
ละทิ้งอารมณ์ปราถนาเพื่ออัลลอฮ์
โดย....อนัส ลีบำรุง
ขอเตือนตัวของผมเองและพี่น้องให้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง เพราะมันจะเป็นเสบียงที่ดียิ่งทั้งในดุนยาและวันอาคิเราะห์
พี่น้องผู้ที่มีอีหม่านต่ออัลลอฮ์หนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหัวใจผู้ศรัทธา คือการมี 'ความยำเกรง' ต่ออัลลอฮ์ เมื่อหัวใจดวงใดที่เปี่ยมไปด้วยความเกรงกลัว และให้ความยิ่งใหญ่ต่อพระองค์ อัลลอฮ์จะทรงชี้นำทางสว่าง และดลใจให้เขาห่างไกลจากสิ่งต้องห้ามทั้งปวง
พี่น้องครับ... ขอให้มั่นใจเถิดว่า 'ใครก็ตามที่ยอมละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่ออัลลอฮ์ พระองค์จะทรงทดแทนสิ่งที่ดีงามยิ่งกว่าให้แก่เขาเสมอ' จริงอยู่ที่ว่า บางครั้งอารมณ์ใฝ่ต่ำอาจจะมีอำนาจครอบงำจิตใจ และฝังแน่นจนยากจะสลัดออก การจะเอาชนะมันอาจดูเป็นเรื่องยาก... แต่สำหรับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเมตตา พระองค์จะทรงทำให้เรื่องนี้ง่ายดายสำหรับเขา
ใครที่มอบหมายและยำเกรงต่ออัลลอฮ์ พระองค์เพียงผู้เดียวก็ทรงเพียงพอแล้วสำหรับเขา และใครที่มุ่งขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ย่อมช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน ดั่งที่เราต่างพร่ำวอนขอต่อพระองค์ในทุกๆวัน วันละ 17 ครั้ง (ในซูเราะห์อัลฟาติฮะฮ์) ว่า 'เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เรานเคารพภักดี และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ'
" (إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ)
قَالَ ابْنُ الْقَيِّمِ -رَحِمَهُ اللَّهُ-: “إِنَّمَا يَجِدُ الْمَشَقَّةَ فِي تَرْكِ الْمَأْلُوفَاتِ وَالْعَوَائِدِ مَنْ تَرَكَهَا لِغَيْرِ اللَّهِ، فَأَمَّا مَنْ تَرَكَهَا صَادِقًا مُخْلِصًا مِنْ قَلْبِهِ لِلَّهِ؛ فَإِنَّهُ لَا يَجِدُ فِي تَرْكِهَا مَشَقَّةً إِلَّا فِي أَوَّلِ وَهْلَةٍ؛ لِيُمْتَحَنَ أَصَادِقٌ هُوَ فِي تَرْكِهَا أَمْ كَاذِبٌ؟
فَإِنْ صَبَرَ عَلَى تِلْكَ الْمَشَقَّةِ قَلِيلًا؛ اسْتَحَالَتْ لَذَّةً”.
อิบนุลก็อยยิม (رحمه الله) กล่าวว่า:
คนที่รู้สึกลำบากในการละทิ้งสิ่งที่คุ้นเคยที่ทำเป็นประจำคือคนที่ละทิ้งมันเพื่อสิ่งอื่น แต่คนที่ละทิ้งมันด้วยความจริงใจความบริสุทธิ์ต่ออัลลอฮ์ เขาจะไม่รู้สึกถึงความลำบากในการละทิ้งมันนอกจากในช่วงแรกเท่านั้น เพื่อที่จะถูกทดสอบว่าเขาเป็นคนสัจจริงในการละทิ้งมันหรือไม่ ?
หากเขาอดทนต่อความยากลำบากนั้นสักครู่หนึ่ง ความยากลำบากนั้นก็จะกลายเป็นความสุข
และผู้ที่ละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ เพราะความกลัวพระองค์ พระองค์จะทดแทนเป็นสิ่งที่ดีกว่านั้นแก่เขาเพราะการตอบแทนจากพระองค์นั้น ย่อมคู่ควรและงดงามสมกับการกระทำนั้นเสมอ
(فَمَنْ يَعْمَلْ مِثْقَالَ ذَرَّةٍ خَيْرًا يَرَهُ * وَمَنْ يَعْمَلْ مِثْقَالَ ذَرَّةٍ شَرًّا يَرَهُ) [الزَّلْزَلَةِ: 7، 8]
“ดังนั้นผู้ใดกระทำความดีหนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน
ส่วนผู้ใดกระทำความชั่วหนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน”
(وَمَنْ يَتَّقِ اللَّهَ يَجْعَلْ لَهُ مَخْرَجًا * وَيَرْزُقْهُ مِنْ حَيْثُ لَا يَحْتَسِبُ وَمَنْ يَتَوَكَّلْ عَلَى اللَّهِ فَهُوَ حَسْبُهُ) [الطَّلَاقِ: 2، 3]
“และผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงหาทางออกให้แก่เขา
และจะประทานปัจจัยยังชีพแก่เขาจากที่ที่เขามิได้คาดคิด”
ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า :
“إِنَّكَ لَنْ تَدَعَ شَيْئًا لِلَّهِ عَزَّ وَجَلَّ؛ إِلَّا بَدَّلَكَ اللَّهُ بِهِ، مَا هُوَ خَيْرٌ لَكَ مِنْهُ” صَحِيحٌ رَوَاهُ أَحْمَدُ.
"แท้จริงแล้วเมื่อใดก็ตามที่ท่านยอมละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่
พระองค์จะทรงทดแทนสิ่งนั้นให้แก่ท่านด้วยสิ่งที่ดีงามยิ่งกว่าเสมอ"
อิบนุลก็อยยิม (رحمه الله) กล่าวว่า : อัลลอฮ์มิได้ทรงห้ามสิ่งใดแก่บ่าว เว้นแต่พระองค์จะเตรียมสิ่งที่ 'ดีกว่า' 'ประเสริฐกว่า' ไว้ทดแทนให้เสมอ
ลองพิจารณาดูเถิดครับ...ในเรื่อง
พระองค์ทรงห้ามเราจากการ พึ่งพาดวงชะตาด้วย 'การเสี่ยงทาย' แต่พระองค์ประทานเกียรติให้เราได้พึ่งพาพระองค์โดยตรงด้วย 'การละหมาดอิสติคอเราะฮ์' เพื่อขอทางนำที่ถูกต้องแม่นยำกว่า
พระองค์ทรงห้าม 'ดอกเบี้ย' (อัร-ริบา) ที่เอารัดเอาเปรียบ แต่ทรงเปิดประตู 'การค้าขาย' ที่สุจริตและสร้างกำไรที่บารอกัต (มีความจำเริญ) ให้แก่เรา
พระองค์ทรงห้าม 'การพนัน' (อัล-กิมาร) ที่ทำให้ลุ่มหลง แต่ทรงส่งเสริม 'การแข่งขัน' ในทางที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและทักษะแทน เรื่องของ ความสุขทางโลกและอารมณ์
พระองค์ทรงห้าม 'เครื่องดนตรีที่ทำให้เพลิดเพลินจนลืมตัว' แต่ทรงทดแทนด้วยความไพเราะของ 'อัลกุรอาน' ที่สงบเย็นและขัดเกลาจิตใจ
พระองค์ทรงห้าม 'สุราและสิ่งมึนเมา' แต่ทรงสร้างสรรค์ 'เครื่องดื่มที่รสชาติดีและมีประโยชน์' อีกมากมายนับไม่ถ้วนให้เราดื่มกิน
ในเรื่องของ คู่ครองและความรัก...
พระองค์ทรงปิดหนทางของ 'การผิดประเวณี' (อัซ-ซินา) และความสัมพันธ์ที่ผิดธรรมชาติ แต่ทรงเปิดประตูบานใหญ่ที่งดงามกว่า นั่นคือ 'การแต่งงาน' (อัน-นิกาฮ์) ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเมตตา และความรับผิดชอบ"
พึงทราบเถิดว่า... ในยามใดที่แรงปรารถนาในสิ่งต้องห้ามมันรุกเร้าจิตใจเราเหลือเกิน ในยามที่กิเลสเข้าครอบงำ และโอกาสในการทำบาปเปิดกว้างง่ายดายซะเหลือเกิน... หากในวินาทีนั้น ท่านสามารถหักห้ามใจและเอาชนะมันได้ 'ผลรางวัลแห่งการละทิ้งบาป ย่อมยิ่งใหญ่ทวีคูณ' เพราะมันคือการที่เราตั้งใจต่อสู้กับจิตใจของเราเพื่ออัลลอฮ์... นั่นจะทำให้ผลตอบแทนนั้นย่อมสูงส่งตามความยากลำบากที่ท่านได้เผชิญด้วย
ดังถ้อยคำของปราชญ์อาวุโส ท่านก่อตาดะห์ (رحمه الله) ที่ได้กล่าวเตือนสติไว้ว่า:
'ไม่มีบ่าวคนใด ที่เขาสามารถจะกระทำบาปได้... แต่เขายอมละทิ้งมันไป เพียงเพราะความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ เว้นแต่พระองค์จะทรงประทานสิ่งทดแทน ที่ดีงามยิ่งกว่าให้แก่เขา ตั้งแต่ในโลกดุนยานี้... ก่อนที่จะถึงโลกอาคิเราะห์เสียอีก'
สิ่งที่อัลลอฮ์จะทรงประทานให้หรือชดเชยให้นั้น มิได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบเดิม หรือประเภทเดียวกับสิ่งที่ท่านได้ละทิ้งไป เช่นบางครั้งเราทิ้งเงินที่ได้มาโดยมิชอบ อัลลอฮ์อาจไม่ได้คืนเป็นตัวเงินทันที แต่พระองค์ทดแทนด้วยความสบายใจ (กว้างขวางกว่า) สุขภาพที่แข็งแรง (ครอบคลุมกว่า) และความโปรดปรานในโลกหน้า (ยั่งยืนกว่า) ซึ่งทั้งหมดนี้... มีค่ามากกว่าเงินที่เราทิ้งไปมากมายนัก
ดังที่อัลลอฮ์ ได้ตรัสว่า :
(وَالْآَخِرَةُ خَيْرٌ وَأَبْقَى) [الْأَعْلَى: 17]. - “ทั้ง ๆ ที่ปรโลกนั้นดีกว่าและจีรังกว่า”
“مَوْضِعُ سَوْطٍ فِي الْجَنَّةِ؛ خَيْرٌ مِنَ الدُّنْيَا وَمَا فِيهَا” رَوَاهُ الْبُخَارِيُّ.
ท่านร่อซูล ได้กล่าวว่า ﷺ : “เพียงแค่ที่วางแส้ในสวรรค์ ดีกว่าดุนยาและสิ่งที่อยู่ในดุนยาทั้งหมด“
فَمِنَ الْمَعْلُومِ أَنَّ جَمِيعَ مَا فِي الدُّنْيَا لَا يُسَاوِي ذَرَّةً مِمَّا فِي الْجَنَّةِ
อิบนุ ดะกีก อัล-อีด -رحمه الله- กล่าวว่า: “เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกสิ่งในโลกดุนยานี้เทียบเท่าไม่ได้เลยกับ ผืนดินเสี้ยวหนึ่ง ผงธุลีหนึ่ง หรือส่วนหนึ่งของสิ่งที่อยู่ในสวรรค์”
แน่นอนว่าการตอบแทนในสวรรค์สำหรับผู้ศรัทธานั้นมันมากมายและดีงามยิ่งกว่าในดุนยาที่ผู้คนทั้งหลายนั้นครอบครอง ท่านร่อซูล ﷺ เปรียบเปรยเอาไว้ว่าพื้นที่ที่วางแส้ แน่นอนว่ามันไม่กินที่มากมันใช้พื้นที่แค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นในสวรรค์มันมีค่ามากกว่าดุนยาทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าและสิ่งที่อยู่ในดุนยานี้เสียอีก
ดังที่อัลลอฮ์ได้ตรัสว่า :
(وَأَنْ لَيْسَ لِلْإِنْسَانِ إِلَّا مَا سَعَى * وَأَنَّ سَعْيَهُ سَوْفَ يُرَى * ثُمَّ يُجْزَاهُ الْجَزَاءَ الْأَوْفَى) [النَّجْمِ: 39-41].
“และมนุษย์จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากสิ่งที่เขาได้ขวนขวายเอาไว้ * และแท้จริงการขวนขวายของเขาก็จะได้เห็นในไม่ช้า * แล้วเขาก็จะได้รับการตอบแทนด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วนสมบูรณ์”
ขอยกตัวอย่างบททดสอบที่ใกล้ตัวที่สุด หากวันหนึ่งท่านถูกยั่วยุให้โกรธเคืองโดยผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของท่าน แน่นอนว่า ท่านมีความสามารถอย่างเปี่ยมล้นที่จะลงโทษ หรือตอบโต้เขาอย่างรุนแรงก็ได้ แต่ทว่า... ท่านกลับเลือกที่จะ 'ข่มใจ' ท่านเลือกที่จะ 'อดกลั้นไฟโกรธ'ไว้ ไม่ใช่เพราะท่านกลัว แต่ท่านหยุดเพื่อ 'เพื่ออัลลอฮ์'
พึงทราบเถิดว่า... ผลตอบแทนของการระงับอารมณ์ใฝ่ต่ำในครั้งนี้ ยิ่งใหญ่มหาศาลนัก ในวันกิยามะฮ์อัลลอฮ์จะทรง 'ประกาศเกียรติคุณ' ของท่าน ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตทั้งมวล พระองค์จะทรงเรียกท่านด้วยความภาคภูมิใจและให้สิทธิ์แก่ท่านในการเลือกคู่ครองนางสวรรค์ (ฮูรุลอีน) ที่งดงามที่สุดได้ตามที่หัวใจท่านปรารถนา
ดังหะดีษของท่านร่อซูล ﷺ ได้กล่าวว่า :
مَنْ كَظَمَ غَيْظًا، وَهُوَ قَادِرٌ عَلَى أَنْ يُنْفِذَهُ؛ دَعَاهُ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ عَلَى رُءُوسِ الْخَلَائِقِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ،
حَتَّى يُخَيِّرَهُ اللَّهُ مِنَ الْحُورِ مَا شَاءَ” حَسَنٌ – رَوَاهُ أَبُو دَاوُدَ.
“ใครที่ข่มโทษะทั้งที่เขานั้นสามารถจะปลดปล่อยมันออกมา ในวันกิยามะฮ์อัลลอฮ์จะทรงเรียกเขาต่อหน้าสิ่งถูกสร้างทั้งมวล จนกระทั่งเขาได้เลือกสาวงามจากสวรรค์ตามที่เขาต้องการ“
พี่น้องครับ... หากเราย้อนดูหน้าประวัติศาสตร์ เราจะพบสัจธรรมนี้ปรากฏชัดแจ้งในชีวิตของบรรดาศาสนทูตและคนดีทั้งหลายเป็นเรื่องราวที่พี่น้องมุสลิมคุ้นเคยดี สูตรสำเร็จนี้ (ทิ้งเพื่ออัลลอฮ์ = ได้สิ่งที่ดีกว่า) เป็นความจริงที่พิสูจน์แล้วทุกยุคทุกสมัย
หนึ่ง : แบบฉบับของท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม)
ครั้นเมื่อท่านยอมจำนนต่ออัลลอฮ์ โดยการ 'ปลีกตัว' ออกจากกลุ่มชนที่หลงผิด ยอมละทิ้งบิดาและสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชาอื่นจากพระองค์ อัลลอฮ์จึงทรงทดแทนความว้าเหว่นั้น ด้วยการประทานลูกหลานที่ประเสริฐให้แก่ท่าน นั่นคือ ท่านนบีอิสฮาก และท่านนบียะอ์กูบ พร้อมทั้งทรงสถาปนาให้เชื้อสายของท่าน เป็นต้นตระกูลแห่งบรรดาศาสดาที่ยิ่งใหญ่สืบมา
สอง : แบบฉบับของพระนางมัรยัม (บุตรีของอิมรอน)
สตรีผู้ธำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์และรักษาเกียรติยศของนางเพื่ออัลลอฮ์ พระองค์จึงทรงยกย่องนางให้สูงส่ง... และเป่าวิญญาณอันบริสุทธิ์เข้าไป ทำให้นางและบุตรของนาง(นบีอีซา)กลายเป็น 'สัญญาณอันยิ่งใหญ่' ที่ถูกกล่าวขานแก่มวลมนุษยชาติจวบจนวันสิ้นโลก
สาม : แบบฉบับของชาวถ้ำ (อัศฮาบุลกะฮ์ฟ์)
กลุ่มคนหนุ่มที่ยอมสละความสุขสบาย 'แยกตัว' ออกจากสังคมที่เน่าเฟะ เพื่อยืนหยัดในศรัทธา อัลลอฮ์จึงแผ่ความเมตตาปกป้องพวกเขา... ทรงจัดเตรียมปัจจัยเกื้อหนุนให้พวกเขาปลอดภัยในถ้ำมืด และทรงเปลี่ยนให้เรื่องราวของพวกเขา กลายเป็นแสงสว่างชี้นำทางแก่ผู้ศรัทธาทุกยุคทุกสมัย
สี่ : แบบฉบับของบรรดาผู้อพยพยุคแรก (อัล-มุฮาจิรูน)
ผู้ที่ยอมสละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ทรัพย์สิน และเครือญาติ เพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์ พระองค์จึงทรงทดแทนให้แก่พวกเขา... ด้วยอำนาจที่มั่นคงในแผ่นดิน(ณ นครมาดีนะฮ์) ประทานปัจจัยยังชีพที่กว้างขวาง และเกียรติยศอันสูงส่งให้แก่พวกเขาในโลกนี้และโลกหน้า