เสบียงอาคิเราะห์
  จำนวนคนเข้าชม  92

เสบียงอาคิเราะห์

 

By One Muslimah

 

    ณ เมืองแห่งหนึ่ง มีธรรมเนียมที่แปลกประหลาด คือ ชาวเมืองจะทำการคัดเลือกผู้คนจากภายนอกเมือง มาเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองเป็นเวลา 1 ปี โดยมีเงื่อนไขกำหนดว่า เมื่อครบ 1 ปี พระราชาองค์นั้นจะต้องถูกส่งไปยังเกาะร้างที่ห่างไกลและไม่สามารถกลับมาได้อีก 

 

     พระราชาองค์ก่อนๆ : ใช้ชีวิตอย่างสำราญ ดื่มด่ำกับอำนาจและความสุขสบาย โดยไม่สนใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากครบ 1 ปี เมื่อถึงเวลาที่ต้องถูกส่งตัวไปยังเกาะร้าง พวกเขาจึงต้องไปเผชิญกับความลำบากและไม่มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ณ เกาะร้างปลายทางแห่งนั้น

 

     พระราชาองค์ใหม่ : ชายผู้ชาญฉลาดคนหนึ่งได้รับการคัดเลือก เขาไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับความสุขสำราญ แต่เขาใช้เวลาช่วงที่เป็นกษัตริย์ ส่งคนไปสร้างบ้านเรือน ปลูกพืชผล และเตรียมเสบียงความสุขไว้บนเกาะร้างล่วงหน้า

     บทสรุป: เมื่อครบ 1 ปี พระราชาองค์ใหม่ถูกส่งไปเกาะร้าง แต่เขาไม่ต้องลำบากเหมือนพระราชาองค์ก่อนหน้า เพราะเขามีบ้านและเสบียงที่เตรียมพร้อมรองรับไว้แล้ว 

 

     เมื่อเปรียบเทียบนิทานเรื่องนี้กับหลักการอิสลามจะพบว่า เรื่องราวนี้เปรียบได้กับการใช้ชีวิตของมนุษย์บนโลกดุนยา (โลกนี้) ซึ่งเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว กับการเตรียมเสบียงความดีสู่โลกอาคิเราะฮ์ (โลกหน้า) ซึ่งเป็นบ้านและที่พักพิงอันถาวร 

 

     เกาะร้าง : เปรียบได้กับโลกหน้า (อาคิเราะฮ์) ซึ่งเป็นที่พำนักถาวรที่ทุกคนต้องไป

     ระยะเวลา 1 ปี : เปรียบได้กับชีวิตบนโลกดุนยา ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่มนุษย์มีชีวิตอยู่ เพื่อรับบททดสอบและสะสมเสบียงความดีงาม

     พระราชาองค์ก่อนๆ : เปรียบดั่งผู้ที่หลงลืมโลกหน้า ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับการหาความสุขสำราญทางโลกดุนยา สะสมทรัพย์สมบัติ อำนาจ เกียรติยศ แต่ไม่สะสมความดี ไม่ได้เตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางไกลในอนาคต

     พระราชาองค์ใหม่ : เปรียบดั่งผู้ศรัทธาที่ชาญฉลาด ซึ่งใช้ชีวิตบนโลกดุนยาอย่างคุ้มค่า มั่นเก็บสะสมเสบียงความดี (อิบาดะห์) ด้วยการละหมาด ถือศีลอด จ่ายซะกาต บริจาคทาน และปฏิบัติความดีงามต่างๆ เพื่อเป็นการสร้าง "บ้าน" หรือ “เสบียงความดี” ไว้ที่โลกหน้า (อาคิเราะฮ์)

 

     อิสลามเน้นย้ำให้มนุษย์ตระหนักเสมอว่า ชีวิตบนโลกนี้เป็นเพียงการเตรียมเสบียง ดังนั้น เสบียงที่ต้องเตรียม และจำเป็นต้องมี คือ 

(1) การศรัทธาที่ถูกต้อง (อีมาน) 

(2) การทำความดี (อะมัลซอและห์) และ 

(3) การขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) 

     และ "เสบียงที่ดีที่สุด คือ ความยำเกรง" เพื่อให้มีที่พำนักคือสวนสวรรค์สถานแห่งความสุขนิรันดร์ในบั้นปลาย ดังที่ อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า

 

และพวกเจ้าจงเตรียมเสบียงเถิด แท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดคือความยำเกรง (ตักวา)”

(อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:197)

 

     เสบียงอาคิเราะห์ มิใช่ทรัพย์สิน เงินทอง หรืออำนาจ แต่คือ การงานที่ดี (อะมั้ลศอลิหฺ) และความยำเกรง (ตักวา) ต่ออัลลอฮ์ เพราะความดีงามต่างๆ เหล่านี้ จะติดตามมนุษย์ไปหลังความตาย ดังที่ ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวไว้ว่า

 

“เมื่อลูกหลานของอาดัมเสียชีวิต การงานของเขาจะสิ้นสุดลง 

ยกเว้น 3 ประการ ได้แก่ 

การทำทานที่ยังให้ประโยชน์ , ความรู้ที่มีคนได้รับประโยชน์ , และลูกที่ดีที่ขอดุอาอ์ให้เขา”

(บันทึกโดยมุสลิม)

     ฮะดิษนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เสบียงอาคิเราะห์ไม่ใช่สิ่งที่สะสมเพื่อตนเองเท่านั้น แต่คือคุณค่าที่ส่งต่อและหล่อเลี้ยงไปยังผู้อื่นในสังคมด้วย

 

     นอกจากนี้ การเตรียมเสบียงอาคิเราะห์ มิได้จำกัดอยู่แค่การละหมาดหรือการถือศีลอดเท่านั้น หากครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่ความซื่อสัตย์ในการทำงาน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ยากไร้ การกล่าวถ้อยคำวาจาที่ดี การอดทนต่อบททดสอบ การให้อภัยแก่ผู้อื่น การงานเล็กน้อยที่ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) ล้วนมีน้ำหนักยิ่งใหญ่ในตาชั่งแห่งวันกิยามะฮ์

 

บทส่งท้าย : แด่หัวใจผู้ศรัทธา

 

      ชีวิตในโลกนี้ (ดุนยา) เปรียบเสมือนตลาด ผู้ศรัทธาคือผู้ค้าขายที่ฉลาด เลือกลงทุนในสิ่งที่จะให้ผลตอบแทนที่ยั่งยืนในโลกหน้า (อาคิเราะห์) ดังนั้น เราจึงไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท … เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า…วันใดคือวันสุดท้ายของเราในโลกดุนยา  เรารู้แต่เพียงว่า…ทุกวันที่ยังลืมตาตื่นขึ้นมา คือโอกาสในการเพิ่มพูนสะสมเสบียงความดี

 

     ขอให้เราทุกคนเป็นดั่งพระราชาที่ชาญฉลาดในเรื่องเล่า เพื่อให้เราได้มีเสบียงความดีที่เพียงพอในวันที่เราจะต้องยืนต่อหน้าอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา