้อมและยอมรับให้เป็นสิ่งฮะลาล ซึ่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า
“สิ่งที่ฮาลาลนั้นชัดเจน และสิ่งที่ฮารอมนั้นก็ชัดเจน”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม)
โอ้ลูกรัก … จำไว้ว่า ความมั่นคงของหัวใจในศาสนา มิได้เกิดจากการตามกระแส หากเกิดจากการยืนหยัดมั่นคงบนหลักการ แม้ในวันนั้น ลูกจะต้องยืนเพียงลำพังก็ตาม
จงยำเกรงและละอายต่อพระองค์เถิด หากลูกจะนำเอาสิ่งที่ฮะรอมเข้าสู่ร่างกายและหัวใจไม่ว่าด้วยวิธีการใด เพราะมันจะกลายเป็นเลือดผ่านหัวใจกลายเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อลูกยกสองมือที่มาจากสิ่งฮะรอมเพื่อขอดุอาร์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา จงใคร่ครวญและละอายต่อพระองค์เถิด แล้วเจ้าจะพบคำตอบ เหตุใดดุอาร์ของเจ้าจึงไม่ถูกตอบรับ
ข้อ 3 - จงอดทนในยุคแห่งความเสื่อมทราม
ยุคสมัยที่เจ้าเติบโต คือยุคที่ความชั่วแพร่กระจายผ่านหน้าจออย่างรวดเร็วเพียงเศษเสี้ยวลมหายใจ ความผิดทางศีลธรรมถูกบรรจุรวบรวมไว้อยู่ในความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ และบาปถูกเรียกว่าความเป็นอิสระ ผ่านถ้อยคำสวยหรูที่เรียกว่าเสรีภาพ
อดทน อดทน อดทน นะลูก และจงรำลึกถึงคำตรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ที่ทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอาศัยความอดทน และการละหมาดเถิด
แท้จริง อัลลอฮฺ นั้นทรงอยู่ร่วมกับผู้อดทนทั้งหลาย”
(อัลกุรอาน 2:153)
“และแน่นอน เราจะทดลองพวกเจ้าด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากความกลัว และความหิว
และด้วยความสูญเสีย(อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์สมบัติ ชีวิต และพืชผล
และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทนเถิด”
(อัลกุรอาน 2:155)
“ดังนั้น เจ้าจงอดทน ด้วยความอดทนที่ดีงามเถิด”
(อัลกุรอาน 70:5)
การอดทนในยุคนี้ มิใช่เพียงการอดทนต่อความยากลำบาก หากคือการอดทนที่จะไม่ทำบาป ทั้งที่มีโอกาส
จงอดทนและเพียรพยามที่จะทำความดี แม้อยู่เพียงลำพังในที่ที่ไม่มีใครเห็น เพราะอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงอยู่กับเราเสมอ พระองค์ทรงเห็นทุกเจตนาทุกความรู้สึกนึกคิด
ลูกเอ๋ย … ยุคสมัยนี้แหละ คือยุคที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เคยกล่าวถึง ไว้ว่า
“จะมีช่วงเวลาที่ผู้ยึดมั่นในศาสนา จะเหมือนผู้กำถ่านไฟไว้ในมือ”
(บันทึกโดยอัตติรมิซีย์)
วันใดที่ลูก รู้สึกท้อแท้ ร่างกายเหนื่อยล้า หัวใจไหวหวั่น จงรำลึกถึงถ้อยคำปลอบใจอันทรงพลังจากองค์พระผู้อภิบาล ที่ทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอาน เพื่อให้หัวใจสงบและอ่อนโยน ความว่า
“บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ
พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ เท่านั้นทำให้จิตใจสงบ
บรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดี ความผาสุกย่อมได้แก่พวกเขา และเป็นการกลับไปที่ดียิ่ง”
(อัลกุรอาน 13:28-29)
ข้อ 4 - จงแสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง และการนำไปสู่การปฏิบัติ
โอ้ลูกรัก … ความรู้คือแสงสว่าง ดังที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เมื่อได้มีเสียงกล่าวแก่พวกเจ้าว่า จงหลีกที่ให้ในที่ชุมนุม
พวกเจ้าก็จงหลีกที่ให้เขา เพราะอัลลอฮฺ จะทรงให้ที่กว้างขวางแก่พวกเจ้า (ในวันกิยามะฮฺ)
และเมื่อมีเสียงกล่าวว่า จงลุกขึ้นยืนจากที่ชุมนุมนั้น พวกเจ้าก็จงลุกขึ้นยืน
เพราะอัลลอฮฺ จะทรงยกย่องเทิดเกียรติแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเจ้า
และบรรดาผู้ได้รับความรู้หลายชั้น และอัลลอฮฺ ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”
(อัลกุรอาน 58:11)
และท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า
“การแสวงหาความรู้เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน”
(บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ)
และลูกจงมั่นขอดุอาร์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ให้พระองค์ทรงเพิ่มพูนความรู้ที่ถูกต้องให้แก่ลูก จงขอความรู้ที่ยังประโยชน์ เป็นดั่งแสงสว่างนำทางชีวิตของลูกและครอบครัวของลูกทั้งในดุนยาและอาคิเราะห์
“ดังนั้น อัลลอฮฺ คือพระผู้ทรงสูงส่งยิ่ง พระผู้ทรงอำนาจอันแท้จริง
และเจ้าอย่ารีบเร่งในการอ่านอัลกุรอาน ก่อนที่วะฮีย์ของพระองค์จะจบลง และจงกล่าวเถิด
ข้าแต่พระเจ้าของข้า พระองค์ขอพระองค์ทรงโปรดเพิ่มพูนความรู้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
(อัลกุรอาน 20:114)
ลูกรัก … ลูกจงจำไว้ว่า ความรู้ที่ประเสริฐที่สุด คือความรู้ที่ทำให้เจ้าถ่อมตน เกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกให้ดียิ่งขึ้น
ส่วนความรู้ที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ความหลงผิด และความรู้ที่ไม่ถูกนำไปปฏิบัติอาจกลายเป็นข้อกล่าวโทษต่อลูกในวันกิยามะฮฺ
ข้อ 5 - จงมีมารยาทที่งดงาม เพราะมันคือผลลัพธ์ของอีหม่านที่แท้จริง
โอ้ลูกรัก … ลูกจงสุภาพ อ่อนโยน ซื่อสัตย์ มีความละอาย และมีมารยาทที่ดีงาม
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้เคยกล่าวไว้ว่า
“มุอฺมิน (ผู้ศรัทธา) ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดก็คือ บุคคลที่มีมารยาทงดงามที่สุด”
ดังนั้น นอกจาก ลูกจะต้องมีอีหม่าน มีความรู้ที่ถูกต้องแล้ว ลูกจำเป็นต้องมีจรรยามารยาทที่ดีงาม จงรักษามารยาทที่งดงามเหล่านั้นให้อยู่ในทุกมิติของการดำเนินชีวิต และจงหมั่นขอดุอาร์ให้เป็นผู้มีมารยาทที่งดงาม
“โอ้อัลลอฮฺ ดุจดั่งที่พระองค์ทรงให้ฉันมีรูปพรรณที่ดี ดังนั้น จงให้ฉันมีมารยาทที่ดีด้วยเถิด”
ข้อ 6 - เมื่อถึงเวลาเลือกคู่ครอง จงเลือกคู่ครองบนพื้นฐานของศาสนา
โอ้ลูกรัก … เมื่อลูกก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ และอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ประทานโอกาสให้เจ้าคิดถึงการสร้างครอบครัว พึงตระหนักเถิดว่า การแต่งงานมิใช่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง หากแต่เป็นการเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) และเป็นความรับผิดชอบ (อะมานะฮฺ) อันยิ่งใหญ่ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา
ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ ทรงสร้างคู่ครองให้แก่พวกเจ้าจากตัวของพวกเจ้า
เพื่อพวกเจ้าจะได้มีความสุขอยู่กับนาง และทรงมีความรักใคร่และความเมตตาระหว่างพวกเจ้า
แท้จริงในการนี้ แน่นอน ย่อมเป็นสัญญาณแก่หมู่ชนผู้ใคร่ครวญ”
(อัลกุรอาน 30:21)
ครอบครัวที่ดี มิได้เริ่มต้นจากความหลงใหลเสน่หา หากเริ่มจากความศรัทธา ความรับผิดชอบ และเจตนาที่บริสุทธิ์
โอ้ลูกรัก … พึงรู้ไว้เถิดว่า สิ่งแรกที่ลูกต้องพิจารณาในการเลือกคู่ครอง มิใช่รูปลักษณ์ภายนอก ฐานะทางสังคม เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือตำแหน่งทางโลก แต่สิ่งแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา คือ ศาสนาและจรรยามารยาทที่ดีงาม
แด่ลูกชาย…ของแม่
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า
“สตรีถูกแต่งงานด้วยเหตุสี่ประการ ได้แก่ ทรัพย์สิน วงศ์ตระกูล ความงาม และศาสนา
จงเลือกผู้มีศาสนา แล้วเจ้าจะประสบความสำเร็จ”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม)
♥ เพราะภรรยาสตรีมุสลิมที่ดีมีศาสนา จะเป็นผู้ช่วยเจ้าบนเส้นทางสู่สวรรค์ มิใช่ผู้ฉุดรั้งเจ้าสู่ดุนยา นางจะเตือนเมื่อเจ้าหลงผิด นางจะอดทนเมื่อเจ้าลำบาก และนางจะอยู่เคียงข้างและร่วมขอดุอาร์ในยามวิกฤติ
♥ เพราะภรรยาสตรีมุสลิมที่ดีมีศาสนา คือ แม่ที่จะอบรมเลี้ยงดู ปลูกฝัง สั่งสอนลูกด้วยอีหม่าน นางเป็นโรงเรียนแห่งแรกของลูกหลานรุ่นถัดไป
โอ้ลูกชายของแม่ … มิใช่เพียงการเลือกภรรยาที่ดีเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ลูกก็ต้องเป็นสามีที่ดีมีศาสนา เป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบ และเป็นพ่อที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่บรรดาลูกๆ ลูกต้องเป็นบุรุษที่คู่ควรกับสตรีผู้ศรัทธา
แด่ลูกสาว…ของแม่
โอ้ลูกสาวของแม่ … เมื่อลูกก้าวสู่ช่วงเวลาที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงเปิดประตูแห่งการสร้างครอบครัวให้แก่ลูก พึงรู้ไว้เถิดว่า เกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณค่าของสตรีมุสลิม มิได้อยู่ที่การยอมรับของมนุษย์ หากอยู่ที่การยืนหยัดในความพอพระทัยของอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา
การแต่งงานในอิสลาม มิใช่การสูญเสียอิสรภาพของสตรี หากคือการก้าวสู่บทบาทอันทรงเกียรติ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงเลือกให้ลูกให้เป็นราชินีของครอบครัว และเป็นผู้หล่อหลอมเยาวชนรุ่นต่อไป
โอ้ลูกสาวของแม่ … จงระวัง อย่าให้หัวใจของลูก ถูกดึงดูดให้หวั่นไหวไปตามถ้อยคำหวาน รูปลักษณ์ หรือสถานะทางโลก เพราะสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
บุรุษผู้มีศาสนา จะให้เกียรติสตรี เพราะเขาเกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา มิใช่เพราะอารมณ์หรือผลประโยชน์ เขาจะเป็นผู้นำที่นำพาลูกและครอบครัวไปสู่ความสุขสงบทั้งในดุนยาและอาคิเราะห์ มิใช่ความเจ็บปวดและการถูกลงโทษ
คุณค่าของลูก อยู่ที่อีหม่าน ความละอาย ความบริสุทธิ์ และมารยาทที่ดีงาม อย่าเปรียบเทียบตนเองกับมาตรฐานของสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพราะสตรีมุสลิมที่เข้มแข็ง มิใช่ผู้ที่ต้องเป็นเหมือนดั่งที่สังคมต้องการหรือแปรเปลี่ยนไปตามกระแสโลก แต่คุณค่าและความงดงามของสตรีอยู่ที่ความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา
ดังนั้น ลูกจงรู้จักคุณค่าของตนเอง ยืนหยัดในอีหม่าน เลือกคู่ครองด้วยศาสนา และทำหน้าที่ภรรยาและแม่ด้วยความรัก ความละอาย และความรับผิดชอบ
บทส่งท้าย : ดุอาร์ ความหวัง และปลายทางแห่งความสุข
โอ้ลูกรัก … แม่จะไม่หยุดพร่ำวอนขอดุอาร์ให้ลูก ทั้งในยามลับและยามเปิดเผย จนกว่าแม่จะถูกละหมาด
“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา
ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง”
(อัลกุรอาน 25:74)
เพราะความสุขที่แท้จริง มิใช่เพียงการอยู่พร้อมหน้ากันในดุนยา แต่คือการได้พบกันอีกครา ภายใต้ร่มเงาแห่งสรวงสวรรค์
“สวนสวรรค์ทั้งหลายอันสถาพร พวกเขาจะเข้าไปอยู่พร้อมกับผู้ทำดี
จากบรรพบุรุษของพวกเขา และคู่ครองของพวกเขา และบรรดาลูกหลานของพวกเขา
และมะลาอิกะฮฺจะเข้ามาหาพวกเขาจากทุกประตู (ของสวนสวรรค์)”
(อัลกุรอาน 13:23)
ด้วยรัก ศรัทธา และความหวัง ขออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ทรงเมตตาให้ครอบครัวของเราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ณ ที่ที่ไม่มีคำพูดใดที่ไร้สาระและเป็นบาป นอกจากจะได้ยินคำกล่าวว่า ศานติ ศานติ
“ในสวนสวรรค์นั้น พวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นบาป เว้นแต่คำกล่าวที่ว่า ศานติ ศานติ”
(อัลกุรอาน 56: 25-26)
@ ซะอฺบาน 1447