
การปกปิดร่างกาย ศักดิ์ศรีของผู้หญิง
เรียบเรียงโดย... อิสมาอีล กอเซ็ม
เสรีภาพที่แท้จริงในอิสลาม กับความย้อนแย้งของโลกสมัยใหม่ ในโลกปัจจุบัน มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างค่านิยมว่า “การเปิดเผยร่างกายคือเสรีภาพ” “การเปิดเผยร่างกายคือคุณค่าและความก้าวหน้า”
ขณะเดียวกัน การปกปิดร่างกาย โดยเฉพาะ “ฮิญาบ” กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ผู้หญิง แต่คำถามสำคัญที่ควรถามอย่างเป็นธรรมคือ เสรีภาพแบบใดกันแน่ที่ปกป้องศักดิ์ศรีของผู้หญิง และเสรีภาพแบบใดที่เปิดทางให้ศักดิ์ศรีนั้นถูกทำลาย ?
1. ฟิฏเราะฮ์ของมนุษย์ : การปกปิด คือ ธรรมชาติ
หากลองตั้งสมมติฐานอย่างเรียบง่ายว่า ออกกฎหมายให้มนุษย์เปลือยกายในที่สาธารณะ กับออกกฎหมายให้มนุษย์แต่งกายสุภาพ มนุษย์ส่วนใหญ่ย่อมเลือก การปกปิด เพราะความละอาย (حياء) เป็นธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์
อัลกุรอานกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของมนุษย์ว่า
“แล้วทั้งสองก็ลิ้มรสจากต้นไม้ ปรากฏแก่พวกเขาซึ่งอวัยวะที่ควรปกปิด
และทั้งสองเริ่มเอาใบไม้จากสวนสวรรค์มาปิดบังตนเอง”
(อัลอะอ์รอฟ 7:22)
นี่คือหลักฐานว่า การปกปิดไม่ได้ถูกศาสนาสร้างขึ้นภายหลัง แต่ฝังอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ตั้งแต่ต้น
2. การปกปิดร่างกาย : การคุ้มครองสิ่งที่มีค่า
ในทุกสังคม มนุษย์มีหลักคิดร่วมกันว่า สิ่งที่มีค่า มักถูกปกปิด ไม่ใช่ถูกเปิดเผยอย่างไร้ขอบเขต
ทรัพย์สินมีค่า → เก็บในที่ปลอดภัย
ข้อมูลสำคัญ → ป้องกันด้วยรหัส
ศักดิ์ศรีมนุษย์ → ควรถูกคุ้มครอง
หากการเปิดเผยร่างกายเป็นสิ่งดีจริง เหตุใดหลายสถานที่จึงไม่อนุญาตให้แต่งกายไม่เรียบร้อยเข้าไป เช่น ศาล, โรงเรียน, สถานที่ราชการ, ศาสนสถาน และคำตอบชัดเจนว่า การปกปิดสัมพันธ์กับความเคารพในทุกวัฒนธรรม
3. ฮิญาบในอิสลาม : หลักศีลธรรม ไม่ใช่การกดขี่
อัลกุรอานกล่าวถึงการแต่งกายของสตรีว่า
“โอ้นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภรรยาของเจ้า บุตรสาวของเจ้า และบรรดาสตรีผู้ศรัทธา
ให้พวกนางคลุมร่างกายของพวกนางให้มิดชิด นั่นย่อมเหมาะสมกว่า เพื่อพวกนางจะถูกรู้จัก และจะไม่ถูกรบกวน”
(อัลอะห์ซาบ 33:59)
อายะฮ์นี้ชี้ชัดว่า เป้าหมายของการปกปิด คือ การคุ้มครอง ไม่ใช่การลดคุณค่า เพื่อไม่ให้ผู้หญิงถูกละเมิด ถูกคุกคาม หรือถูกมองเป็นวัตถุ และก่อนจะกล่าวถึงผู้หญิง อัลกุรอานสั่งผู้ชายก่อนว่า
“จงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขา และรักษาความบริสุทธิ์ของพวกเขา”
(อันนูร 24:30)
นี่แสดงว่า อิสลามไม่ได้โยนภาระศีลธรรมให้ผู้หญิงฝ่ายเดียว ฝ่ายชายก็ต้องมีศีลธรรมเรื่องนี้ด้วย
4. เสรีภาพที่ถูกนิยามโดยตลาด
ในโลกสมัยใหม่ ร่างกายของผู้หญิงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจ โดย สื่อ โฆษณา อุตสาหกรรมบันเทิง และธุรกิจลามก
ผู้หญิงจำนวนมากถูกทำให้เชื่อว่า “ถ้าไม่เปิดเผย = ไม่มีคุณค่า” นี่ไม่ใช่เสรีภาพ แต่คือ การกำหนดคุณค่ามนุษย์ด้วยกลไกตลาด
5. คำถามสำคัญ : หากการเปิดเผยคือสิ่งดี เหตุใดโลกไม่ยอมรับโสเภณี ?
แม้ในประเทศที่ไม่ยึดศาสนา หลายประเทศยังไม่ยอมรับการค้าประเวณี นิยามว่าเป็นการค้ามนุษย์ และมองว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะโลกเข้าใจตรงกันว่า การใช้ร่างกายมนุษย์เป็นสินค้า ขัดต่อศักดิ์ศรีมนุษย์ แม้จะอ้างว่า “สมัครใจ”
สิ่งที่โลกเพิ่งเรียกว่า “การแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์” อิสลามเรียกว่า การละเมิดเกียรติยศ (عِرْض) มาตั้งแต่ต้น ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“แท้จริง เลือด ทรัพย์สิน และเกียรติยศของพวกเจ้า เป็นสิ่งต้องห้ามต่อกัน”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม)
6. อิสลามกับการปิดประตูการค้าร่างกาย
อิสลามห้ามซินา และปิดช่องทางทั้งหมดที่นำไปสู่มัน ไม่ใช่เพื่อจำกัดเสรีภาพ แต่เพื่อ ปกป้องสังคมจากการค้าศักดิ์ศรีมนุษย์ อัลกุรอานกล่าวว่า
“และพวกเจ้าอย่าเข้าใกล้ซินา แท้จริงมันเป็นความชั่ว และเป็นหนทางที่เลวร้าย”
(อัลอิสรออ์ 17:32)
สังเกตว่า อัลกุรอานไม่ได้กล่าวว่า “อย่าทำซินา” เท่านั้น แต่กล่าวว่า “อย่าเข้าใกล้” คือปิดทุกเส้นทางที่นำไปสู่การทำลายศักดิ์ศรี เมื่อพิจารณาด้วยเหตุผล ศาสนา และประสบการณ์ของมนุษยชาติ จะเห็นชัดว่า
♦ การปกปิดร่างกาย สอดคล้องกับฟิฏเราะฮ์ ธรรมชาติความรู้สึกของมนุษย์
♦ การปกปิดสัมพันธ์กับความเคารพและมารยาทในทุกสังคม
♦ การเปิดเผยร่างกายถูกใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจ และโลกเองก็ยอมรับว่า การค้าร่างกายคือการทำลายศักดิ์ศรีมนุษย์
ดังนั้น ฮิญาบไม่ใช่การกดขี่ผู้หญิง แต่คือการประกาศว่า ผู้หญิงไม่ใช่สินค้า ร่างกายไม่ใช่ของขาย และคุณค่ามนุษย์สูงกว่าราคาตลาด
อิสลามไม่ได้ต่อต้านเสรีภาพ แต่ต่อต้านเสรีภาพที่แลกมาด้วย การทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้หญิง
เสรีภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การเปิดเผยทุกสิ่ง แต่คือการ ปกป้องสิ่งที่ไม่ควรถูกขายตั้งแต่แรก นั่นคือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์