เสรีภาพที่ตั้งอยู่บนสติและความสมัครใจ
  จำนวนคนเข้าชม  65

คำสอนอิสลามไม่ใช่ภาระ แต่คือเสรีภาพที่ตั้งอยู่บนสติและความสมัครใจ

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม  

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

        หนึ่งในความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบได้บ่อยในสังคมร่วมสมัย คือการมองว่าการปฏิบัติศาสนกิจของมุสลิมเป็นภาระ เป็นการถูกบังคับ หรือเป็นการถูกจำกัดเสรีภาพ หลายคนถึงขั้นรู้สึก “สงสาร” มุสลิม และร้อนใจแทนว่าชีวิตภายใต้ศาสนาอิสลามนั้นเคร่งครัดและกดขี่เพียงใด

 

        อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจเช่นนี้มักเกิดจากการมองอิสลามจากภายนอก โดยไม่ได้ศึกษาความหมาย เจตนารมณ์ และปรัชญาภายในของคำสอนอิสลามอย่างรอบด้าน

 

ความหมายของอิสลาม : สันติและความสมัครใจ

 

       คำว่า อิสลาม (الإسلام) มีรากศัพท์มาจากคำว่า สลาม (السلام) ซึ่งหมายถึง สันติ ความปลอดภัย และความสงบ อิสลามจึงเป็นศาสนาที่มุ่งนำพามนุษย์ไปสู่สันติทั้งภายในจิตใจและในสังคม มิใช่ศาสนาแห่งการกดขี่หรือบังคับ

         อัลกุรอานยืนยันหลักการสำคัญนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า

(لَا إِكْرَاهَ فِي الدِّينِ)   “ไม่มีการบังคับใด ๆ ในศาสนา”

(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:256)

 

        อายะฮ์นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า การยอมรับอิสลามต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ ผู้ที่รับอิสลามย่อมรับศาสนาด้วยการเลือกของตนเอง และการปฏิบัติตามบทบัญญัติก็เป็นผลจากศรัทธาภายใน ไม่ใช่แรงกดดันจากภายนอก

 

 

การปฏิบัติศาสนา: ภาระหรือการปลดปล่อย ?

 

        สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจอิสลาม การละหมาดวันละห้าเวลา การถือศีลอด หรือการปฏิบัติตามข้อห้ามต่าง ๆ อาจถูกมองว่าเป็น “ภาระ” แต่สำหรับมุสลิม คำสอนเหล่านี้คือ การฝึกวินัย การขัดเกลาจิตใจ และการปลดปล่อยมนุษย์จากการเป็นทาสของกิเลสและอารมณ์

        อัลลอฮ์ตรัสว่า

(يُرِيدُ ٱللَّهُ بِكُمُ ٱلْيُسْرَ وَلَا يُرِيدُ بِكُمُ ٱلْعُسْرَ)

“อัลลอฮ์ทรงประสงค์ความง่ายดายแก่พวกเจ้า และไม่ทรงประสงค์ความยากลำบากแก่พวกเจ้า”

(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:185)

 

        อายะฮ์นี้แสดงให้เห็นว่าบทบัญญัติในอิสลามไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความลำบาก หากแต่เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เอง ทั้งในด้านจิตใจ ร่างกาย และสังคม

ท่านศาสดามุฮัมมัด ﷺ ยังกล่าวว่า

 

«إِنَّ الدِّينَ يُسْرٌ»   “แท้จริงศาสนานั้นคือความง่ายดาย”

(บันทึกโดยอัลบุคอรี)

 

 

เสรีภาพในอิสลาม กับ เสรีภาพตามกฎหมายของมนุษย์

 

       เมื่อเปรียบเทียบกับระบบกฎหมายสมัยใหม่ จะพบความแตกต่างที่สำคัญ แม้กฎหมายของมนุษย์จะอ้างถึง “เสรีภาพ” แต่การบังคับใช้กฎหมายกลับต้องอาศัยอำนาจและบทลงโทษ หากไม่มีการบังคับ ย่อมเกิดความวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กฎจราจร เช่น การห้ามฝ่าไฟแดง หากไม่มีการบังคับใช้ ไม่มีบทลงโทษรองรับ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าผู้คนจำนวนมากจะฝ่าฝืน เพราะแรงยับยั้งจากภายในยังไม่เพียงพอ

 

         ในทางตรงกันข้าม อิสลามมุ่งสร้าง การควบคุมจากภายใน (الرقابة الذاتية) มุสลิมปฏิบัติตามคำสอน เพราะตระหนักว่าอัลลอฮ์ทรงเห็นและทรงรู้ทุกการกระทำ

           ดังที่อัลกุรอานกล่าวว่า

(إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلَيْكُمْ رَقِيبًا)

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเฝ้าดูพวกเจ้าอยู่เสมอ”

(อันนิสาอ์ 4:1)

 

         เมื่อมนุษย์มีสำนึกว่าตนรับผิดชอบต่อพระผู้เป็นเจ้า การปฏิบัติตามหลักศาสนาจึงไม่ต้องอาศัยการบังคับจากภายนอก แต่เกิดจากความศรัทธาและความสมัครใจ

 

 

เสรีภาพที่แท้จริงในมุมมองอิสลาม

 

         อิสลามไม่ได้มองเสรีภาพว่าเป็นการทำทุกอย่างตามใจปรารถนา หากแต่มองว่า เสรีภาพที่แท้จริงคือการหลุดพ้นจากการเป็นทาสของกิเลส ตัณหา และแรงปรารถนาที่ไร้ขอบเขต

อัลลอฮ์ตรัสว่า

(أَفَرَءَيْتَ مَنِ ٱتَّخَذَ إِلَٰهَهُۥ هَوَىٰهُ)

“เจ้าเห็นหรือไม่ ผู้ที่ยึดอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเป็นพระเจ้า?”

(อัลญาซิยะฮ์ 45:23)

 

          อายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การปล่อยชีวิตให้ถูกนำโดยอารมณ์และความอยาก มิใช่เสรีภาพ แต่เป็นการตกเป็นทาสของตนเอง ขณะที่อิสลามเสนอเสรีภาพที่ตั้งอยู่บนสติ ศีลธรรม และความรับผิดชอบ

 

          คำสอนอิสลามจึงไม่ใช่ภาระ และไม่ใช่เครื่องมือกดขี่เสรีภาพ หากแต่เป็นกรอบแห่งสันติที่ช่วยให้มนุษย์ใช้เสรีภาพของตนอย่างมีคุณค่า มีทิศทาง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น ผู้ที่ปฏิบัติตามอิสลามไม่ได้ทำเพราะถูกบังคับ แต่เพราะเข้าใจ เชื่อมั่น และเลือกด้วยหัวใจของตนเอง

 

          เสรีภาพที่แท้จริง มิใช่การไร้ขอบเขต แต่คือการเลือกสิ่งที่ถูกต้องด้วยความรู้ และยอมรับผลของการเลือกนั้นด้วยความรับผิดชอบ — นี่คือเสรีภาพในความหมายของอิสลาม