จงรักษาอาการป่วยด้วยการบริจาค
  จำนวนคนเข้าชม  184

จงรักษาอาการป่วยด้วยการบริจาค

 

อ.อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

           วันนี้เราจะใคร่ครวญถึงการงานหนึ่งที่จะทำให้คุณเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น และทำให้คุณเป็นที่รักในจิตใจของคนอื่น อีกทั้งการงานนี้ยังป้องกันคุณจากภัยพิบัติและมันช่วยบาปความผิด ขจัดการเสียชีวิตที่ชั่วร้าย ทำให้หลุมฝังศพของคุณสว่างไสวและจะยืนอยู่ข้างคุณในวันอันน่าสะพรึงนั้นมันจะให้ร่มเงาที่คุ้มครองคุณจากความร้อนของแสงอาทิตย์แถมจะพาคุณจับมือไปยังสวนสวรรค์อันมีความผาสุข การงานนั้นก็คือ การบริจาคทาน

 

          ท่านอบูอุมามะฮ์ อัลบาฮิลี เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ รายงานว่า แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า:

 

دَاوُوا مَرْضَاكُمْ بِالصَّدَقَةِ

“จงรักษาอาการป่วยของพวกท่านด้วย การบริจาค

(อัลอัลบานีย์จัดว่า หะดีษหะสัน ในหนังสือ เศาะฮีฮ์ อัล-ญามิอฺ)

     ในอีกสายรายงานหนึ่ง 

 

دَاوُوا مَرْضَاكُمْ بِالصَّدَقَةِ يعني حديث: حصِّنوا أموالَكم بالزَّكاةِ وداووا مرضاكم بالصَّدقةِ واستقبلوا أمواجَ البلاءِ بالدُّعاءِ والتَّضرُّعِ

 

“จงรักษาอาการป่วยของพวกท่านด้วย การบริจาคเถิด

     และในบางสำนวนว่า:

“จงปกป้องทรัพย์สินของพวกท่านด้วยจ่ายซะกาต รักษาอาการป่วยของพวกท่านด้วยการบริจาค

และจงตอบรับภาวะคลื่นแห่งบททดสอบด้วยการขอดุอาอ์ และการวิงวอนต่ออัลลอฮ์”

( หะดีษหะสัน (ดี) จากหลายสายรายงาน อัลหะซัน อัล-บัศรี เชคอัลบานี ศอเฮียะฮ์ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ)

          ดังนั้น นบีของท่าน ﷺ ต้องการฝากคำแนะนำนี้เพื่อบอกมุสลิมว่า โอ้มุสลิม หากคุณประสบกับความเศร้าโศก ถูกทดสอบด้วยโรคภัย และแพทย์ไม่สามารถรักษาได้ สิ่งที่คุณควรทำคือรักษาด้วยวิธีนี้

 

 

          โอ้พี่น้องที่รัก การบริจาคทานให้กับคนยากจน คนขัดสน หม้าย และผู้ขาดแคลนทั้งในยามสุขและทุกข์ เป็นหนึ่งในคุณลักษณะของผู้ที่มีความยำเกรงพระเจ้า 

     พระองค์ตรัสว่า:

 

﴿ وَسَارِعُوا إلى مَغْفِرَةٍ مِنْ رَبِّكُمْ وَجَنَّةٍ عَرْضُهَا السَّمَاوَاتُ وَالْأَرْضُ أُعِدَّتْ لِلْمُتَّقِينَ  الَّذِينَ يُنْفِقُونَ فِي السَّرَّاءِ وَالضَّرَّاءِ وَالْكَاظِمِينَ الْغَيْظَ وَالْعَافِينَ عَنِ النَّاسِ وَاللَّهُ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ ﴾

 

     “และพวกเจ้าจงรีบเร่งกันไปสู่การอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเจ้า และไปสู่สวรรค์ซึ่งความกว้างของมันนั้น คือบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน

     โดยที่มันถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงคือบรรดาผู้ที่บริจาคทั้งในยามสุขสบาย และในยามเดือดร้อน

     และบรรดาผู้ข่มโทษและบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย”

 [อะลาอิมรอน: 133–134]

          และด้วยเหตุนี้ ชัยฎอนจะยืนขวางทางของคุณและพยายามขัดขวางไม่ให้คุณบริจาคทาน เพื่อจะทำให้คุณพลาดผลบุญและรางวัลของมัน 

     พระองค์ตรัสว่า:

 

﴿ الشَّيْطَانُ يَعِدُكُمُ الْفَقْرَ وَيَأْمُرُكُمْ بِالْفَحْشَاءِ وَاللَّهُ يَعِدُكُمْ مَغْفِرَةً مِنْهُ وَفَضْلًا وَاللَّهُ وَاسِعٌ عَلِيمٌ ﴾

 

     “ชัยฎอนนั้น มันจะขู่พวกเจ้าให้กลัวความยากจน และจะใช้พวกเจ้าให้กระทำความชั่ว

     และอัลลอฮฺนั้น ทรงสัญญาแก่พวกเจ้าไว้ ซึ่งการอภัยโทษ และความกรุณาจากพระองค์

     และอัลลอฮฺ นั้นเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้”

[อัลบะเกาะเราะห์: 268]

 

          ความหมายของอายะห์นี้คือ ชัยฎอนมันพยายามทำให้คุณหวาดกลัวเรื่องความยากจน และพูดกับคนว่า จงเก็บทรัพย์สินของเจ้าไว้ หากเจ้าให้ทาน เจ้าจะยากจน และยังสั่งให้คุณทำความชั่ว คือ การตระหนี่และปฏิเสธการจ่ายซะกาต

          นักอธิบายอัลกุรอานกล่าวว่า ทุกคำว่า ความชั่ว ในอัลกุรอานโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงการประพฤติชั่ว เช่น การผิดประเวณี แต่ในกรณีนี้หมายถึงความตระหนี่และการปฏิเสธการจ่ายซะกาต ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกันของนักอธิบายอัลกุรอานทั้งหมด

 

     อิบนุ ก็อยยิม กล่าวว่า : ชัยฎอนสั่งให้เขาทำความชั่ว ซึ่งก็คือความตระหนี่ ซึ่งถือเป็นความชั่วร้ายที่สุดอย่างหนึ่ง และนี่เป็นความเห็นของนักอธิบายอัลกุรอานทุกคนว่า คำว่า “ความชั่ว” ในที่นี้หมายถึงความตระหนี่

 

 

          โอ้มุสลิมเอ๋ย จงรู้เถิดว่าการบริจาคทานมากกว่าที่คนยากจนต้องการมัน เพราะเมื่อคนยากจนที่ได้รับของบริจาค เขาต้องการเติมท้องของเขา อาหารให้ครอบครัวและชำระหนี้สิน หรือซื้อสิ่งของที่เขาได้ประโยชน์จากมัน แต่คุณเป็นผู้บริจาค ด้วยเงินของคุณ คุณก็จะได้รับด้วยการระงับความโกรธของพระเจ้า เพราะบางทีความโกรธของพระเจ้าอาจเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ ทรัพย์สินของคุณ รถของคุณ ร้านของคุณ ลูกของคุณ หรือบ้านของคุณ

 

แล้วมีใครบ้างในหมู่พวกเราจะไม่ทำบาป ? มีใครจะไม่ทำผิด ? 

♦ หากใครคนหนึ่งหลับไปโดยไม่ได้ละหมาดศุบฮิ เขาได้ทำให้พระเจ้าโกรธ 

♦ หากอยู่ในตลาดและมองสิ่งต้องห้าม เขาก็ได้ทำให้พระเจ้าโกรธ 

♦ หากพูดคำหยาบหรือสบถด่าคนอื่น เขาก็ได้ทำให้พระเจ้าโกรธ 

♦ หากเขาไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เขาก็ได้ทำให้พระเจ้าโกรธ 

     เพราะฉะนั้นตราบใดที่เราทำบาปเราได้ทำให้พระเจ้าโกรธ  สิ่งที่ต้องทำเพื่อดับความโกรธของพระเจ้าคืออะไร ?

     สิ่งนั้นคือการบริจาคทาน เพราะคุณต้องการทานมากกว่าที่คนยากจนต้องการมัน ด้วยทานของคุณ คุณจะดับความโกรธของพระเจ้า

 

     รายงานจากท่าน อนัส อิบนุ มาลิก เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

إِنَّ الصَّدَقَةَ لَتُطْفِئُ غَضَبَ الرَّبِّ وَتَدْفَعُ مِيتَةَ السُّوءِ

“แท้จริงการบริจาคทานนั้นจะช่วยระงับความกริ้วของพระผู้เป็นเจ้า และช่วยป้องกันจากการตายที่เลวร้าย”

(บันทึกโดย ติรมีซีย์)

          คุณรู้หรือไม่ว่าทานที่คุณให้กับคนยากจนนั้น จะตกไปอยู่ในมือของพระเจ้าก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของคนยากจนเสียอีก นี่คือสิ่งที่นบีของเราได้บอกเรานั่นเอง

 

     รายงานจากท่านอบูฮูรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

مَنْ تَصَدَّقَ بعَدْلِ تَمْرَةٍ مِنْ كَسْبٍ طَيِّبٍ ولَا يَقْبَلُ اللهُ إلَّا الطيِّبَ فإِنَّ اللهَ يقْبَلُها بِيَمِينِهِ ثُمَّ يُرَبِيها لِصاحبِهِ كما يُرَبِّي أحدُكم فَلُوَّهُ ( مُهْرَهُ ) أوَّلَ مَا يُوْلَدُ حتَّى تَكونَ مثلَ الجبَلِ

 

     “ผู้ใดบริจาคทานแม้เพียงเท่ากับลูกอินทผลัมหนึ่งผล จากทรัพย์สินที่หามาโดยฮาลาล  และอัลลอฮ์จะไม่ทรงรับสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ดีงาม

     แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงรับมันด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงบ่มเพาะมันให้แก่ผู้บริจาค

     เหมือนที่คนหนึ่งในหมู่พวกท่านเลี้ยงดูลูกม้าตัวเล็กแรกเกิด จนกระทั่งมันเติบโตใหญ่เท่าภูเขา”

( บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม)

 

          มีการเล่าว่าชายคนหนึ่งได้ถามท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ อัลมุบาร็อก เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นที่หัวเข่าของเขามานานถึงเจ็ดปี เขาได้รักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ และถามแพทย์มากมายแต่มันก็ไม่ดีขึ้น 

           อิบนุ อัลมุบาร็อก จึงบอกเขาว่า : จงไปขุดบ่อน้ำ เพราะผู้คนต้องการน้ำดื่ม และฉันหวังว่าที่นั่นจะมีน้ำผุดขึ้นมา และเลือดที่เจ้าเป็นอยู่จะหยุดลง

          ชายคนนั้นจึงทำตามและแล้วเขาก็หายจากอาการเจ็บป่วยนั้น  

(หนังสือ ซีร อะอ์ลาม อันนุบะลาอ์ ของ อัล-ซะฮะบี เล่มที่ 8 หน้า 408)

 

 

     มีนักเผยแพร่อิสลามคนหนึ่งเล่าเรื่องของชายผู้ป่วยโรคหัวใจ และอัลลอฮ์ ทรงรักษาเขาด้วย การบริจาคทาน !

     เขาเล่าว่า : ชายคนหนึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ และวิธีรักษามีเพียงการผ่าตัดขยายหลอดเลือด เขาจึงเดินทางไปยุโรปเพื่อตรวจและทำการสแกนต่าง ๆ เพื่อกำหนดวันผ่าตัด 

     เมื่อแพทย์กำหนดวันผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ชายผู้นี้จึงกลับมาที่อียิปต์ ก่อนจะเดินทางไปผ่าตัดอีกครั้ง

     วันหนึ่ง เขาออกไปซื้อเนื้อวัวหลายกิโลกรัม ระหว่างที่เขากำลังซื้อเนื้อ เขาเห็นสตรีคนหนึ่งกำลังเก็บเอากระดูกและเศษเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ที่หล่นลงระหว่างที่คนขายกำลังหั่นเนื้อ เขารู้สึกประหลาดใจและสะเทือนใจ 

     จึงถามคนขายเนื้อว่า ผู้หญิงคนนี้คือใคร?

     คนขายตอบว่า : เธอเป็นหญิงหม้าย มีลูกหลายคน และไม่มีเงินซื้อเนื้อ เธอจึงต้องเก็บกระดูกเหล่านี้ไปใช้ทำอาหาร

     ชายคนนั้นสะเทือนใจมาก จึงบอกคนขายว่า : เอาเงินจำนวนนี้ไป แล้วให้เนื้อ 2 กิโลกรัม แก่เธอ และทุก ๆ สัปดาห์ฉันจะส่งเงินจำนวนนี้มาให้ให้เธอได้รับเนื้อ 2 กิโลกรัมตลอดชีวิต หญิงหม้ายคนนั้นจึงดุอาอ์ให้เขา 

     ไม่กี่วันหลังจากนั้น เขาเดินทางกลับไปยุโรปเพื่อทำการผ่าตัด แต่เมื่อแพทย์ทำการตรวจและสแกนอีกครั้งก่อนผ่าตัด ก็พบสิ่งที่น่าประหลาดใจมาก นั่นคือหลอดเลือดที่ต้องผ่าตัดขยาย กลับมาเป็นปกติแล้ว และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอีกต่อไป

     แพทย์ถามเขาว่า : ใครเป็นคนผ่าตัดให้คุณ ?  

     เขาก็สาบานว่า เขาไม่ได้ผ่าตัดเลย ชายผู้นั้นจึงเข้าใจว่า การบริจาคทานที่เขามอบให้หญิงหม้ายยากไร้นั้น คือสาเหตุที่อัลลอฮ์ ประทานความหายดีแก่เขา

 

 

     อิบนุ ก็อยยิม กล่าวว่า : แท้จริง การบริจาคทาน นั้นมีอิทธิพลน่าอัศจรรย์ในการขจัดภัยพิบัติหลากหลายประเภท แม้ผู้ที่บริจาคนั้นจะเป็นคนชั่ว คนอธรรม หรือแม้กระทั่งเป็นคนปฏิเสธก็ตาม เพราะอัลลอฮ์ ทรงขจัดภัยพิบัติต่าง ๆ จากเขาด้วยการบริจาคนั้น และเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนต่างรู้กันดี ทั้งผู้รู้และคนทั่วไป ชาวโลกทุกคนต่างยอมรับ เพราะพวกเขาได้ทดลองด้วยตัวเองแล้ว

 

          ดังนั้นพี่น้องที่รักเอ๋ย จงมาร่วมกันบริจาคทาน ช่วยเหลือคนยากจนและผู้ขัดสน ยื่นมือของเราออกไปสู่พวกเขาเถิด เพราะเมื่ออัลลอฮ์ ทอดพระเนตรเห็นประชาชาติหนึ่งที่ผู้มั่งมียื่นมือเมตตาต่อผู้ยากไร้ และผู้แข็งแรงช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ พระองค์ย่อมทอดพระเนตรต่อพวกเขาด้วยสายตาแห่งความเมตตา

 

     จงรำลึกถึงคำกล่าวของท่านนบี ﷺ:

 

الرَّاحِمُونَ يَرْحَمُهُمُ الرَّحْمَنُ، ارْحَمُوا مَنْ فِي الأَرْضِ يَرْحَمْكُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ، الرَّحِمُ شُجْنَةٌ مِنَ الرَّحْمَنِ، فَمَنْ وَصَلَهَا وَصَلَهُ اللَّهُ وَمَنْ قَطَعَهَا قَطَعَهُ اللَّهُ

     “ บรรดาผู้มีเมตตาทั้งหลาย ย่อมได้รับความเมตตาจากพระผู้ทรงเมตตา 

     ดังนั้นจงมีเมตตาต่อผู้ที่อยู่บนแผ่นดิน แล้วผู้ที่อยู่บนฟ้าจะมีเมตตาต่อพวกท่าน 

     เครือญาติเป็นสายสัมพันธ์หนึ่งจากพระผู้ทรงกรุณาผู้ใดรักษาสายสัมพันธ์นี้ อัลลอฮ์ย่อมทรงเชื่อมโยงเขาและผู้ใดตัดมัน อัลลอฮ์ย่อมทรงตัดเขาออก “

(บันทึกโดย หนังสือสุนัน อัตติรมิซีย์)

 

           ปัญหาของพวกเราโอ้ผู้คนทั้งหลาย มันอยู่ที่ชัยฏอนผู้พยายามขัดขวางไม่ให้เราบริจาคทานและปัญหาของเรายังอยู่ที่ ‘อารมณ์ที่สั่งให้ทำชั่ว’ ซึ่งคอยสั่งเราให้เป็นคนตระหนี่ขี้เหนียว

 

     จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :

 

مَا مِنْ يَوْمٍ يُصْبِحُ العِبَادُ فِيهِ إِلَّا مَلَكَانِ يَنْزِلاَنِ، فَيَقُولُ أَحَدُهُمَا: اللَّهُمَّ أَعْطِ مُنْفِقًا خَلَفًا، وَيَقُولُ الآخَرُ: اللَّهُمَّ أَعْطِ مُمْسِكًا تَلَفًا

 

“ไม่มีวันใดที่บ่าวจะตื่นขึ้นในตอนเช้า เว้นแต่ว่ามะลาอิกะฮ์สองตนจะลงมา 

และตนหนึ่งกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานคืน แก่ผู้ใช้จ่าย 

และอีกตนหนึ่งกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานแก่ผู้ที่ตระหนี ซึ่งความเสียหาย”

(บันทึกโดย โดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม)

 

( وَمَا أَنْفَقْتُمْ مِنْ شَيْءٍ فَهُوَ يُخْلِفُهُ وَهُوَ خَيْرُ الرَّازِقِينَ )

 

“และอันใดที่พวกเจ้าบริจาคจากสิ่งใดก็ดีพระองค์จะทรงทดแทนมัน และพระองค์นั้นทรงเป็นผู้ดีเลิศแห่งบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพ”

( สะบะฮฺ 39)

 

     เมื่อได้ยินหรืออ่านหะดีษนี้ครั้งแรก ผู้อ่านหรือผู้ฟังอาจรู้สึกประหลาดใจ และตั้งคำถามทั้งในใจหรือด้วยคำพูดว่า : การทำทานเกี่ยวอะไรกับการรักษาโรค ?

     คำตอบก็คือ : การรักษาโรคมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับ อะกีดะฮ์ (ความเชื่อ) และ การมอบหมายต่ออัลลอฮ์ อย่างสมบูรณ์

 

     อัลลอฮ์ตรัสเกี่ยวกับท่านอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ว่า:

 

وَإِذَا مَرِضْتُ فَهُوَ يَشْفِينِ

“และเมื่อฉันป่วย พระองค์คือผู้ทรงรักษาฉันให้หาย”

(ซูเราะฮ์ อัช-ชุอะรออ์ : 80)

 

     อิบนุกะษีร กล่าวว่า: เมื่อฉันเจ็บป่วย ไม่มีใครสามารถรักษาฉันได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ด้วยบรรดาสาเหตุและปัจจัยที่พระองค์ทรงกำหนดไว้เพื่อให้เกิดการรักษานั้น และอัลกุรอาน

     ดังที่พระผู้เป็นเจ้าทรงแจ้งเป็นการเยียวยาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา เมื่อหัวใจของเขามีความศรัทธาอย่างแท้จริง และหน้าอกเปิดรับด้วยความเชื่อฟัง

     พระองค์ตรัสว่า:

 

وَنُنَزِّلُ مِنَ الْقُرْآنِ مَا هُوَ شِفَاءٌ وَرَحْمَةٌ لِلْمُؤْمِنِينَ

 

“และเราประทานลงมาจากอัลกุรอาน สิ่งที่เป็นการเยียวยาและความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา”

(ซูเราะฮ์ อัล-อิสรออ์ : 82)

 

     อิบนุ ก็อยยิม กล่าวว่า: แท้จริงอัลกุรอานคือการเยียวยาที่สมบูรณ์แบบสำหรับโรคทุกชนิด ทั้งโรคของหัวใจ โรคของร่างกาย โรคในโลกนี้ และโรคในอาคิเราะฮ์ 

     แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีคุณสมบัติและได้รับความสำเร็จในการใช้มันเพื่อการรักษา หากผู้ป่วยรู้จักใช้มันอย่างถูกต้อง วางมันลงบนโรคด้วยความจริงใจ ศรัทธา การยอมรับเต็มหัวใจ ความเชื่อมั่น มั่นคง และปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดของมัน โรคใด ๆ ก็ไม่อาจต่อต้านมันได้เลย

 (จากหนังสือ ซาดุลมะอาด)

 

     ท่านยังได้กล่าวไว้ใน ซาดุลมะอาด (4/10–11) ว่า : ที่นี่มีบรรดายารักษาโรคมากมาย ซึ่งแม้แต่นักปราชญ์แพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ความรู้ ประสบการณ์ และหลักตรรกะทางการแพทย์ของพวกเขาก็ไม่ถึงขั้นนั้น นั่นคือบรรดายารักษาโรคของหัวใจและจิตวิญญาณ 

     เช่น ความเข้มแข็งของหัวใจ การมอบหมายต่ออัลลอฮ์ การพึ่งพาพระองค์ การขอความคุ้มครอง การถ่อมตนต่อพระองค์ ความอ่อนน้อม การทำทาน การดุอาอ์ การเตาบะฮ์ การอิสติฆฟาร การทำดีกับผู้คน การช่วยผู้ทุกข์ยาก สร้างความโล่งใจให้ผู้ที่มีความคับแค้น

     ยาเหล่านี้บรรดาประชาชาติต่าง ๆ ได้ทดลองใช้ แม้ว่าจะมีต่างศาสนากัน แต่พบว่ามีผลในการรักษาเกินกว่าความรู้ของบรรดาแพทย์ผู้ชำนาญที่สุด และเกินกว่าประสบการณ์หรือการวิเคราะห์ใด ๆ เราและผู้อื่นได้ทดลองใช้บ่อยครั้ง และเห็นว่ามันทำในสิ่งที่ยาร่างกายไม่สามารถทำได้

     เมื่อโรคนั้นเป็นสิ่งที่กดทับหัวใจของผู้คน เป็นศัตรูที่ติดตามทุกยุคสมัย เป็นบททดสอบที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ จึงเหมาะยิ่งที่การรักษาอยู่ใน การปลดเปลื้องความทุกข์ร้อน แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ผ่าน การบริจาคทรัพย์ การทำทาน 

     การช่วยเหลือผู้ยากไร้เหตุผล และผลลัพธ์เชิงปฏิบัติของวิธีการรักษาเช่นนี้ อาจยังไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยเหตุผลของมนุษย์จนกว่าจะได้ทดลอง แต่สิ่งที่ท่านนบี ﷺ แจ้งเรานั้นคือความจริงแท้ ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ