
ความพอใจในความพอเพียง
By One Muslimah
ในโลกยุคปัจจุบัน มนุษย์ถูกกระตุ้นให้ “ต้องมีมากขึ้น” อยู่ตลอดเวลา ในเรื่องทรัพย์สิน ความสำเร็จ หรือสถานะทางสังคม ความรู้สึกขาด ความไม่พอใจ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นจึงกลายเป็นปัญหาทางจิตใจที่พบได้ทั่วไป
อิสลามในฐานะศาสนาแห่งฟิฏเราะฮฺ (ธรรมชาติบริสุทธิ์ของมนุษย์) ได้นำเสนอหลักจริยธรรมสำคัญประการหนึ่ง คือ “ความพอใจในความพอเพียง” ซึ่งมิได้หมายถึงความยากจนหรือการปฏิเสธโลก แต่คือสภาวะของหัวใจที่สงบ ยอมรับ และไว้วางใจต่อการกำหนดของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา)
บทความนี้จะกล่าวถึงหลักการดังกล่าวผ่านประเด็นย่อยสำคัญ ได้แก่ ความพอใจต่อกำหนดการลิขิตของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) การไม่อิจฉาริษยา และความพอเพียงในริสกี (ปัจจัยยังชีพ) ที่ประเสริฐ
1. ความพอใจต่อกำหนดการลิขิตของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา)
หนึ่งในหลักความศรัทธาพื้นฐานของอิสลาม คือ การศรัทธาต่อกอฎอและกอฎัรหรือการกำหนดและการลิขิตของ อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ผู้ศรัทธาที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง จะตระหนักว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกหรือความยากลำบาก ล้วนอยู่ภายใต้พระปรีชาญาณของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา)
ดังที่อัลกุรอาน กล่าวไว้ว่า
“ไม่มีภัยพิบัติใดเกิดขึ้นบนแผ่นดินหรือในตัวของพวกเจ้า เว้นแต่จะถูกบันทึกไว้แล้วในคัมภีร์
ก่อนที่เราจะให้มันเกิดขึ้น แท้จริงการนั้นเป็นสิ่งง่ายดายสำหรับอัลลอฮ์”
(ซูเราะฮฺ อัลหะดีด 57:22)
ความพอใจต่อการลิขิต มิได้หมายความว่ามุสลิมจะไม่พยายามหรือไม่แก้ไขปัญหา แต่หมายถึง เมื่อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว หัวใจยังคงสงบ ไม่โกรธ ไม่โทษพระผู้เป็นเจ้า และไม่สิ้นหวัง นี่คือความพอใจที่นำไปสู่ความมั่นคงทางจิตวิญญาณ
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า
“น่าประหลาดใจยิ่งสำหรับกิจการของผู้ศรัทธา แท้จริงทุกกิจการของเขาล้วนเป็นความดี
หากสิ่งดีเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ และนั่นเป็นความดีสำหรับเขา
และหากสิ่งร้ายเกิดขึ้นกับเขา เขาก็อดทน และนั่นเป็นความดีสำหรับเขา”
(บันทึกโดยมุสลิม)
2. ความพอใจและการไม่อิจฉาริษยา
หนึ่งในศัตรูสำคัญของความพอใจ คือ ความอิจฉาริษยา ซึ่งเกิดจากการมองสิ่งที่ผู้อื่นมี แล้วรู้สึกไม่พอใจต่อสิ่งที่ตนได้รับ อิสลามมองว่าความอิจฉาไม่เพียงทำร้ายจิตใจตนเอง แต่ยังบ่อนทำลายความสัมพันธ์ในสังคม
ดังที่อัลกุรอานเตือนว่า
“หรือว่าพวกเขาอิจฉาผู้คนในสิ่งที่อัลลอฮ์ ประทานแก่พวกเขาจากความกรุณาของพระองค์”
(ซูเราะฮฺ อันนิสาอ์ 4:54)
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“จงระวังความอิจฉา เพราะแท้จริงความอิจฉากินความดีดั่งไฟที่กินฟืน”
(บันทึกโดยอบูดาวูด)
ผู้ที่พอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ประทานให้แก่ตน จะไม่หมกมุ่นกับการเปรียบเทียบชีวิตของตนเองกับผู้อื่น เขาจะมองเห็นคุณค่าในสิ่งเล็กน้อย มองเห็นความโปรดปราน (เนียะอฺมะฮฺ) ที่มีอยู่แล้ว และหัวใจจะเป็นอิสระจากความร้อนรุ่มที่ไร้ประโยชน์
3. ความพอเพียงคือริสกีที่ประเสริฐ
ในมุมมองอิสลาม ริสกี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทรัพย์สินหรือรายได้ แต่รวมถึงสุขภาพ ความสงบของหัวใจ ครอบครัวที่ดี และศรัทธา ท่านนบี ﷺ ได้ให้คำนิยามของ “ความร่ำรวย” ไว้อย่างลึกซึ้งว่า
“ความร่ำรวยมิใช่การมีทรัพย์สินมากมาย แต่ความร่ำรวยคือความพอเพียงของหัวใจ”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)
ฮะดิษอีกบทหนึ่งกล่าวว่า
“เขาผู้นั้นประสบความสำเร็จ ผู้ที่นับถืออิสลาม ได้รับริสกีเพียงพอ
และอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ทรงทำให้เขาพอใจในสิ่งที่พระองค์ประทานแก่เขา”
(บันทึกโดยมุสลิม)
ความพอเพียงจึงเป็นริสกีที่ประเสริฐ เพราะมันทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างสมดุล ไม่ตกเป็นทาสของวัตถุนิยม และสามารถขอบคุณอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ได้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์
บทสรุปส่งท้าย
“ความพอใจในความพอเพียง” ตามหลักอิสลาม มิใช่การปฏิเสธความก้าวหน้าหรือการพัฒนาชีวิต แต่คือ การวางหัวใจไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คือวางไว้กับอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ไม่ใช่วางไว้กับสิ่งที่ผันแปรของโลกดุนยา
ผู้ที่พอใจต่อการลิขิต ไม่อิจฉาริษยา และมองความพอเพียงเป็นริสกีที่ประเสริฐ จะเป็นผู้ที่มีความสงบภายในหัวใจ และเป็นพลังบวกต่อสังคมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคนี้ ยุคที่ “ความอยาก” มีอยู่ไม่รู้จบ อิสลามจึงเสนอคำตอบที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งว่า ความสุขที่แท้จริง มิได้อยู่ที่การมีมากขึ้น แต่อยู่ที่การพอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวาตะอาลา) ทรงเลือกให้ทรงกำหนดให้