ทำไมอิสลามจึงห้ามริบา (ดอกเบี้ย) ?
  จำนวนคนเข้าชม  68

ทำไมอิสลามจึงห้ามริบา (ดอกเบี้ย) ?

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          อิสลามคือศาสนาแห่งการทำงานและความเพียรพยายาม มุสลิมจะได้รับตามขอบเขตของการทำงานของตน และจะเก็บเกี่ยวผลตามสิ่งที่ตนได้เพาะปลูกไว้ ส่วนการอยู่อย่างเกียจคร้าน ละทิ้งการแสวงหารายได้ที่ชอบธรรม โดยอาศัยแรงงานของผู้อื่น หรือพึ่งพาผลประโยชน์ที่ได้มาโดยไม่ต้องออกแรงหรือทุ่มเทนั้น ไม่ใช่แนวทางของอิสลาม หากแต่เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่อิสลามได้นำมา สั่งสอน สนับสนุน และส่งเสริมไว้

          ท่านไม่เห็นดอกหรือว่า อายะฮ์อันทรงเกียรติต่อไปนี้และอายะฮ์อื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ได้ชี้นำให้ประกอบอาชีพและทำงาน หลังจากปฏิบัติฟัรฎู (ภาคบังคับ) ของอัลลอฮ์แล้ว เพื่อแสวงหาปัจจัยยังชีพจากพระองค์ และเพื่อป้องกันความเกียจคร้าน 

          โดยอัลลอฮ์ ตรัสว่า :

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا إِذَا نُودِيَ لِلصَّلَاةِ مِنْ يَوْمِ الْجُمُعَةِ فَاسْعَوْا إِلَى ذِكْرِ اللَّهِ وَذَرُوا الْبَيْعَ ذَلِكُمْ خَيْرٌ لَكُمْ إِنْ كُنْتُمْ تَعْلَمُونَ  فَإِذَا قُضِيَتِ الصَّلَاةُ فَانْتَشِرُوا فِي الْأَرْضِ وَابْتَغُوا مِنْ فَضْلِ اللَّهِ وَاذْكُرُوا اللَّهَ كَثِيرًا لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ

 

     “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เมื่อได้มีเสียงร้องเรียก (อะซาน) เพื่อทำละหมาดในวันศุกร์ก็จงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮฺ และจงละทิ้งการค้าขายเสีย นั่นเป็นการดีสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้

     ต่อเมื่อการละหมาดได้สิ้นสุดลงแล้วก็จงแยกย้ายกันไปตามแผ่นดิน และจงแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ และจงรำลึกถึงอัลลอฮฺให้มาก ๆ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ”

(ซูเราะฮ์อัลญุมุอะฮ์ :9–10)

 

         นี่คือคำนำที่ผมได้นำเสนอไว้ในหัวข้อในวันนี้ เพื่อมุ่งเน้นย้ำให้เกิดความตระหนักในจิตใจว่า ริบาเป็นสิ่งโมฆะและเป็นสิ่งต้องห้าม และเป็นการนั่งรอผลประโยชน์โดยไม่แสวงหารายได้ที่ชอบธรรม เป็นการดำรงชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ ปราศจากความเหน็ดเหนื่อย ความพากเพียร และความยากลำบากใด ๆ

          โดยผู้กระทำดอกเบี้ย ดำรงชีวิตอยู่บนบัญชีของผู้อื่น กินจากผลแรงงานของพวกเขา ดูดกลืนพลังและความขยันของพวกเขา และทำให้พวกเขาเสมือนลูกจ้างที่ทำงานให้ตน ทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม หากแต่ได้เพียงเศษเสี้ยวจากโต๊ะอาหาร หากยังเหลือเศษอยู่บ้าง

 

 

ความหมายของริบา

 

     คือ การเพิ่มขึ้นจากสิ่งเดิม หมายถึงเขาเพิ่มมากกว่าอีกคนหนึ่ง และคำว่า “สิ่งนั้นเพิ่มขึ้น หมายถึงมันเพิ่มจากสภาพเดิมจนใหญ่โตขึ้น โดยคำกริยาคือ ยัรบู (يربو) หมายถึงเพิ่มพูนขึ้น

     หมายถึง ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นและมากเกินเดิม

 

     และที่เรียกผู้ให้ริบาว่า “มุรบี"  ก็เพราะเขาทำให้ทรัพย์สินที่ตนมีอยู่เหนือหนี้ของลูกหนี้เพิ่มพูนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนเงินในทันที หรือเพิ่มระยะเวลา (กำหนดชำระหนี้) ให้แก่ลูกหนี้ แล้วนำการเพิ่มนั้นไปผูกกับเวลาที่ขยายออกไป ทำให้จำนวนหนี้เพิ่มขึ้นจากกำหนดเดิมก่อนถึงเวลาชำระหนี้นั้น 

 

     จากบรรดาโองการในพระคัมภีร์อันทรงเกียรติ และจากซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ล้วนชี้ชัดและยืนยันถึง การห้ามริบา อย่างเด็ดขาด ในลักษณะที่ไม่เปิดช่องให้เกิดความลังเลหรือการตีความบิดเบือนใด ๆ และอิสลามมิได้ห้ามสิ่งหนึ่งสิ่งใด นอกจากจะมี ปัญญาธรรมอันชัดเจน หรือ ประโยชน์ที่กลับคืนสู่มนุษย์ ทั้งสิ้น

     และเมื่ออิสลามได้ห้ามริบาแล้ว ก็ได้ห้าม หนทางและวิธีการที่นำไปสู่ริบา เช่นกัน

 

 

เหตุผลทำไมอิสลามจึงห้ามเรื่องดอกเบี้ย

 

1. เพราะเป็นความอยุติธรรมและการเอาเปรียบคนยากจน

 

     ผู้ให้ดอกเบี้ยไม่ได้ให้กู้เพื่อช่วยเหลือผู้คน แต่เพื่อฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของพวกเขาคนยากจนต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่ใช่เพราะเขามีกำลัง แต่เพราะเขาจำเป็น

 

 

2. เพราะทำลายหลักการช่วยเหลือเกื้อกูล (ตะกาฟุล) 

 

     อิสลามส่งเสริมการให้กู้ยืมที่ดีงาม การช่วยเหลือ และการบริจาค  การให้กู้ยืมถือว่าเป็นสุนัต เพราะเป็นการทำดีต่อผู้ที่มีความจำเป็นและทำให้เขาได้สมหวังเมื่อใดที่เขายิ่งมีความจำเป็นมากและการให้กู้ก็ให้เพื่อพระองค์อัลลอฮฺอย่างแท้จริงผลบุญก็จะยิ่งมากขึ้นตามไป 

     ความประเสริฐของการกู้ยืม อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสว่า

 

مَّن ذَا الَّذِي يُقْرِضُ اللّهَ قَرْضاً حَسَناً فَيُضَاعِفَهُ لَهُ أَضْعَافاً كَثِيرَةً وَاللّهُ يَقْبِضُ وَيَبْسُطُ وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ

 

     “มีใครบ้างไหมที่จะให้อัลลอฮฺทรงยืมหนี้ที่ดี แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มพูนหนี้นั้นให้แก่เขามากมายหลายเท่า

     และอัลลอฮฺนั้นทรงกำไว้และทรงแบออก และยังพระองค์เท่านั้นพวกเจ้าจะถูกนำกลับไป”

 (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 245)

 

     รายงานจากท่านอบู ฮุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

 

مَنْ نَفَّسَ عَنْ مُؤْمِنٍ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ الدُّنْيَا نَفَّسَ الله عَنْـهُ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ يَومِ القِيَامَةِ، وَمَنْ يَسَّرَ عَلَى مُعْسِرٍ يَسَّرَ الله عَلَيْـهِ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ، وَمَنْ سَتَرَ مُسْلِـماً سَتَرَهُ الله فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ، وَالله فِي عَوْنِ العَبْدِ مَا كَانَ العَبْدُ فِي عَوْنِ أَخِيْـهِ.

 

     “ผู้ใดที่ทำให้มุอ์มินท่านหนึ่งพ้นจากความยากลำบากหนึ่งในโลกนี้ อัลลอฮฺจะช่วยให้เขาพ้นความลำบากหนึ่งในวันกิยามะฮฺ

     และผู้ใดให้ความสะดวกแก่ผู้ที่ลำบาก อัลลอฮฺจะให้เกิดความง่ายแก่เขาในโลกนี้และโลกหน้า

     และผู้ใดที่ปกปิด(สิ่งที่น่าอับอาย)ของมุสลิมคนหนึ่ง อัลลอฮฺก็จะทรงปกปิดความน่าอับอายของเขาในโลกนี้และโลกหน้า

     และอัลลอฮฺจะคอยช่วยเหลือบ่าวคนหนึ่งตราบที่เขาช่วยเหลือเพื่อนของเขา”

(บันทึกโดยมุสลิม)

     มุสลิมที่ดีจะต้องรู้จักการผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ที่ขัดสนและการยกหนี้ให้

 

     รายงานจากท่านอบู อัล-ยุสร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 

مَنْ أَنْظَرَ مُعْسِراً أَوْ وَضَعَ عَنْـهُ، أَظَلَّـهُ الله فِي ظِلِّـهِ».

 

“ใครที่ยืดเวลาให้แก่ผู้ขัดสนหรือยกหนี้ให้ อัลลอฮฺจะทรงให้เขาได้อยู่ใต้ร่มเงาของพระองค์”

 (บันทึกโดยมุสลิม)

     ริบา (ดอกเบี้ย) ทำให้ความสัมพันธ์จากความเมตตา กลายเป็นเพียงธุรกรรมทางการเงินที่เย็นชาและโลภ

 

 

3. เพราะสร้างระบบเศรษฐกิจที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต

 

ใน ริบา (ดอกเบี้ย) เงินงอกเงยจากเงิน โดยไม่ต้องทำงานหรือรับความเสี่ยง

ในอิสลาม กำไรต้องผูกพันกับการทำงาน การลงทุน หรือการค้าขาย ไม่ใช่เพียงแค่การรอเวลา

 

 

4. เพราะนำไปสู่การพอกพูนของหนี้และภาวะเศรษฐกิจถดถอย

 

 (ดอกเบี้ย) ทำให้หนี้ของผู้ที่ไร้ความสามารถเพิ่มพูนขึ้น

     เมื่อผู้คนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดอกเบี้ยจะทับถม ครอบครัวและธุรกิจล่มสลายสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงในวิกฤตการเงินโลกหลายครั้ง (เช่น วิกฤตปี 2008)

 

 

5. เพราะทำลายศีลธรรมและฆ่าความเมตตาในหัวใจ

 

     ผู้ที่เกี่ยวข้องกับริบาจะเคยชินกับการเอาโดยไม่ให้สูญเสียความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และยกเงินเป็นคุณค่าสูงสุด หลักฐานการห้ามริบาในอัลกุรอานและซุนนะฮ์

ในอัลกุรอาน

 

يَٰٓأَيُّهَا  ٱلَّذِينَ  ءَامَنُواْ  لَا  تَأۡكُلُواْ  ٱلرِّبَوٰٓاْ  أَضۡعَٰفٗا  مُّضَٰعَفَةٗۖ  وَٱتَّقُواْ  ٱللَّهَ  لَعَلَّكُمۡ  تُفۡلِحُونَ

 

“โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่ากินดอกเบี้ยหลายเท่าที่ถูกทบทวี

และพวกเขาพึงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ “

(อาลิอิมรอน: 130)

     นี่คือคำเตือนที่รุนแรงที่สุดในอัลกุรอาน ซึ่งไม่เคยถูกใช้กับสิ่งต้องห้ามอื่นเช่นเดียวกับริบา  ในซุนนะฮ์

     จากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า 

اجتَنِبوا السَّبْعَ المُوبِقاتِ. قيل: يا رَسولَ اللهِ، وما هُنَّ؟   وأَكْلُ الرِّبا

 

     ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :“พวกเจ้าจงออกห่างจากเจ็ดสิ่งอันตรายที่จะนำมาซึ่งความพินาศ

     บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า : โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ สิ่งเหล่านั้นคืออะไร?  

     ท่านตอบว่า: และการกินริบา”  

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)

รายงานจากท่าน ญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า

لَعَنَ رَسُولُ الله صَلَّى اللهُ عَلَيهِ وَسَلَّم آكِلَ الرِّبَا، وَمُوْكِلَـهُ وَكَاتِبَـهُ، وَشَاهِدَيْـهِ، وَقَالَ: هُـمْ سَوَاءٌ

         

     ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ประณามผู้ที่กินริบา ผู้ให้กิน ผู้บันทึก และผู้เป็นพยานทั้งสองคน และท่านกล่าวว่า พวกเขาอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน(ในบาป) 

(บันทึกโดย มุสลิม ) 

 

 

ความแตกต่างสาระสำคัญระหว่าง (ดอกเบี้ย) กับการค้าขาย

 

     อัลลอฮ์ตรัสว่า:

{وَأَحَلَّ اللَّهُ الْبَيْعَ وَحَرَّمَ الرِّبَا}

“และอัลลอฮ์ทรงอนุญาตการค้าขาย และทรงห้ามริบา “

(อัลบะเกาะเราะฮ์: 275)

การค้าขาย : มีการแลกเปลี่ยนที่แท้จริง (สินค้า แลกกับเงิน) มีความพยายาม และมีความเสี่ยง

ริบา : เป็นเงิน แลกเปลี่ยนการเลื่อนเวลาเท่านั้น ไม่มีความพยายามและไม่มีความเสี่ยง

 

 

การยืนยันจากนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ร่วมสมัย

 

     อิบนุ อัลก็อยยิม กล่าวว่า : ริบา (ดอกเบี้ย) ทำลายศีลธรรมของประชาชาติ และฆ่าจิตวิญญาณแห่งการให้และการเมตตา

     นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น และนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

ทางเลือกที่ชอบธรรมแทน (ดอกเบี้ย) หรือไม่?

 

มี ในระบบเศรษฐกิจอิสลาม เช่น

 ♣  การให้กู้ยืมที่ดีงาม (กอรฺฎ ฮะซัน)

 ♣  มุรอบะหะฮ์ (ขายโดยบวกราคาอย่างโปร่งใส)

 ♣  มุชารอกะฮ์ และมุฎอรอบะฮ์ (การร่วมลงทุน)