
สตรี คือ ครึ่งหนึ่งของศาสนา
By One Muslimah
ศาสนาอิสลามให้เกียรติและยกสถานะของสตรีไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะในฐานะมารดา ภรรยา ลูกสาว หรือผู้ศรัทธา ทั้งในมิติของความเป็นมนุษย์ ความศรัทธา บทบาทในครอบครัว และบทบาทต่อสังคม
“สตรีคือครึ่งหนึ่งของศาสนา” คำกล่าวนี้สะท้อนความจริงที่ลึกซึ้งว่า สตรีมิใช่เพียงส่วนหนึ่งของสังคม แต่คือ ส่วนสำคัญของศาสนาและความศรัทธาอย่างแท้จริง หากขาดสตรี ศาสนาย่อมไม่อาจสมบูรณ์ได้
ความสำคัญของสตรีในอิสลาม
อิสลามประกาศความเสมอภาคของมนุษย์ตั้งแต่ต้นกำเนิด โดยอัลลอฮฺ ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง
และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน
แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺ นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า
แท้จริง อัลลอฮฺ นั้น เป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”
(อัลหุญุรอต : 13)
โองการนี้สะท้อนให้เห็นว่าสตรีและบุรุษมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ความแตกต่างมิได้อยู่ที่เพศ แต่ขึ้นอยู่กับความยำเกรง (ตักวา) ต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา ในด้านความศรัทธา พระองค์ทรงยืนยันว่า ชายและหญิงย่อมได้รับผลตอบแทนจากการงานที่ดีงามอย่างเท่าเทียม
ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในกุรอาน ความว่า
“แท้จริง บรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง
บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง
บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง
บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง
บรรดาผู้อดทนชายและหญิง
บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง
บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิง
บรรดาผู้ถือศีลอดชายและหญิง
บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของพวกเขา ที่เป็นชายและหญิง
บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺ อย่างมากที่เป็นชายและหญิงนั้น
อัลลอฮฺ ได้ทรงเตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้ว ซึ่งการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง”
(อัลอะห์ซาบ : 35)
ในสังคมอิสลาม สตรีมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะมารดาผู้ให้กำเนิดและหล่อหลอมศรัทธาแก่คนรุ่นต่อไป นบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
“สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา”
ฮะดิษนี้ไม่ใช่เพียงถ้อยคำแห่งการให้เกียรติสตรีเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนและเน้นย้ำความสำคัญว่า ศาสนาและความศรัทธาของคนรุ่นต่อไป เริ่มต้นจากอ้อมอกของแม่ สองมือที่อุ้มลูก ปากที่พร่ำสอนคำดีงาม และหัวใจที่ปลูกฝังความศรัทธา (อีหม่าน) ล้วนเป็นอิบาดะฮ์ที่ยิ่งใหญ่
ดังนั้น สตรีจึงเป็นผู้วางรากฐานของศาสนาและศีลธรรมโดยอัติโนมัติในชีวิตประจำวัน หากสตรีมีคุณภาพ ครอบครัวและสังคมย่อมมีคุณภาพตามไปด้วย
การเลือกสตรีเป็นภรรยา : จุดเริ่มต้นของครอบครัวที่มั่นคง
การสมรสในอิสลาม มิใช่เป็นเพียงสัญญาทางสังคม แต่เป็นการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา และการแต่งงาน ถือว่าเป็นการทำให้ศาสนาสมบูรณ์ เหตุผลก็เพราะว่า ชีวิตคู่เป็นพื้นที่ที่ความศรัทธาถูกทดสอบและหล่อหลอม
ดังที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
“เมื่อบ่าวคนหนึ่งแต่งงาน เขาได้ทำให้ศาสนาของเขาสมบูรณ์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ดังนั้น จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ในอีกครึ่งที่เหลือ”
ดังนั้น การเลือกภรรยามาเป็นคู่ชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นกุญแจสำคัญต่อการรักษาศาสนา ท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้วางหลักเกณฑ์ในการเลือกสตรีมาเป็นภรรยาไว้ว่า
“สตรีถูกแต่งงานด้วยเหตุ 4 ประการ คือ ทรัพย์สิน เชื้อสาย ความงาม และศาสนา
ดังนั้น จงเลือกผู้ที่มีศาสนา แล้วเจ้าจะประสบความสำเร็จ”
หลักการนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ความศรัทธาและคุณธรรมของสตรี คือหัวใจของครอบครัวมุสลิม เพราะภรรยาที่มีศาสนา ไม่เพียงเป็นคู่ชีวิต แต่ยังเป็นผู้สนับสนุน ผู้ช่วยสามีในการดำรงศาสนา สร้างความสงบทางจิตใจ อบรมบ่มนิสัยบรรดาลูกๆ ให้เติบโตบนแนวทางอิสลาม และเป็นผู้ร่วมเดินทางไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ ตะอาลา
หน้าที่ของภรรยาในอิสลาม : อิบาดะห์ในชีวิตประจำวัน
อิสลามให้เกียรติบทบาทของภรรยาในฐานะผู้ดูแลครอบครัว ท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
“สตรีคือผู้ดูแลในบ้านของสามี และนางจะถูกสอบสวนถึงความรับผิดชอบนั้น”
หน้าที่ของภรรยา ได้แก่ การรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง การดูแลทรัพย์สินและรักษาเกียรติของสามี และการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุขในครอบครัว ดังที่ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“บรรดาชายนั้น คือผู้ที่ทำหน้าที่ปกครองเลี้ยงดูบรรดาหญิง เนื่องด้วยการที่อัลลอฮฺ ได้ทรงให้บางคนของพวกเขาเหนือกว่าอีกบางคน และด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไปจากทรัพย์ของพวกเขา
บรรดากุลสตรีนั้นคือผู้จงรักภักดี ผู้รักษาในทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ลับหลังสามี เนื่องด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺ ทรงรักษาไว้
และบรรดาหญิงที่พวกเจ้าหวั่นเกรงในความดื้อดึงของนางนั้น ก็จงกล่าวตักเตือนนางและทอดทิ้งนางไว้แต่ลำพังในที่นอน และจงเฆี่ยนนาง
แต่ถ้านางเชื่อฟังพวกเจ้าแล้ว ก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่นาง แท้จริง อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงสูงส่งผู้ทรงเกรียงไกร
(อันนิซาอ์ : 34)
อย่างไรก็ตาม หน้าที่เหล่านี้มิใช่การกดขี่ หากแต่เป็นบทบาทที่มีคุณค่าและได้รับผลบุญอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อภรรยาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความศรัทธา นั่นหมายถึง เธอกำลังปฏิบัติศาสนกิจ (อิบาดะฮ์) ในชีวิตประจำวัน ทุกการเสียสละกลายเป็นความดีงามที่ถูกบันทึกไว้
การดูแลภรรยา : ตัวชี้วัดความศรัทธาของสามี
อิสลามมิได้มองว่าสตรีในฐานะภรรยาต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว อิสลามได้วางหน้าที่อันยิ่งใหญ่ไว้บนบ่าของสามีเช่นกัน โดยกำหนดให้สามีมีหน้าที่ดูแล ปกป้อง และให้เกียรติภรรยาอย่างสูงสุด
ดังที่ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า
“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! ไม่อนุมัติแก่พวกเจ้า การที่พวกเจ้าจะเอาบรรดาหญิงเป็นมรดกด้วยการบังคับ
และไม่อนุมัติเช่นเดียวกัน การที่พวกเจ้าจะขัดขวางบรรดานาง เพื่อพวกเจ้าจะเอาบางส่วนของสิ่งที่พวกเจ้าได้ให้แก่พวกนาง
นอกจากว่าพวกนางจะกระทำสิ่งลามก อันชัดแจ้งเท่านั้น
และจงอยู่ร่วมกับพวกนางด้วยดี หากพวกเจ้าเกลียดพวกนาง ก็อาจเป็นไปได้ว่า
การที่พวกเจ้าเกลียดสิ่งหนึ่ง ขณะเดียวกัน อัลลอฮฺ ก็ทรงให้มีในสิ่งนั้น ซึ่งความดีอันมากมาย”
(อันนิซาอ์ : 19)
นอกจากนี้ ท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลภรรยาและครอบครัว ดังที่ท่านได้กล่าวว่า
“ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของตน และฉันคือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของฉัน”
ดังนั้น การดูแลภรรยาทั้งด้านปัจจัยยังชีพ ความรัก ความเมตตา และการให้เกียรติ เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์แห่งความศรัทธา (อีหม่าน) ของสามี ครอบครัวที่ตั้งอยู่บนความเมตตาและความรักย่อมเป็นพื้นที่ที่ศาสนาเติบโตอย่างมั่นคง
บทสรุปส่งท้าย
สตรีในอิสลามมิใช่เพียง “ครึ่งหนึ่งของสังคม” แต่คือ “ครึ่งหนึ่งของศาสนาและความศรัทธา” เธอมีบทบาทหน้าที่ของมารดา ภรรยา ไปจนถึงผู้ศรัทธาที่มีคุณค่า การให้เกียรติสตรี การเลือกสตรีที่มีศาสนาเป็นภรรยา การตระหนักถึงหน้าที่ของภรรยา และการดูแลภรรยาอย่างดี ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำรงไว้ซึ่งศาสนาอิสลามอย่างสมบูรณ์
หากสตรีได้รับการยกย่องและปฏิบัติอย่างถูกต้องตามแนวทางอัลกุรอานและแบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ครอบครัวจะมั่นคง สังคมจะเข้มแข็ง และศาสนาอิสลามย่อมดำรงอยู่อย่างงดงามตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ ตะอาลา