
การเตรียมตัวต้อนรับแขกที่ชื่อ “รอมาฎอน”
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
การอิบาดะฮฺในอิสลามบางประเภทถูกกำหนดให้ปฏิบัติในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งนักวิชาการเรียกว่า “อิบาดะฮฺตามฤดูกาล”โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ศรัทธาได้เร่งสะสมความดีในช่วงเวลาที่มีคุณค่าเป็นพิเศษ หนึ่งในฤดูกาลแห่งอิบาดะฮฺที่สำคัญที่สุด คือ เดือนรอมาฎอน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเดือนแห่งความเมตตา การอภัยโทษ และการเพิ่มพูนผลบุญ
บรรดาศอฮาบะฮฺและซะลัฟศอลิหฺให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวก่อนรอมาฎอนเป็นอย่างยิ่ง โดยเริ่มต้นด้วยการวิงวอนขอให้อัลลอฮฺทรงให้พวกเขามีชีวิตอยู่จนได้พบเดือนรอมาฎอน และสามารถปฏิบัติอิบาดะฮฺได้อย่างสมบูรณ์² สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รอมาฎอนไม่ใช่เพียงช่วงเวลาทางปฏิทิน แต่เป็น “แขกผู้ทรงเกียรติ” ที่จำเป็นต้องต้อนรับด้วยการเตรียมตัวล่วงหน้า
ความพิเศษของเดือนรอมาฎอนในทัศนะอิสลาม
เดือนรอมาฎอนมีลักษณะพิเศษหลายประการ อาทิ การประทานอัลกุรอาน³ การเปิดประตูแห่งสวรรค์ การปิดประตูแห่งนรก และการผูกมัดชัยฏอน⁴ นอกจากนี้ การอิบาดะฮฺในเดือนนี้ยังได้รับผลบุญที่ทวีคูณมากกว่าช่วงเวลาอื่น⁵ นักวิชาการจึงมองว่ารอมาฎอนเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูอีมานและปรับปรุงตนเองของผู้ศรัทธา
เดือนชะบาน : ช่วงเวลาแห่งการเตรียมอิบาดะฮฺ
หลักฐานจากซุนนะฮฺ
หนึ่งในรูปแบบการเตรียมตัวต้อนรับรอมาฎอนที่ชัดเจนที่สุด คือ การถือศีลอดในเดือนชะบาน ท่านหญิงอาอิชะฮฺ رضي الله عنها รายงานว่า
“ฉันไม่เคยเห็นท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ ถือศีลอดในเดือนใดมากเท่ากับที่ท่านถือศีลอดในเดือนชะบาน”
หะดีษนี้แสดงให้เห็นว่าการถือศีลอดในเดือนชะบานเป็นซุนนะฮฺที่ได้รับการเน้น (سنة مؤكدة) โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมทั้งร่างกายและจิตใจสำหรับการอิบาดะฮฺในเดือนรอมาฎอน
นอกจากนี้ ท่านนบี ﷺ ยังอธิบายเหตุผลของการถือศีลอดในเดือนชะบานว่า
“มันเป็นเดือนที่ผู้คนมักละเลย ระหว่างรอญับกับรอมาฎอน และเป็นเดือนที่การงานถูกนำเสนอไปยังอัลลอฮฺ
ดังนั้นฉันจึงรักที่จะให้การงานของฉันถูกนำเสนอในขณะที่ฉันกำลังถือศีลอด”
ทัศนะนักวิชาการเกี่ยวกับการถือศีลอดในเดือนชะบาน
นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การถือศีลอดในเดือนชะบานเป็นอิบาดะฮฺที่ประเสริฐ แต่ไม่ถึงขั้นต้องถือครบทั้งเดือน อิบนุ รอญับ อัลหัมบะลีย์ อธิบายว่า เดือนชะบานเปรียบเสมือนการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันใหญ่ คือเดือนรอมาฎอน
ทัศนะของนักวิชาการร่วมสมัย
เชคอับดุลอะซีซ บินบาซ อธิบายว่า การถือศีลอดในเดือนชะบานเป็นซุนนะฮฺตามแบบอย่างของท่านนบี ﷺ แต่ไม่อนุญาตให้ถือศีลอดด้วยเจตนา “เผื่อรอมาฎอน” เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขาดหลักฐานรองรับ
ในขณะที่ เชคมุฮัมมัด บินศอลิหฺ อัลอุซัยมีน อธิบายหะดีษที่ห้ามถือศีลอดครึ่งหลังของเดือนชะบานว่า การห้ามดังกล่าวหมายถึงผู้ที่เริ่มถือศีลอดโดยไม่มีพื้นฐานมาก่อน ส่วนผู้ที่ถือศีลอดเป็นกิจวัตร หรือถือมาตั้งแต่ต้นเดือน ยังคงอนุญาต
การชี้แจงหะดีษห้ามถือศีลอดครึ่งหลังของเดือนชะบาน
หะดีษที่ระบุว่า “เมื่อถึงครึ่งหลังของเดือนชะบานแล้ว ก็อย่าถือศีลอด”¹¹ ไม่ได้ถูกเข้าใจโดยนักวิชาการว่าเป็นการห้ามแบบเด็ดขาดในทุกกรณี หากแต่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหักโหมและการทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนกระทบต่อการถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน นักวิชาการจึงสรุปว่า ห้ามเฉพาะการเริ่มต้นถือศีลอดแบบฉับพลันโดยไม่มีพื้นฐานเท่านั้น
การเตรียมตัวต้อนรับแขกที่ชื่อ “รอมาฎอน” เป็นแนวคิดที่สะท้อนจิตวิญญาณของอิสลามอย่างลึกซึ้ง เดือนชะบานทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชีวิตปกติกับฤดูกาลแห่งอิบาดะฮฺ ผู้ที่เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการถือศีลอด การขอดุอาอ์ และการปรับปรุงตนเอง ย่อมมีความหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากรอมาฎอนอย่างเต็มที่ และให้แขกผู้ทรงเกียรติผู้นี้ทิ้งร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงไว้ในชีวิตของเขาอย่างยั่งยืน
แหล่งอ้างอิง
อัลกุรอาน 2:185
อิบนุ รอญับ, لطائف المعارف
อัลกุรอาน 2:185
อัลบุคอรีย์ และมุสลิม
มุสลิม, หะดีษว่าด้วยผลบุญของการถือศีลอด
อัลบุคอรีย์, มุสลิม
อันนะซาอีย์ และอะหฺมัด
อิบนุ รอญับ, لطائف المعارف
ابن باز, مجموع فتاوى
ابن عثيمين, الشرح الممتع
อบูดาวูด และอัตติรมิซีย์