
การงานที่สูญเปล่า
อ.อัสมัน มีสมบูรณ์
ปลายทางของวันกิยามะห์ไม่ได้มีหลายตัวเลือก มีแค่ 2 ทาง คือสวรรค์และนรก
- ถามตัวเองว่า การงานมันหนักพอที่จะทำให้เราขึ้นสวรรค์ไหม ? หรือเบาไปจนฉุดเราลงไฟนรก
- ความพ่ายแพ้และขาดทุนที่แท้จริง คือการยืนต่อหน้าอัลลอฮ พร้อมกับมือทีว่างเปล่า
- สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ทำดีแทบตาย แต่สุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย
- การงานต้องทำด้วย 'ความบริสุทธิใจ + ทำตามท่านรอซู้ลอย่างเคร่งครัด' + รักษาการงานที่ทำไว้ในดุนยา
- ความผิดบางอย่างลบความดีงามในตราชั่งความดี
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้การงานสูญเปล่า
1. การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ (การทำชิริก)
ความผิดที่เราจำเป็นต้องกลัวมากที่สุด ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่เราให้ความสำคัญน้อยที่สุด
ดุอาอ์ของนบีอิบรอฮีม
رَبِّ اجْعَلْ هَٰذَا الْبَلَدَ آمِنًا وَاجْنُبْنِي وَبَنِيَّ أَن نَّعْبُدَ الْأَصْنَامَ
"ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงทำให้เมืองนี้ (มักกะห์) เป็นเมืองที่ปลอดภัย และทรงให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์ห่างไกลจากการบูชาเจว็ด (การตั้งภาคี)"
2. การออกจากศาสนา / การตกศาสนา (ริดดะห์)
ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ความเชื่อ การกระทำ ที่ทำให้อีหม่านของคนๆนั้นหายไป เพียงแค่ยอมรับหรือปฏิเสธ ก็สามารถลบล้างอีหม่านให้สูญสิ้นไปได้ (อีหม่านโดนลบ = การงานทุกอย่างก็พัง)
สิ่งที่ทำให้ตกศาสนาและตัวอย่าง
1. จากลิ้น : การด่าทออัลลอฮ ด่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัม ด่าหรือดูหมิ่นอัลกุรอาน ด่าศอฮาบะห์ พูดจาเย้ยหยันสิ่งหนึ่งสิ่งใดในศาสนา
2. จากการกระทำ : การบนบานต่อสิ่งอื่น การขอดุอาอจากกุโบร การตอวาฟรอบกุโบร การเชือดเพื่อสิ่งอื่น
3. จากหัวใจ : รังเกียจอย่างใดอย่างนึงในบทบัญญัติ(อัลกุรอานและซุนนะห์ของรอซู้ล) ถึงแม้ว่าเขาจะกระทำสิ่งนั้นอยู่ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราตกศาสนา เช่น รังเกียจการสั่งใช้ให้ทำความดีและห้ามการทำชั่ว , ไม่ชอบบทลงโทษใดบทลงโทษนึงในศาสนา , เชื่อว่ากฎหมายที่มนุษ์คิดดีกว่าบทบัญญัติของอัลลอฮ , เกลียดการคลุมหิญาบ , เกลียดการที่ต้องมีมะห์รอมหรือการที่ทำให้สามีมีอำนาจเหนือผู้หญิง , การไม่พอใจที่ศาสนาห้ามลอกเลียนแบบกาเฟร ,คิดว่าบทบัญญัตินี้ไม่ยุติธรรมหรือล้าสมัย
4. ตกศาสนาเพราะการปฏิเสธสิ่งที่มุสลิมจำเป็นต้องรู้ หรือการสงสัย สิ่งที่อัลลอฮตัดสินไว้แล้ว เช่น สงสัยในความสัจจริงของคำพูดท่านรอซู้ล , สงสัยในการปฏิเสธศรัทธาของผู้ปฏิเสธศรัทธา, พูดว่า 'ทุกศาสนาเท่ากันหมด'
5. ตกศาสนาเพราะการละทิ้ง เช่น ทิ้งละหมาด ,ทิ้งการถือศิลอดเพราะการขี้เกียจ ไม่ตกศาสนา แต่เมื่อใดที่เขาไม่ยอมถือศิลอดและเชื่อว่าการถือศิลอดไม่ใช่เรื่องจำเป็น
6. หลงตัวเองและดูถูกผู้อื่น
7. การทำบาปในที่ลับตาคน : แสร้งว่าเป็นคนดีต่อหน้าคน แต่ลับตาคนก็ทำบาป พวกเขาลุกขึ้นมาละหมาดกลางคืนแต่เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ก็ทำในสิ่งที่อัลลอฮห้าม เหมือนอัลลอฮไม่รู้ไม่เห็น = มุนาฟิก
การงานที่ทำลายความดีบางส่วน
1. การทวงบุญคุณ ทำร้ายจิตใจหนือทำร้ายคนที่เคยให้ความช่วยเหลือ
2. แสวงหาคำชมหรืออยากได้ยินคำชื่นชมจากผู้อื่น อวดในบางครั้งบางคราว
3. จงใจละเลยละหมาดอัสรี่ โดยไม่มีเหตุอันครวญ เช่น ยุ่งจนลืม นอนจนลืม แต่ถ้าตั้งใจจะทำให้ความดีที่ทำมาในวันนั้นสูญเปล่า
ปัญหาของมนุษย์ พูดแล้วไม่ยอมรับ เพราะเหตุนี้มันกิยามะห์ ปากจึงถูกปิด และให้อวัยวะต่างๆพูด เพราะลิ้นทำให้ตกศาสนาได้ไวที่สุด
อย่าปกป้องคนผิด เพราะคนที่กระทำความผิด คือคนที่ทรยศต่อตนเอง แท้จริงอัลลอฮจะไม่รักบรรดาผู้ที่ชอบทรยศ ไม่ว่าทรยศต่อตัวเอง(ทำผิด) ต่อผู้อื่น ต่ออัลลอฮ
มนุษย์อาจจะหลบซ่อนต่อมนุษย์ได้ แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะหลบซ่อนจากอัลลอฮได้ ในขณะที่พวกเขาพูดในสิ่งที่อัลลอฮไม่พอใจ และอัลลอฮทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่พวกเขากระทำ
อิสลามไม่ใช่แค่เริ่มต้นให้ถูก แต่ต้องจบให้ถูกด้วย เพราะบางครั้งคำพูดหรือการกระทำเพียงครั้งเดียว ทำให้ลบอีหม่านจนหมดสิ้น
สรุปบทเรียน : ใครคือคนที่อัลลอฮฺไม่รัก
1. ผู้ปฏิเสธศรัทธา ผู้ที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
2. คนที่ฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตเกินขอบเขตความพอดี จนลืมถามตนเองว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นคือความจำเป็น หรือความหลงใหลโดยไม่รู้ตัว
3. คนที่สร้างความเสื่อมเสียด้านศรัทธาและศีลธรรม บ่อนทำลายมารยาทจริยธรรมอันดีงาม ทั้งในครอบครัวในหัวใจ และในสังคม จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนห่างไกลจากทางนำ
4. คนที่หลงระเริง หลงตัวเอง ดีใจจนลืมตัว ดีใจจนลืมอัลลอฮฺ ดีใจจนฝ่าฝืนพระองค์ .. ความสุขใดก็ตามที่ไม่ได้ทำให้เราใกล้ชิดอัลลอฮฺ แต่กลับพาเราออกห่างจากศาสนา อาจเป็นบททดสอบที่ร้ายแรงยิ่งกว่าความทุกข์ที่เราต้องเผชิญ
5. คนทรยศ คดโกง ไม่ซื่อสัตย์ การทรยศไม่ได้เป็นเพียงความผิดต่อมนุษย์ แต่คือการทรยศต่ออัลลอฮฺ ซึ่งสะท้อนถึงการไร้อีหม่าน
6. คนโอหัง ลำพองตน จองหอง และชอบโอ้อวด เมื่อคิดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ย่อมลืมความโปรดปรานที่อัลลอฮฺทรงประทานให้
7. คนอธรรม อธรรมต่ออัลลอฮฺด้วยการทำชิริก, อธรรมต่อผู้อื่นด้วยการละเมิดสิทธิ ทำร้าย ข่มเหง และอธรรมต่อตนเองด้วยการทำบาป เพราะความผิดที่กระทำย่อมนำไปสู่การลงโทษ
8. คนที่ละเมิด ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น ละเมิดบทบัญญัติศาสนา หรือกระทำสิ่งที่ศาสนาไม่อนุญาต
9. คนที่ปากไม่ดี พูดให้ผู้อื่นอับอาย พูดจาลามก หยาบคาย พูดโดยไม่คำนึงถึงจิตใจผู้อื่น ทั้งที่อิสลามสอนว่า หากพูดดีไม่ได้ ก็จงเงียบเสีย
10. คนที่ชอบทำบาปโดยไม่เกรงกลัว ทำความผิดอย่างไม่ละอาย ไม่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ
11. คนเย่อหยิ่งยโส ปฏิเสธความจริง ไม่ยอมรับคำเตือน มองผู้อื่นด้วยสายตาดูถูกดูแคลน
12. คนที่ทำชิริกและตัดสัมพันธ์เครือญาติ ไปหาหมอผี บนบานต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ ใส่เครื่องรางของขลัง และเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นปกป้องตนเองได้
รวมถึงผู้ที่ตัดสัมพันธ์กับเครือญาติ คนลักษณะนี้ไม่รักษาสิทธิระหว่างเขากับอัลลอฮฺ แล้วเขาจะรักษาสิทธิระหว่างเขากับมนุษย์ด้วยกันได้อย่างไร
13. คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจ แทนที่จะขอบคุณอัลลอฮฺ กลับทำตัวหดหู่ เสแสร้งเป็นทุกข์ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
14. คนที่ชอบขอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้ขอบเขต ทั้งที่ผู้ให้นั้นดีกว่าผู้รับ และผู้ที่ชอบขอจะถูกทำให้ใบหน้าไม่มีเนื้อ เหลือเพียงกระดูกในวันกิยามะฮฺ
15. คนสี่จำพวกที่ถูกกล่าวในฮะดีษ
– พ่อค้าที่สาบานพร่ำเพรื่อ
– คนยากจนแต่โอ้อวด
– ชายชราที่ทำซินา
– ผู้นำที่อธรรม ใช้อำนาจในทางที่ผิด เพื่อประโยชน์ส่วนตน
16. คนที่รู้แต่ดุนยา รู้วิธีหาเงิน รู้วิธีร่ำรวย แต่ไม่รู้วิธีการอิบาดะฮฺ และไม่ใช้ความรู้เพื่ออาคิเราะฮฺ
17. คนที่ดื้อรั้น ชอบโต้เถียง มุ่งเอาชนะ อ้างผิดเป็นถูก อ้างถูกเป็นผิด และใช้ความรู้เป็นอาวุธทำร้ายผู้อื่น
ขอให้เราได้รับความสะดวกง่ายดายจากพระองค์ ในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง เพื่อเป็น ผู้ที่อัลลอฮฺทรงรัก ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ