การใช้คำว่า อินชาอัลลอฮฺ
  จำนวนคนเข้าชม  92

การใช้คำว่า อินชาอัลลอฮฺ

 

อ.อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

         มีคำสั่งให้กล่าวคำว่า (อินชาอัลลอฮ์) เมื่อมุสลิมบอกเล่าถึงความตั้งใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในอนาคต 

อัลลอฮ์ ตรัสว่า:

 

وَلَا تَقُولَنَّ لِشَيْءٍ إِنِّي فَاعِلٌ ذَلِكَ غَدًا  إِلَّا أَنْ يَشَاءَ اللَّهُ وَاذْكُرْ رَبَّكَ إِذَا نَسِيتَ وَقُلْ عَسَى أَنْ يَهْدِيَنِ رَبِّي لِأَقْرَبَ مِنْ هَذَا رَشَدًا

 

     “และเจ้าอย่ากล่าวเกี่ยวกับสิ่งใดว่า แท้จริงฉันจะเป็นผู้ทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ เว้นแต่อัลลอฮ์ทรงประสงค์

     จงรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าเมื่อลืม และจงกล่าวว่า บางทีพระผู้เป็นเจ้าของฉันจะทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องที่ใกล้กว่านี้แก่ฉัน” 

(อัลกะฮ์ฟ์ 23–24)

 

     อิหม่ามอัฏ-เฏาะบะรีย์  กล่าวว่า : นี่คือการอบรมจากอัลลอฮ์ แก่นบีของพระองค์ ﷺโดยทรงกำชับให้ท่านไม่ยืนยันอย่างเด็ดขาดต่อเหตุการณ์ใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน เว้นแต่จะผูกโยงสิ่งนั้นเอาไว้ด้วยกับพระประสงค์ของอัลลอฮ์เพราะไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นได้เลย นอกจากด้วยพระประสงค์ของพระองค์ (ตัฟซีร อัฏ-เฏาะบะรีย์ 15/223)  และบรรดานักตัฟซีรล้วนมีความเห็นไปในทำนองเดียวกัน

 

     อัลวาฮิดีย์ กล่าวว่า : บรรดานักตัฟซีรกล่าวว่า นี่คือการอบรมจากอัลลอฮ์แก่นบีของพระองค์ ﷺและเป็นคำสั่งให้กล่าวข้อยกเว้นด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮ์ เมื่อเจ้ากล่าวถึงสิ่งใดว่า ‘แท้จริงฉันจะทำมันพรุ่งนี้’ ก็จงกล่าวว่า อินชาอัลลอฮฺ (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์)

(อัลบะซีฏ 13/581)

     อิบนุ อัลเญาซีย์ กล่าวว่า :  คำนี้ (อินชาอัลลอฮฺ) เมื่อสุลัยมานละเลยไม่กล่าวมัน ในคำพูดของท่านที่ว่า คืนนี้ฉันจะไปหาผู้หญิงหนึ่งร้อยคน(คือร่วมหลับนอน) แต่ละคนจะให้กำเนิดบุตรชายและเป้าประสงค์ของท่านก็ไม่สำเร็จ 

 

          เช่นเดียวกัน แต่เมื่อชายคนหนึ่งจากยะอฺญูจและมะอฺญูจกล่าวว่า พรุ่งนี้เขื่อนจะถูกขุดได้(อินชาอัลลอฮฺ)  คำพูดนั้นกลับเป็นประโยชน์แก่พวกเขา และพวกเขาก็สามารถขุดได้จริง !! หากเป้าประสงค์ของนบีคนหนึ่งพลาดไปเพราะละเลยคำนี้ แต่ความต้องการของผู้ปฏิเสธศรัทธากลับสำเร็จด้วยการกล่าวมันก็จงให้รู้ถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของคำนี้เถิด และจะไม่เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อมันแฝงไว้ด้วยการแสดงความอ่อนแอของมนุษย์    และการมอบหมายกิจการทั้งหมดไว้แก่พลังอำนาจแห่งความเป็นพระเจ้า 

(คัชฟุลมุชกิล มิน หะดีษ อัศเศาะหีหัยน์ 2/27)

 

     ท่านอิหม่าม อัลกุรฏุบีย์ : กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องของสุลัยมาน ว่า:และคำตรัสที่ว่า ‘จงกล่าวว่า: (อินชาอัลลอฮฺ)   นั้นเป็นการเตือนให้เขากล่าวด้วยลิ้นไม่ใช่ว่าเขาละเลยการมอบหมายต่ออัลลอฮ์ด้วยหัวใจเพราะสิ่งนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งสำหรับบรรดานบีและไม่เหมาะสมกับฐานันดรอันสูงส่งและความรู้ที่ต่อเนื่องของพวกท่าน

 

          แต่เหตุการณ์นี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนบีของเรา ﷺเมื่อท่านถูกถามเกี่ยวกับเรื่องรูห์ เรื่องอัลคอฎิร และซุลก็อรนัยน์ท่านได้สัญญาว่าจะนำคำตอบมาให้ในวันพรุ่งนี้ด้วยความมั่นใจในความรู้ของท่านต่ออัลลอฮ์ และความจริงใจของคำมั่นสัญญาในการยืนยันสัจธรรมและแสดงพระวจนะของพระองค์ แต่ท่านลืมกล่าวคำว่า (อินชาอัลลอฮฺ) ด้วยลิ้นไม่ใช่ลืมการมอบหมายต่ออัลลอฮ์ด้วยหัวใจจึงถูกอบรมด้วยการที่วะฮ์ยูถูกหน่วงเวลาจนพวกเขากล่าวหาท่านว่าโกหกเพราะเหตุนี้

 

     ท่านชัยคฺ อับดุรเราะห์มาน อัส-สะอฺดีย์ กล่าวว่า : อัลลอฮ์จึงทรงห้ามไม่ให้บ่าวกล่าวเกี่ยวกับเรื่องในอนาคตว่าแท้จริงฉันจะทำสิ่งนั้นโดยไม่ผูกโยงมันไว้กับพระประสงค์ของอัลลอฮ์ทั้งนี้ เพราะในสิ่งดังกล่าวมีสิ่งที่พึงระวังอยู่ คือการพูดถึงความเร้นลับในอนาคตซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าจะได้ทำจริงหรือไม่ และมันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่อีกทั้งยังเป็นการโยงผลของการกระทำกลับไปสู่ความประสงค์ของบ่าวอย่างอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายและต้องห้าม

     เพราะแท้จริงแล้ว ความประสงค์ทั้งมวลเป็นของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ดังที่พระองค์ตรัสว่า : และพวกเจ้าจะไม่ประสงค์ เว้นแต่ที่อัลลอฮ์ พระเจ้าของสากลโลกจะทรงประสงค์และเนื่องจากในการกล่าวถึงพระประสงค์ของอัลลอฮ์นั้นมีการทำให้กิจการต่าง ๆ ง่ายดายและราบรื่นมีความจำเริญ (บะเราะกะฮ์) เกิดขึ้นในสิ่งนั้นเป็นการขอความช่วยเหลือจากบ่าวต่อพระเจ้าของเขา และเมื่อบ่าวเป็นมนุษย์ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผลอหรือหลงลืม จึงอาจละเลยการกล่าวถึงพระประสงค์ของอัลลอฮ์  อัลลอฮ์จึงทรงสั่งให้เขากล่าวข้อยกเว้น (อินชาอัลลอฮฺ) ภายหลังเมื่อเขานึกขึ้นได้เพื่อให้สิ่งที่ต้องการนั้นบรรลุผลและเพื่อป้องกันสิ่งที่ควรระวังไว้”

(ตัฟซีร อัส-สะอฺดีย์ หน้า 474)

 

หากมีผู้ที่พูดว่า “พรุ่งนี้ฉันจะมาหาเธอ” นั้น มีเจตนาอยู่สองประการ:

 

     เจตนาประการที่หนึ่ง : คือกล่าวคำนี้โดยยืนยันแน่วแน่ว่าจะกระทำจริงกรณีเช่นนี้ เขาไม่ควรกล่าวคำดังกล่าว เว้นแต่จะกล่าวว่า (อินชาอัลลอฮฺ)   (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์) เพราะเขาไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่และไม่รู้ว่าหากถึงวันพรุ่งนี้แล้ว เขาจะมีความสามารถมาหาได้หรือไม่ และไม่รู้ว่า แม้เขาจะมีความสามารถแล้ว จะมีอุปสรรคใดมาขวางกั้นระหว่างเขากับการมานั้นหรือไม่

 

     เจตนาประการที่สอง : คือเมื่อเขากล่าวว่า ฉันจะทำ โดยมีเจตนาเพียงต้องการบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจของเขาซึ่งเป็นความตั้งใจแน่วแน่ภายในใจโดยไม่ได้มุ่งหมายการยืนยันว่า การกระทำนั้นจะต้องเกิดขึ้นจริง กรณีนี้ไม่เป็นไร เพราะเขากำลังพูดถึงสิ่งที่เป็นปัจจุบันอยู่แล้ว

     เช่น หากมีผู้ถามเจ้าว่า: “คุณจะเดินทางไปมักกะฮ์หรือไม่?

     แล้วเจ้าตอบว่า: “ใช่ ฉันจะเดินทาง โดยเจ้ามุ่งหมายเพียงบอกเล่าความตั้งใจแน่วแน่ในใจของเจ้าสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่มีอยู่และเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

     แต่หากเจ้ามุ่งหมายถึงการกระทำจริงคือหมายความว่าเจ้าจะกระทำสิ่งนั้นจริง ๆ ให้เกิดขึ้นจากตัวเจ้าก็อย่ากล่าวว่า “ฉันจะทำ”เว้นแต่จะกล่าวควบคู่กับพระประสงค์ของอัลลอฮ์ (อินชาอัลลอฮฺ)    

(จากคำอธิบาย ริยาฎุศศอลิฮีน ของอิบนุ อุษัยมีน เล่ม 3 หน้า 312)

 

     จากพระดำรัสของอัลลอฮ์ ที่ว่า

سَتَجِدُنِي إِنْ شَاءَ اللَّهُ مِنَ الصَّالِحِينَ

 

“หากอัลลอฮฺทรงประสงค์ พ่อจะเห็นฉันว่า ฉันอยู่ในหมู่ผู้มีความอดทน”

(อัศศ็อฟฟาต 102)

          ย่อมได้รับบทเรียนว่าไม่สมควรอย่างยิ่งที่คนเราจะตั้งใจแน่วแน่จะกระทำสิ่งใด เว้นแต่ต้องผูกโยงสิ่งนั้นไว้กับพระประสงค์ของอัลลอฮ์ ยิ่งไปกว่านั้น แท้จริงอัลลอฮ์ ได้ทรงห้ามนบีของพระองค์ มิให้ยืนยันแน่วแน่ต่อการกระทำสิ่งใดโดยไม่ผูกโยงไว้กับพระประสงค์ของพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสว่า: "และเจ้าอย่ากล่าวเกี่ยวกับสิ่งใดว่า แท้จริงฉันจะเป็นผู้ทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้” เว้นแต่อัลลอฮ์ทรงประสงค์

(อัลกะฮ์ฟ์ 23)

     การผูกโยงการกระทำไว้กับพระประสงค์ของอัลลอฮ์นั้น มีประโยชน์อยู่สองประการ:

 

     ประการที่หนึ่ง : คือการมอบหมายกิจการทั้งหมดของบ่าวไว้แก่อัลลอฮ์และนี่แหละคือการทำให้การตะวักกัล (การมอบหมายต่ออัลลอฮ์) บรรลุผลอย่างแท้จริง

 

     ประการที่สอง : คือการทำให้กิจการนั้นง่ายดายสำหรับเขา

 

     ด้วยเหตุนี้เอง นบี ﷺ จึงได้กล่าวไว้ในเรื่องของสุลัยมาน ว่า:หากเขากล่าวว่า (อินชาอัลลอฮฺ)  (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์)’เขาก็จะไม่ผิดคำสาบานและจะเป็นหนทางให้เขาบรรลุความต้องการของตน”ทั้งหมดนี้ เป็นกรณีที่มนุษย์ต้องการจะบอกเล่าถึงการกระทำ (ที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต)

 

     ส่วนกรณีที่บุคคลต้องการเพียง บอกถึงความตั้งใจแน่วแน่ ของตนว่าจะทำสิ่งใด” ก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” หากเขาต้องการบอกถึงความมุ่งมั่น เขาก็พูดว่า: “ฉันจะทำพรุ่งนี้” หมายถึง นี่คือเจตนาและความตั้งใจของฉัน ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องผูกคำพูดเข้ากับการกล่าวถึงพระประสงค์  เพราะความตั้งใจนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว

     และเมื่อความตั้งใจได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกล่าวว่า “อินชาอัลลอฮ์” เพราะอัลลอฮ์ได้ทรงประสงค์สิ่งนั้นแล้ว จึงมีความแตกต่างระหว่างคำพูดของคนที่กล่าวว่า “ฉันจะไปเยี่ยมคุณพรุ่งนี้” โดยที่เขาต้องการให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง กับคนที่กล่าวว่า “ฉันจะไปเยี่ยมคุณพรุ่งนี้” โดยที่เขาเพียงต้องการบอกสิ่งที่อยู่ในใจของเขา คือเจตนาและความตั้งใจ ทั้งสองกรณีนี้แตกต่างกัน

ในกรณีแรก จำเป็นต้องกล่าวว่า “อินชาอัลลอฮ์”

ส่วนกรณีที่สอง ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่า “อินชาอัลลอฮ์”

 

          เพราะความตั้งใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนการกระทำเป็นเรื่องของอนาคต ดังนั้นการกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกแนะนำให้ใช้กับเรื่องของความตั้งใจ เว้นแต่จะกล่าวในเชิงการสอนก็ไม่เป็นไร ดังที่ท่านรอซูล ﷺ ได้กล่าวเอาไว้ในดุอาอ์เยี่ยมกุโบร์ ว่า:และแท้จริงเราหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์จะได้ตามพวกท่านไปซึ่งหมายถึง ความจริงแน่นอน  

     และดังที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า:

لَتَدْخُلُنَّ الْمَسْجِدَ الْحَرَامَ إِنْ شَاءَ اللَّهُ آمِنِينَ

"แน่นอนพวกเจ้าจะได้เข้าสู่มัสยิดอัลหะรอม หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ โดยมีความปลอดภัย"

(อัลฟัตห์: 27) 

(อ้างจาก ตัฟซีร อิบนุ อุษัยมีน ซูเราะฮ์อัลก็อศ็อศ หน้า 127)

     อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิชาการส่วนใหญ่ ทั้งนักฟิกฮ์และนักตัฟซีร จากบรรดาซะลัฟและผู้ที่ตามพวกเขามา ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการกล่าวเช่นนี้เป็นวาญิบ (ข้อบังคับ) แต่จากถ้อยคำของพวกเขาเข้าใจได้ว่าเป็นเพียงสิ่งที่ ถูกแนะนำให้ทำ (มุสตะหับ) ดังที่หลายท่านได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน

 

     อิมามนะวะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:  เป็นที่พึงแนะนำสำหรับบุคคล เมื่อเขากล่าวว่า ‘ฉันจะทำสิ่งนั้น’ ให้กล่าวว่า ‘อินชาอัลลอฮ์’ ด้วย เนื่องจากพระดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า และอย่าได้กล่าวถึงสิ่งใดว่า แท้จริงฉันจะทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ นอกจากว่าอัลลอฮ์จะทรงประสงค์  

(จาก ชัรหฺ ศอเฮี๊ยะฮ์มุสลิม เล่ม 11 หน้า 118)

 

     ได้มีการถามท่านชัยคฺ อับดุลกะรีม อัลคุฎ็อยร์ ว่า:หากผมไม่กล่าวคำว่า ‘อินชาอัลลอฮ์’ เกี่ยวกับสิ่งที่ผมจะทำในอนาคต ผมมีบาปหรือไม่?”

     ท่านชัยคฺตอบว่า : สำหรับเรื่องบาปนั้น คุณไม่เป็นบาป แต่หากคุณต้องการให้อัลลอฮ์ทรงทำให้สิ่งที่คุณตั้งใจไว้นั้นสำเร็จลุล่วง หนึ่งในสาเหตุที่ช่วยให้เป็นเช่นนั้นคือ การกล่าวคำยกเว้นด้วยคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” 

     ดังพระดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา:

وَلا تَقُولَنَّ لِشَيْءٍ إِنِّي فَاعِلٌ ذَلِكَ غَدًا . إِلاَّ أَن يَشَاء اللَّهُ

 

“และเจ้าอย่ากล่าวเกี่ยวกับสิ่งใดว่า แท้จริงฉันจะเป็นผู้ทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ เว้นแต่อัลลอฮ์ทรงประสงค์”

(อัลกะฮฺฟ์ 23–24)

          ในเรื่องราวของนบีสุลัยมาน  เมื่อท่านได้สาบานว่าจะร่วมหลับนอนกับสตรีเก้าสิบเก้าคน โดยที่ทุกคนจะให้กำเนิดบุตรซึ่งจะออกญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ แต่ท่าน ไม่ได้กล่าวว่า “อินชาอัลลอฮ์” ทั้งที่มะลาอิกะฮ์ได้เตือนท่านแล้ว กระนั้นท่านก็ยังไม่ได้กล่าว แล้วปรากฏว่าไม่มีใครให้กำเนิดบุตรเลย นอกจากเพียงคนเดียว และทารกที่เกิดมาก็ไม่สมบูรณ์

 

          ในหะดีษเศาะเฮี๊ยะฮ์ได้กล่าวไว้ว่า:ในหะดีษบทนี้ ท่านนบี ﷺ ได้อธิบายให้เห็นว่า แท้จริงนบีของอัลลอฮ์ คือ สุลัยมาน บุตรของดาวูดกล่าวว่า

 

قالَ سُلَيْمانُ بنُ داوُدَ عليهما السَّلامُ: لَأَطُوفَنَّ اللَّيْلَةَ علَى مِئَةِ امْرَأَةٍ، أوْ تِسْعٍ وتِسْعِينَ، كُلُّهُنَّ يَأْتي بفارِسٍ يُجاهِدُ في سَبيلِ اللَّهِ، فقالَ له صاحِبُهُ: إنْ شاءَ اللَّهُ، فَلَمْ يَقُلْ: إنْ شاءَ اللَّهُ، فَلَمْ يَحْمِلْ منهنَّ إلَّا امْرَأَةٌ واحِدَةٌ، جاءَتْ بشِقِّ رَجُلٍ، والذي نَفْسُ مُحَمَّدٍ بيَدِهِ، لو قالَ: إنْ شاءَ اللَّهُ، لَجاهَدُوا في سَبيلِ اللَّهِ فُرْسانًا أجْمَعُونَ.

 

     คืนนี้ฉันจะไปหาสตรีหนึ่งร้อยคน หรือเก้าสิบเก้าคน ทุกคนจะให้กำเนิดบุตรชายผู้เป็นนักรบออกญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์

     แล้วสหายของท่านได้กล่าวกับท่านว่า: “อินชาอัลลอฮ์ (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์)แต่ท่านกลับ ไม่ได้กล่าวว่า อินชาอัลลอฮ์

     ผลปรากฏว่า ไม่มีหญิงใดตั้งครรภ์เลย นอกจากเพียงหญิงคนเดียว ซึ่งให้กำเนิดเด็กที่ไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงครึ่งร่างของมนุษย์

     และโดยผู้ซึ่งชีวิตของมุฮัมมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ หากท่านสุลัยมานกล่าวว่า “อินชาอัลลอฮ์” แล้ว แน่นอนพวกเขาทั้งหมดคงจะออกญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ ในฐานะนักรบม้าผู้กล้าหาญทั้งหมดพร้อมกัน 

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์) 

          หากท่านกล่าวยกเว้นด้วยคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” แล้ว สิ่งที่ท่านปรารถนาและหวังไว้ย่อมจะเกิดขึ้นตามนั้น

          การกล่าวคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” ในดุอาอ์ (การวิงวอนขอพร) เป็นสิ่งที่ถูกห้าม และทัศนะที่หนักแน่นกว่า  และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่ง คือการห้ามนั้นเป็นการห้ามในระดับ หะรอม (ต้องห้าม) หมายความว่า การกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” ในดุอาอ์นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม

 

          ดังที่ปรากฏในเศาะฮีหฺทั้งอัลบุคอรีย์และมุสลิม จากหะดีษของอบูฮุร็อยเราะฮ์ ว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

 

لا يَقُلْ أَحَدُكُمُ: اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي إِنْ شِئْتَ، اللَّهُمَّ ارْحَمْنِي إِنْ شِئْتَ

 

     “อย่าให้คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านกล่าวว่า :โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยโทษแก่ฉัน หากพระองค์ทรงประสงค์ โอ้อัลลอฮ์ โปรดเมตตาฉัน หากพระองค์ทรงประสงค์”

 

     และมีรายงานในทำนองเดียวกันในเศาะฮีหฺมุสลิม จากหะดีษของอะนัส

     “โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยโทษแก่ฉัน หากพระองค์ทรงประสงค์ โอ้อัลลอฮ์ โปรดเมตตาฉัน หากพระองค์ทรงประสงค์

     โอ้อัลลอฮ์ โปรดรับการเตาบะฮ์ของฉัน หากพระองค์ทรงประสงค์ หรือถ้อยคำอื่นในลักษณะเดียวกันทั้งหมดนี้

     เป็นสิ่งต้องห้าม เพราะท่านนบี ﷺ ได้ห้ามไว้แล้ว

 

 

     เพื่อเป็นประโยชน์ในประเด็นนี้ คำว่า “อินชาอัลลอฮ์” จะกล่าวได้เฉพาะใน สองกรณีเท่านั้น

 

กรณีที่หนึ่ง : เรื่องของอนาคต

     ดังที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า : "แท้จริงฉันจะเป็นผู้ทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้” เว้นแต่อัลลอฮ์ทรงประสงค์ 

(อัลกะฮฺฟ์ 22–23)

 

กรณีที่สอง : เรื่องการงานอิบาดะฮ์ในอดีต 

     เช่น มีคนถามว่า: “คุณละหมาดแล้วหรือยัง?

     เขาตอบว่า: “ละหมาดแล้ว อินชาอัลลอฮ์ 

     คำว่า “อินชาอัลลอฮ์” ในที่นี้ หมายถึง ความหวังในการได้รับการตอบรับไม่ใช่ความสงสัยในการกระทำตัวอิบาดะฮ์นั้น

 

     นอกเหนือจากสองกรณีนี้แล้ว ไม่ถูกต้อง ที่จะกล่าวคำว่า “อินชาอัลลอฮ์”

     ดังนั้นบางคนกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” ในดุอาอ์ ซึ่งได้กล่าวมาแล้วว่านี่เป็นความผิด และถึงขั้นเป็นหะรอม ตามทัศนะของอิบนุ อับดุลบัรฺ และบางคนกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” กับเรื่องในอดีตทั่วไป เช่น มีคนถามว่า: “คุณไปหาคนนั้นมาแล้วหรือยัง? เขาตอบว่า: “ใช่ ไปมาแล้ว อินชาอัลลอฮ์ การกล่าวเช่นนี้ถือเป็น บิดอะฮ์ ที่บรรดานักวิชาการได้ตำหนิไว้ และในบรรดาผู้ที่ตำหนิคือ ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ เราะหิมะฮุลลอฮ์ ดังที่กล่าวไว้ในเล่มที่ 7 ของ มัจญ์มูอฺ อัลฟะตาวา

     ดังนั้น การกล่าวคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

     อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ควรเข้าใจ คือการกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” ในดุอาอ์หรือเรื่องอื่น สามารถกล่าวได้ หากไม่ได้กล่าวในลักษณะของการ “แขวนเงื่อนไข”แต่กล่าวในลักษณะของ การยืนยัน การบอกเล่า หรือการให้ความหมายเชิงยืนยันนี่เป็นหนึ่งในคำอธิบายของบรรดานักวิชาการ ต่อหะดีษของอิบนุอับบาส ว่า

     ท่านนบี ﷺ ได้เข้าไปหาชาวอาหรับเร่ร่อนคนหนึ่ง แล้วกล่าวว่า:

لَا بَأْسَ عليك طَهُورٌ إِنْ شَاءَ اللَّهُ 

“ไม่เป็นไร ความเจ็บป่วยนี้เป็นการชำระล้าง อินชาอัลลอฮ์”

 

     คำว่า “อินชาอัลลอฮ์” ในที่นี้ เป็นการกล่าวในเชิง ยืนยันและบางท่านอธิบายว่า เป็นการกล่าวเพื่อ ความเป็นมงคล (ตะบัรรุก) และเพื่อ การบอกข่าว ไม่ใช่การกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” ในลักษณะของการแขวนเงื่อนไขและระหว่างสองลักษณะนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน  

(ดร. อับดุลอะซีซ บิน รอยส์ อัรร็อยส์)

 

สรุปความ

 

          เป็นสิ่งที่ควรยิ่งสำหรับมุสลิม เมื่อเขาแจ้งผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ตนตั้งใจจะกระทำในอนาคต ให้เชื่อมคำพูดของเขาด้วยคำว่า “อินชาอัลลอฮ์” และหากลืมกล่าว ก็ให้กล่าวทันทีเมื่อระลึกได้ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นคำสั่งของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติและสูงส่ง