เป็นมุสลิมไม่ใช่แค่สำมะโนครัว
  จำนวนคนเข้าชม  86

เป็นมุสลิมไม่ใช่แค่สำมะโนครัว

 

เรียบเรียงโดย   อิสมาอีล กอเซ็ม  

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     ในสังคมร่วมสมัย ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามมักคลาดเคลื่อนในสองประเด็นสำคัญ

 

     ประการแรก : การมองว่า การเกิดในครอบครัวมุสลิม หรือ การมีชื่อศาสนาในเอกสารราชการ เพียงพอแล้วต่อการเป็นมุสลิม

 

     ประการที่สอง : การเหมารวมว่า ทุกคำพูดและการกระทำของมุสลิม คือคำสอนของอิสลามโดยอัตโนมัติ

 

     ทั้งสองแนวคิดนี้ ขัดกับหลักการพื้นฐานของอิสลาม เพราะอิสลามมิใช่ศาสนาแห่งฉลากหรือสายเลือด และมิได้ผูกความสมบูรณ์ของคำสอนไว้กับความสมบูรณ์ของผู้ปฏิบัติ 

 

     การเป็นมุสลิมที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนอีมานและการปฏิบัติ การเข้าใจอิสลามต้องกลับไปหาต้นตอของคำสอน มุสลิมมีความรับผิดชอบสูงต่อคำพูดและการกระทำ เมื่อสิ่งนั้นพาดพิงถึงศาสนา

 

1. อิสลามไม่ถ่ายทอดด้วยสายเลือด แต่ด้วยอีมาน

 

     อัลกุรอานยืนยันอย่างชัดเจนว่า สายเลือด ครอบครัว และความใกล้ชิดทางสังคม ไม่อาจช่วยมนุษย์ได้ หากปราศจากการศรัทธา

(فَإِذَا نُفِخَ فِي الصُّورِ فَلَا أَنسَابَ بَيْنَهُمْ يَوْمَئِذٍ وَلَا يَتَسَاءَلُونَ)

“ครั้นเมื่อเป่าสังข์ขึ้นแล้ว วันนั้นจะไม่มีสายสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างพวกเขา”

(อัลมุอ์มินูน 23:101)

     อายะฮ์นี้ตอกย้ำว่า อิสลามไม่ใช่มรดกทางครอบครัว แต่เป็นความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลต่ออัลลอฮ์

 

 

2. การอ้างตนเป็นมุสลิม ไม่เท่ากับการมีอีมานในหัวใจ

 

     อัลลอฮ์ทรงแยกความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการยอมจำนนภายนอกกับการศรัทธาภายใน

(قَالَتِ الْأَعْرَابُ آمَنَّا ۖ قُل لَّمْ تُؤْمِنُوا وَلَـٰكِن قُولُوا أَسْلَمْنَا)

“พวกอาหรับชนบทกล่าวว่า ‘พวกเราได้ศรัทธาแล้ว’ 

จงกล่าวเถิดว่า ‘พวกเจ้ายังมิได้ศรัทธา แต่จงกล่าวว่า เราได้ยอมจำนนแล้ว’”

(อัลหุญุรอต 49:14)

     นี่คือหลักฐานว่า อิสลามไม่ยอมรับการเป็นมุสลิมเพียงในนามหรือสถานะทางสังคม

 

 

3. มาตรวัดของอัลลอฮ์คือความยำเกรง ไม่ใช่ฉลากศาสนา

 

     อัลกุรอานวางเกณฑ์คุณค่าของมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน

(إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ اللَّهِ أَتْقَاكُمْ)

“แท้จริงผู้มีเกียรติยิ่ง ณ อัลลอฮ์ คือผู้ที่มีความยำเกรงที่สุด”

(อัลหุญุรอต 49:13)

     ดังนั้น การเป็นมุสลิมในเอกสารหรือวัฒนธรรม ไม่อาจทดแทน ตักวา(ความยำเกรง) ที่ปรากฏในชีวิตจริงได้

 

 

4. อิสลามต้องเข้าใจจากต้นตอของคำสอน ไม่ใช่จากพฤติกรรมของมุสลิม

 

     อิสลามมีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน คืออัลกุรอานและซุนนะฮ์ มิได้ผูกไว้กับการกระทำของบุคคล

(فَإِن تَنَازَعْتُمْ فِي شَيْءٍ فَرُدُّوهُ إِلَى اللَّهِ وَالرَّسُولِ)

“หากพวกเจ้าขัดแย้งกันในเรื่องใด ก็จงนำมันกลับไปหาอัลลอฮ์และร่อซูล”

(อันนิสาอ์ 4:59)

     หลักการนี้หมายความว่า อิสลามถูกวัดด้วยวะฮ์ยู (บทบัญญัติ) ไม่ใช่วะฮ์ยู(บทบัญญัติ)ถูกวัดด้วยมุสลิม

 

 

5. มุสลิมอาจผิดพลาด แต่อิสลามไม่ผิดพลาด

 

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

«كُلُّ بَنِي آدَمَ خَطَّاءٌ»    “ลูกหลานของอาดัมล้วนทำผิด”

(อัตติรมิซีย์)

     ความผิด ความอยุติธรรม หรือพฤติกรรมที่บกพร่องของมุสลิมบางคน จึงเป็น ความผิดของมนุษย์ ไม่ใช่คำสอนของศาสนา

 

 

6. อิสลามวิพากษ์ผู้ศรัทธาเอง เมื่อการกระทำขัดกับคำสอน

 

      อัลลอฮ์มิได้ปกป้องพฤติกรรมผิด เพียงเพราะผู้กระทำเป็นมุสลิม

(كَبُرَ مَقْتًا عِندَ اللَّهِ أَن تَقُولُوا مَا لَا تَفْعَلُونَ)

“เป็นที่น่ารังเกียจยิ่ง ณ อัลลอฮ์ ที่พวกเจ้ากล่าวในสิ่งที่ไม่กระทำ”

(อัศศ็อฟ 61:3)

     นี่สะท้อนว่า อิสลามแยกศาสนาออกจากพฤติกรรมของผู้ที่อ้างศาสนาอย่างชัดเจน

 

 

7. ห้ามกล่าวหรือกระทำโดยพาดพิงศาสนา หากปราศจากความรู้

 

     เมื่อคำพูดออกจากปากมุสลิม ย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ของอิสลามในสายตาผู้อื่น อัลลอฮ์ทรงห้ามอย่างเด็ดขาดในการกล่าวถึงศาสนาโดยไม่มีความรู้

(وَأَن تَقُولُوا عَلَى اللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ)

“และ (ทรงห้าม) ที่พวกเจ้าจะกล่าวต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้”

(อัลอะอ์รอฟ 7:33)

     และอัลลอฮ์ทรงกำหนดหลักการของการเชิญชวนไว้ว่า

(أَدْعُو إِلَى اللَّهِ عَلَىٰ بَصِيرَةٍ)

“ฉันเชิญชวนสู่อัลลอฮ์ด้วยความรู้ที่ชัดแจ้ง”

(ยูซุฟ 12:108)

 

 

8. คำพูดและการกระทำของมุสลิม คือภาพแทนศาสนาในสายตาคนนอก

 

     ในความเป็นจริง ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมมักเข้าใจว่า สิ่งที่มุสลิมพูดหรือทำ คือสิ่งที่อิสลามสอน ดังนั้น มุสลิมจึงมีความรับผิดชอบสูง หากคำพูดหรือการกระทำของตน ขัดกับอัลกุรอานและซุนนะฮ์ แต่กลับถูกเข้าใจว่าเป็นคำสอนของศาสนา

     ท่านนบี ﷺ เตือนว่า

«مَنْ سَنَّ فِي الإِسْلَامِ سُنَّةً سَيِّئَةً فَعَلَيْهِ وِزْرُهَا وَوِزْرُ مَنْ عَمِلَ بِهَا»

“ผู้ใดริเริ่มแนวทางที่เลวร้ายในอิสลาม เขาจะต้องแบกรับบาปของมัน และบาปของผู้ที่ปฏิบัติตาม”

(มุสลิม)

 

 

9. มุสลิมคือพยานของอิสลามต่อมนุษยชาติ

 

     อัลกุรอานกำหนดบทบาทของมุสลิมไว้อย่างชัดเจน

(لِتَكُونُوا شُهَدَاءَ عَلَى النَّاسِ)

“เพื่อพวกเจ้าจะได้เป็นพยานแก่มนุษยชาติ”

(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:143)

     การเป็น พยาน หมายถึง การทำให้ผู้คนเห็นอิสลามผ่าน ความรู้ ความยุติธรรม และความรับผิดชอบ ไม่ใช่ผ่านอารมณ์ ความสุดโต่ง หรือความคิดเห็นส่วนตัว

 

 

     การเป็นมุสลิมไม่ใช่แค่สัมมะโนครัว และ อิสลามไม่อาจถูกตัดสินจากคำพูดหรือการกระทำของมุสลิมทุกคน

     ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้าใจอิสลาม ต้องกลับไปสู่อัลกุรอานและซุนนะฮ์ และมุสลิมเอง ต้องมีความรู้ก่อนพูดหรือกระทำ สิ่งใดที่พาดพิงศาสนา เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว อาจทำให้คนทั้งศาสนา ถูกเข้าใจผิดไปด้วย