
อิสลามจะเข้มแข็งได้ด้วยความเข้าใจ
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
บทเรียนจากการเข้ารับอิสลามของบุคคลสำคัญ การเตรียมเนื้อหา และจริยธรรมในการสื่อสารศาสนา
อิสลามในยุคแรกไม่ได้เข้มแข็งเพราะจำนวนผู้ศรัทธาเพียงอย่างเดียว หากแต่เข้มแข็งขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อ บุคคลสำคัญในสังคม เข้ารับอิสลาม พร้อมกับการสื่อสารศาสนาด้วยปัญญา จริยธรรม และความเคารพต่อผู้อื่น ประวัติศาสตร์ช่วงการเข้ารับอิสลามของ ฮัมซะฮ์ บิน อับดุลมุฏฏอลิบ และ อุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เป็นหลักฐานชัดเจนว่า เมื่อสัจธรรมถูกนำเสนออย่างถูกต้อง และสะท้อนผ่านบุคลิกของผู้ศรัทธาที่มีคุณภาพ อิสลามจะได้รับความเข้าใจและการยอมรับในสังคม
บทเรียนจากประวัติศาสตร์ : เมื่อบุคคลสำคัญเข้ารับอิสลาม
การเข้ารับอิสลามของ ฮัมซะฮ์ บิน อับดุลมุฏฏอลิบ ทำให้อิสลามมี “เกราะคุ้มครอง” ในสังคมมักกะฮ์ จากเดิมที่มุสลิมถูกกดขี่อย่างเปิดเผย การคุกคามลดลง เพราะผู้มีอิทธิพลได้ยืนอยู่ข้างสัจธรรม
ขณะที่การเข้ารับอิสลามของ อุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ คือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง มุสลิมสามารถประกาศศรัทธาและประกอบศาสนกิจอย่างเปิดเผย ณ กะอ์บะฮ์ได้
บทเรียนสำคัญคือ คุณภาพของผู้ศรัทธาและบทบาทในสังคม มีผลโดยตรงต่อการรับรู้ของผู้คนต่อศาสนา อิสลามไม่ได้ต้องการเพียงผู้ศรัทธามากขึ้น แต่ต้องการผู้ศรัทธาที่เป็นแบบอย่างแห่งความจริง ความยุติธรรม และความกล้าหาญทางจริยธรรม
การเตรียมเนื้อหาและการนำเสนอ : สะพานสู่ความเข้าใจ
อิสลามจะถูกเข้าใจอย่างถูกต้อง เมื่อ เนื้อหา และ วิธีการนำเสนอ ทำงานควบคู่กัน เนื้อหาที่ดีต้องตอบคำถามของมนุษย์เรื่องความหมายชีวิต ศักดิ์ศรีมนุษย์ ความยุติธรรม และเหตุผลของศรัทธา ไม่ใช่เพียงการยกตัวบทโดยขาดบริบท ส่วนการนำเสนอที่ดีต้องสุภาพ เมตตา และเคารพเสรีภาพในการคิดและเลือก เพราะศรัทธาที่แท้จริงต้องเกิดจากความเข้าใจ ไม่ใช่แรงกดดัน
อัลกุรอานวางหลักการเชิญชวนไว้อย่างชัดเจนว่า
ادْعُ إِلَىٰ سَبِيلِ رَبِّكَ بِالْحِكْمَةِ وَالْمَوْعِظَةِ الْحَسَنَةِ وَجَادِلْهُم بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ
“จงเชิญชวนสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของเจ้า ด้วยปัญญา และคำตักเตือนที่งดงาม และจงโต้แย้งด้วยวิธีที่ดีที่สุด”
(อันนะห์ลฺ 16:125)
นี่แสดงว่า การดะอ์วะฮ์ในอิสลามไม่ใช่การเอาชนะทางวาทกรรม แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้คน “เข้าใจ” ก่อนจะ “เลือก”
อิสลามไม่เคยสอนให้เสียดสีศาสนาผู้อื่น หนึ่งในจริยธรรมสำคัญของการสื่อสารศาสนาในอิสลาม คือ การห้ามดูหมิ่นหรือเสียดสีความเชื่อของผู้อื่น
อัลกุรอานระบุชัดเจนว่า
وَلَا تَسُبُّوا الَّذِينَ يَدْعُونَ مِن دُونِ اللَّهِ فَيَسُبُّوا اللَّهَ عَدْوًا بِغَيْرِ عِلْمٍ
“และพวกเจ้าอย่าได้ด่าทอผู้ที่พวกเขาวิงวอนนอกเหนือจากอัลลอฮ์
มิฉะนั้นพวกเขาจะด่าทออัลลอฮ์ ด้วยความเป็นศัตรู โดยปราศจากความรู้”
(อัลอันอาม 6:108)
โองการนี้สะท้อนหลักการสำคัญว่า แม้เรามั่นใจในความจริง ก็ไม่อนุญาตให้ใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศาสนาและสังคม การเสียดสีไม่ได้ทำให้ความจริงสูงส่งขึ้น แต่กลับสร้างความเกลียดชังและการตอบโต้
แบบอย่างจากซุนนะฮ์ก็ยืนยันจุดยืนนี้อย่างชัดเจน เมื่อมีผู้ขอให้ท่านนบีสาปแช่งผู้ตั้งภาคี ท่านตอบว่า
إِنِّي لَمْ أُبْعَثْ لَعَّانًا، وَإِنَّمَا بُعِثْتُ رَحْمَةً
“แท้จริงฉันมิได้ถูกส่งมาเพื่อสาปแช่ง แต่ฉันถูกส่งมาในฐานะความเมตตา”
(บันทึกโดยมุสลิม)
ท่าน มุฮัมมัด ﷺ ไม่เคยใช้การดูหมิ่นเป็นเครื่องมือของสัจธรรม แม้จะถูกทำร้ายและใส่ร้ายอย่างหนัก
ดะอ์วะฮ์เชิงวิชาการ กับการดูหมิ่น : เส้นแบ่งที่ต้องชัด
อิสลามอนุญาตให้ อธิบายและวิพากษ์แนวคิดอย่างมีเหตุผล แต่ไม่อนุญาตให้ ดูหมิ่น เยาะเย้ย หรือด้อยค่าศาสนาและสัญลักษณ์ของผู้อื่น การวิจารณ์เชิงวิชาการมีเป้าหมายเพื่อความเข้าใจ ส่วนการเสียดสีมีเป้าหมายเพียงทำร้ายความรู้สึก ซึ่งขัดต่อจริยธรรมอิสลามโดยสิ้นเชิง
อิสลามจะเข้มแข็ง ไม่ใช่เพราะเสียงดังหรือการโจมตีผู้อื่น แต่เพราะถูกเข้าใจอย่างถูกต้อง
ประวัติศาสตร์ของฮัมซะฮ์และอุมัรแสดงให้เห็นว่า เมื่อบุคคลสำคัญเข้ารับอิสลาม พร้อมกับการสื่อสารศาสนาด้วยปัญญาและคุณธรรม สังคมจะเปิดใจรับสัจธรรมมากขึ้น
การเตรียมเนื้อหาที่ลึก ถูกต้อง และการนำเสนอที่งดงาม โดยไม่เสียดสีศาสนาผู้อื่น คือ หนทางที่ทำให้อิสลามปรากฏในฐานะศาสนาแห่งความจริง ความยุติธรรม และความเมตตา
ความจริงไม่ต้องการการเยาะเย้ยเพื่อปกป้อง แต่อยู่ได้ด้วยปัญญา จริยธรรม และแบบอย่างที่ดี