
เป็นมุสลิมไม่ใช่แค่สำมะโนครัว
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ในสังคมร่วมสมัย ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามมักคลาดเคลื่อนในสองประเด็นสำคัญ
ประการแรก : การมองว่า การเกิดในครอบครัวมุสลิม หรือ การมีชื่อศาสนาในเอกสารราชการ เพียงพอแล้วต่อการเป็นมุสลิม
ประการที่สอง : การเหมารวมว่า ทุกคำพูดและการกระทำของมุสลิม คือคำสอนของอิสลามโดยอัตโนมัติ
ทั้งสองแนวคิดนี้ ขัดกับหลักการพื้นฐานของอิสลาม เพราะอิสลามมิใช่ศาสนาแห่งฉลากหรือสายเลือด และมิได้ผูกความสมบูรณ์ของคำสอนไว้กับความสมบูรณ์ของผู้ปฏิบัติ
การเป็นมุสลิมที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนอีมานและการปฏิบัติ การเข้าใจอิสลามต้องกลับไปหาต้นตอของคำสอน มุสลิมมีความรับผิดชอบสูงต่อคำพูดและการกระทำ เมื่อสิ่งนั้นพาดพิงถึงศาสนา
1. อิสลามไม่ถ่ายทอดด้วยสายเลือด แต่ด้วยอีมาน
อัลกุรอานยืนยันอย่างชัดเจนว่า สายเลือด ครอบครัว และความใกล้ชิดทางสังคม ไม่อาจช่วยมนุษย์ได้ หากปราศจากการศรัทธา
(فَإِذَا نُفِخَ فِي الصُّورِ فَلَا أَنسَابَ بَيْنَهُمْ يَوْمَئِذٍ وَلَا يَتَسَاءَلُونَ)
“ครั้นเมื่อเป่าสังข์ขึ้นแล้ว วันนั้นจะไม่มีสายสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างพวกเขา”
(อัลมุอ์มินูน 23:101)
อายะฮ์นี้ตอกย้ำว่า อิสลามไม่ใช่มรดกทางครอบครัว แต่เป็นความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลต่ออัลลอฮ์
2. การอ้างตนเป็นมุสลิม ไม่เท่ากับการมีอีมานในหัวใจ
อัลลอฮ์ทรงแยกความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการยอมจำนนภายนอกกับการศรัทธาภายใน
(قَالَتِ الْأَعْرَابُ آمَنَّا ۖ قُل لَّمْ تُؤْمِنُوا وَلَـٰكِن قُولُوا أَسْلَمْنَا)
“พวกอาหรับชนบทกล่าวว่า ‘พวกเราได้ศรัทธาแล้ว’
จงกล่าวเถิดว่า ‘พวกเจ้ายังมิได้ศรัทธา แต่จงกล่าวว่า เราได้ยอมจำนนแล้ว’”
(อัลหุญุรอต 49:14)
นี่คือหลักฐานว่า อิสลามไม่ยอมรับการเป็นมุสลิมเพียงในนามหรือสถานะทางสังคม
3. มาตรวัดของอัลลอฮ์คือความยำเกรง ไม่ใช่ฉลากศาสนา
อัลกุรอานวางเกณฑ์คุณค่าของมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน
(إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ اللَّهِ أَتْقَاكُمْ)
“แท้จริงผู้มีเกียรติยิ่ง ณ อัลลอฮ์ คือผู้ที่มีความยำเกรงที่สุด”
(อัลหุญุรอต 49:13)
ดังนั้น การเป็นมุสลิมในเอกสารหรือวัฒนธรรม ไม่อาจทดแทน ตักวา(ความยำเกรง) ที่ปรากฏในชีวิตจริงได้
4. อิสลามต้องเข้าใจจากต้นตอของคำสอน ไม่ใช่จากพฤติกรรมของมุสลิม
อิสลามมีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน คืออัลกุรอานและซุนนะฮ์ มิได้ผูกไว้กับการกระทำของบุคคล
(فَإِن تَنَازَعْتُمْ فِي شَيْءٍ فَرُدُّوهُ إِلَى اللَّهِ وَالرَّسُولِ)
“หากพวกเจ้าขัดแย้งกันในเรื่องใด ก็จงนำมันกลับไปหาอัลลอฮ์และร่อซูล”
(อันนิสาอ์ 4:59)
หลักการนี้หมายความว่า อิสลามถูกวัดด้วยวะฮ์ยู (บทบัญญัติ) ไม่ใช่วะฮ์ยู(บทบัญญัติ)ถูกวัดด้วยมุสลิม
5. มุสลิมอาจผิดพลาด แต่อิสลามไม่ผิดพลาด
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
«كُلُّ بَنِي آدَمَ خَطَّاءٌ» “ลูกหลานของอาดัมล้วนทำผิด”
(อัตติรมิซีย์)
ความผิด ความอยุติธรรม หรือพฤติกรรมที่บกพร่องของมุสลิมบางคน จึงเป็น ความผิดของมนุษย์ ไม่ใช่คำสอนของศาสนา
6. อิสลามวิพากษ์ผู้ศรัทธาเอง เมื่อการกระทำขัดกับคำสอน
อัลลอฮ์มิได้ปกป้องพฤติกรรมผิด เพียงเพราะผู้กระทำเป็นมุสลิม
(كَبُرَ مَقْتًا عِندَ اللَّهِ أَن تَقُولُوا مَا لَا تَفْعَلُونَ)
“เป็นที่น่ารังเกียจยิ่ง ณ อัลลอฮ์ ที่พวกเจ้ากล่าวในสิ่งที่ไม่กระทำ”
(อัศศ็อฟ 61:3)
นี่สะท้อนว่า อิสลามแยกศาสนาออกจากพฤติกรรมของผู้ที่อ้างศาสนาอย่างชัดเจน
7. ห้ามกล่าวหรือกระทำโดยพาดพิงศาสนา หากปราศจากความรู้
เมื่อคำพูดออกจากปากมุสลิม ย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ของอิสลามในสายตาผู้อื่น อัลลอฮ์ทรงห้ามอย่างเด็ดขาดในการกล่าวถึงศาสนาโดยไม่มีความรู้
(وَأَن تَقُولُوا عَلَى اللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ)
“และ (ทรงห้าม) ที่พวกเจ้าจะกล่าวต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้”
(อัลอะอ์รอฟ 7:33)
และอัลลอฮ์ทรงกำหนดหลักการของการเชิญชวนไว้ว่า
(أَدْعُو إِلَى اللَّهِ عَلَىٰ بَصِيرَةٍ)
“ฉันเชิญชวนสู่อัลลอฮ์ด้วยความรู้ที่ชัดแจ้ง”
(ยูซุฟ 12:108)
8. คำพูดและการกระทำของมุสลิม คือภาพแทนศาสนาในสายตาคนนอก
ในความเป็นจริง ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมมักเข้าใจว่า สิ่งที่มุสลิมพูดหรือทำ คือสิ่งที่อิสลามสอน ดังนั้น มุสลิมจึงมีความรับผิดชอบสูง หากคำพูดหรือการกระทำของตน ขัดกับอัลกุรอานและซุนนะฮ์ แต่กลับถูกเข้าใจว่าเป็นคำสอนของศาสนา
ท่านนบี ﷺ เตือนว่า
«مَنْ سَنَّ فِي الإِسْلَامِ سُنَّةً سَيِّئَةً فَعَلَيْهِ وِزْرُهَا وَوِزْرُ مَنْ عَمِلَ بِهَا»
“ผู้ใดริเริ่มแนวทางที่เลวร้ายในอิสลาม เขาจะต้องแบกรับบาปของมัน และบาปของผู้ที่ปฏิบัติตาม”
(มุสลิม)
9. มุสลิมคือพยานของอิสลามต่อมนุษยชาติ
อัลกุรอานกำหนดบทบาทของมุสลิมไว้อย่างชัดเจน
(لِتَكُونُوا شُهَدَاءَ عَلَى النَّاسِ)
“เพื่อพวกเจ้าจะได้เป็นพยานแก่มนุษยชาติ”
(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:143)
การเป็น พยาน หมายถึง การทำให้ผู้คนเห็นอิสลามผ่าน ความรู้ ความยุติธรรม และความรับผิดชอบ ไม่ใช่ผ่านอารมณ์ ความสุดโต่ง หรือความคิดเห็นส่วนตัว
การเป็นมุสลิมไม่ใช่แค่สัมมะโนครัว และ อิสลามไม่อาจถูกตัดสินจากคำพูดหรือการกระทำของมุสลิมทุกคน
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้าใจอิสลาม ต้องกลับไปสู่อัลกุรอานและซุนนะฮ์ และมุสลิมเอง ต้องมีความรู้ก่อนพูดหรือกระทำ สิ่งใดที่พาดพิงศาสนา เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว อาจทำให้คนทั้งศาสนา ถูกเข้าใจผิดไปด้วย