รั้วอันแข็งแกร่งด้วยมารยาทและศีลธรรม
  จำนวนคนเข้าชม  117

รั้วอันแข็งแกร่งด้วยมารยาทและศีลธรรม

 

อะบูชากิร อัลมะดานีย์ .... เรียบเรียง

 

          อิสลามเป็นศาสนาที่เอาใจใส่ในการปกป้องครอบครัวจากการถูกละเมิด และความเสียหาย ศาสนาจึงได้ล้อมรั้วอันแข็งแกร่งด้วยมารยาทและศีลธรรม เพื่อให้จิตวิญญาณมนุษย์ยังคงมั่นคงและทำให้สังคมสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสตัณหาและทาสของอารมณ์ อิสลามได้สร้างกำแพงกั้นเพื่อป้องกันการยั่วยุที่ล่อลวงที่ชักชูงไปสู่ตัณหา และอิสลามได้สั่งใช้ให้ชายหญิงลดสายตาลงต่ำ

 

          อัลลอฮทรงกำหนดให้ผู้หญิง "สวมฮิญาบ" เพื่อเป็นการให้เกียรติพวกเธอ และปกป้องชื่อเสียงของพวกเธอจากความชั่วร้ายต่าง ๆ และเพื่อปกป้องเธอจากการถูกเหยียดหยาม และเพื่อให้เธอห่างไกลจากคนชั่วและผู้ที่หัวใจเป็นโรค 

 

          เพื่อปกป้องเธอจากผู้ที่ไม่รู้ถึงคุณค่า และเพื่อปิดประตูแห่งการที่เกิดจากการจ้องมองอันเป็นพิษ และปกป้องศักดิ์ศรีและความบริสุทธิ์ของสตรีด้วยการให้เกียรติและความเคารพ

 

 

          นักวิชาการอิสลามเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ว่าผู้หญิงจำเป็นต้องสวมฮิญาบ ปกปิดร่างกาย และไม่เปิดเผยความงามของตนให้คนแปลกหน้าเห็น อย่างไรก็ตาม นักวิชาการมีความเห็นที่แตกต่างกันในรายละเอียดของส่วนที่จะต้องปกปิด

 

          ประเด็นเรื่องการปกปิดใบหน้าและฝ่ามือถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม และมีการนำเสนอหลักฐานมากมายเกี่ยวกับฮิญาบ หน้าที่ของฮิญาบ และคำจำกัดความ แต่ละกลุ่มได้อ้างอิงหลักฐานและให้น้ำหนักไปยังความคิดเห็นของตนด้วยเหตุผลหลายประการ จากหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการคลุมฮิญาบนั้นเป็นสิ่งจำเป็น

    อัลลอฮ์ ตรัสว่า  

 

وَإِذَا سَأَلْتُمُوهُنَّ مَتَاعًا فَاسْأَلُوهُنَّ مِن وَرَاءِ حِجَابٍ ذَٰلِكُمْ أَطْهَرُ لِقُلُوبِكُمْ وَقُلُوبِهِنَّ 

 

“และเมื่อพวกเจ้าขอสิ่งใดจากพวกนาง จงขอจากหลังม่าน นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งสำหรับหัวใจของพวกเจ้าและหัวใจของพวกนาง” 

(อัล-อะฮฺซาบ 53) 

    และพระองค์ ตรัสว่า 

 

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّأَزْوَاجِكَ وَبَنَاتِكَ وَنِسَاءِ الْمُؤْمِنِينَ يُدْنِينَ عَلَيْهِنَّ مِن جَلَابِيبِهِنَّ ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَن يُعْرَفْنَ فَلَا يُؤْذَيْنَ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا

 

“โอ้นะบีเอ๋ย จงสั่งแก่ภริยาของเจ้า บุตรสาวของเจ้า และบรรดาสตรีผู้ศรัทธา 

ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่า 

เพื่อที่พวกเธอจะได้เป็นที่รู้จักและไม่ถูกละเมิด และอัลลอฮฺทรงอภัยโทษและเมตตาเสมอ” 

(อัล-อะฮฺซาบ 59) 

       และพระองค์ตรัสอีกว่า 

 

وَقُل لِّلْمُؤْمِنَاتِ يَغْضُضْنَ مِنْ أَبْصَارِهِنَّ وَيَحْفَظْنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَىٰ جُيُوبِهِنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ

 

“และจงกล่าวเถิด(มูฮัมหมัด)แก่บรรดาหญิงผู้ศรัทธาว่า 

ให้พวกเธอลดสายตาให่ต่ำลงและรักษาอวัยวะเพศของพวกเธอไว้ 

และไม่เปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่เปิดเผยได้ 

และให้ดึงผ้าคลุมศีรษะของพวกเธอมาปิดหน้าอกของพวกเธอ 

และไม่เปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สามีของพวกเธอ”

(อัน-นูร 31)

 

  หลักฐานที่ปรากฏจากหะดีษ

 

 عن عائشة  رضى الله عنه أخبرته قالت كن نساء المؤمنات يشهدن مع رسول الله صلى الله عليه وسلم صلاة الفجر متلفعات بمروطهن  ثم ينقلبن إلى بيوتهن حين يقضين الصلاة لا يعرفهن أحد من الغلس

 

    มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะ -เราะฎิยัลลอฮุอันฮา -ภรรยาของท่านเราะสูล กล่าวว่า: 

     “บรรดาสตรีผู้ศรัทธาเคยเข้าร่วมการละหมาดฟัจร์กับท่านเราะสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) โดยออกมาในสภาพห่มตัวด้วยเสื้อคลุมของพวกนาง 

     และกลับไปยังบ้านของพวกนาง หลังเสร็จจากการประกอบศาสนกิจ โดยไม่มีใครจำพวกนางได้ เนื่องจากการแต่งการที่ปกปิดมิดชิด

 (บันทึกโดย บุคคอรี และมุสลิม 645-578)

 

وعن عائشة قالت : { كان الركبان يمرون بنا ونحن مع رسول الله صلى الله عليه وسلم محرمات ، فإذا حاذونا سدلت إحدانا جلبابها من رأسها على وجهها ، فإذا جاوزونا كشفناه }

 

   และมีรายงานจากนางอาอิชะ- เราะฎิยัลลอฮุอันฮา- ได้กล่าวว่า:

     “ครั้งหนึ่งขณะที่พวกเราอยู่กับท่านเราะสูล ก็ได้มีผู้เดินทางผ่านมาในสภาพครองเอียะฮ์รอม เมื่อพวกเขามาถึง 

     พวกเราคนหนึ่งปล่อยเสื้อคลุมลงมาจากศีรษะลงมาปิดหน้า  และเมื่อผู้เดินทางเดินผ่านไป นางก็ได้เปิดมันออก

(บันทึกโดย อบูดาวูด และอะหมัด: 22895, 1562)

 

 عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا قالَتْ: يَرْحَمُ اللَّهُ نِسَاءَ المُهَاجِرَاتِ الأُوَلَ؛ لَمَّا أنْزَلَ اللَّهُ: {وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَى جُيُوبِهِنَّ} ، شَقَّقْنَ مُرُوطَهُنَّ فَاخْتَمَرْنَ بهَا

 

     รายงานจากนางอาอิชะ- เราะฎิยัลลอฮุอันฮา- ได้กล่าวว่า: 

     "ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาต่อเหล่าสตรีผู้อพยพกลุ่มแรก ครั้นเมื่ออัลลอฮทรงประทานโองการนี้ลงมา 

     (และพวกเธอจงดึงผ้าคลุมของพวกเธอมาปิดหน้าอกของพวกเธอ) พวกเธอก็ได้ฉีกเสื้อผ้าชั้นนอกของพวกเธอและเอาผ้านั้นมาคลุมตัว"

 (บันทึกโดยอัลบุคอรี)

 

          มีหลักฐานมากมาย แต่ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของฮิญาบ แต่ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า ผู้หญิงสามารถเปิดเผยใบหน้าได้เมื่อจำเป็น เช่น เมื่อเจ็บป่วยและจำเป็นต้องไปพบแพทย์ และพวกเขายังเห็นพ้องต้องกันว่าไม่อนุญาตให้เปิดเผยใบหน้าในกรณีที่เกรงว่าจะเกิดความชั่วร้ายตามมา  

 

          แม้แต่ในกลุ่มนักวิชาการที่เห็นว่าอนุญาตให้เปิดเผยใบหน้า ก็ยืนยันว่าผู้หญิงต้องปกปิดใบหน้าหากกลัวต่อการเกิดฟิตนะ(สิ่งไม่ดี ความล่อแหลม) ซึ่งในยุคนี้เป็นสิ่งที่อันตรายและน่ากลัวมาก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย เช่น การเปิดเผยใบหน้าเพื่อจะอวดรูปรัตน์หน้าตาและเครื่องประดับและเปิดเผยร่างกายพึงสงวน ที่ต้องปกปิด การเปิดเผยเหล่านี้ถือเป็นสิ่งต้องห้ามโดยมติเอกฉันท์

 

          อิสลามยังห้ามสตรีไม่ให้อยู่ร่วมตามลำพังกับชายอื่น ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องหลักศีลธรรม ครอบครัว และเกียรติยศ อิสลามมุ่งเน้นการป้องกันและปิดทุกๆประตูสู่การนำไปสู่ความสียหาย การที่สตรีออกไปพบหรือ ปะปนกับผู้ชายนั้น เป็นสิ่งที่ปลุกเร้าอารมณ์ เอื้ออำนวยให้เกิดการทำผิด และทำให้เกิดเข้าถึงตัวได้ง่าย    

      อัลลอฮ์ ตรัสว่า

وَقَرْنَ فِي بُيُوتِكُنَّ وَلَا تَبَرَّجْنَ تَبَرُّجَ الْجَاهِلِيَّةِ الْأُولَىٰ

 

 “และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอและอย่าได้โอ้อวดความงาม (ของพวกเธอ)

เช่น การอวดความงาม (ของพวกสตรี) เหมือนสมัยงมงายในยุคก่อน” 

[อัล-อะฮ์ซาบ: 33]

    และพระองค์ตรัสว่า 

وَإِذَا سَأَلْتُمُوهُنَّ مَتَاعًا فَاسْأَلُوهُنَّ مِن وَرَاءِ حِجَابٍ ذَٰلِكُمْ أَطْهَرُ لِقُلُوبِكُمْ وَقُلُوبِهِنَّ 

 

“และเมื่อพวกเจ้าขอสิ่งใดจากพวกนาง จงขอจากหลังม่าน

นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งสำหรับหัวใจของพวกเจ้าและหัวใจของพวกนาง” 

(อัล-อะฮฺซาบ 53) 

 

     ท่านเราะสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ห้ามการปะปนกันระหว่างชายและหญิงโดยเด็ดขาด และห้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่นำไปสู่การปะปนกัน แม้แต่ในเรื่องของการเคารพสักการะต่ออัลลอฮและสถานที่ของการประกอบศาสนกิจ

 

      ในกรณีที่ผู้หญิงจะออกนอกบ้านในสถานที่ที่มีผู้ชายปะปนอยู่ ในการออกไปทำธุระต่างๆของเธอโดยที่ไม่มีผู้ดูแลเธอออกไปด้วย เช่นกันไปจับจ่ายซื้อของที่จำเป็นแก่ครอบครัว และอื่นจากนี้ ในการทำธุระต่าง ๆ อนุญาตให้เธอออกไปได้ซึ่งอยู่ในขอบเขตของหลักศาสนา โดยการออกไปส่งเธอจะต้องแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยและไม่เปิดเผยเครื่องประดับ และต้องแยกตัวออกจากผู้ชาย พยายามไม่ปะปนกับพวกเขา

 

      ศาสนาอิสลามบัญญัติขึ้นเพื่อรักษาครอบครัวและดำรงไว้ซึ่งศีลธรรม และห้ามการอยู่ตามลำพังระหว่างหญิงชายที่แปลกหน้า 

 

     ท่านเราะสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้เน้นย้ำถึงข้อห้ามการอยู่ตามลำพังระหว่างหญิงชายที่แปลกหน้า และไม่รู้จักกัน ในกรณีที่ไม่ได้มีสามีหรือญาติผู้ชายอยู่ร่วมด้วย เพราะมารร้าย(ชัยฏอน)นั้นคอยจ้องที่จะก่อให้เกิดความเสียหายในตัวบุคคลและหลักศีลธรรม