ปลดเปลื้องความทุกข์แก่ผู้อื่น
  จำนวนคนเข้าชม  53

ปลดเปลื้องความทุกข์แก่ผู้อื่น

 

เรียบเรียงโดย...อิสมาอีล กอเซ็ม

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก

 

          แน่นอนว่าชีวิตของผู้คนในโลกนี้ย่อมมีทั้งความสุขและความทุกข์ปะปนกันไป ความสุขและความทุกข์ของมนุษย์เราเปรียบเสมือนฤดูกาลต่างๆ ที่หมุนเวียนเข้ามาในชีวิต มันคือวัฏจักรของการดำเนินชีวิต และเป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺในโลกนี้ 

 

          มนุษย์เรามีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านฐานะความเป็นอยู่ บางคนมีความสุขสบายเพียบพร้อม มีบ้านใหญ่โต อาหารการกินสมบูรณ์ มีรถหรูคันงาม มีตำแหน่งฐานะในสังคม มีธุรกิจมากมาย แทบไม่มีความลำบากใดๆ เลยในโลกใบนี้ 

          แต่คนอีกกลุ่มกลับประสบกับความขัดสนยากจน อาหารการกินไม่สมบูรณ์ มีหนี้สินมากมาย ลูกๆ ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ต้องทำงานแลกเงินด้วยการใช้แรงงาน อาศัยอยู่ในที่อยู่คับแคบ และความยากลำบากหลายอย่างที่ประสบ กับคนอีกบางกลุ่มอาหารมื้อหนึ่งของคนรวย อาจเป็นอาหารสำหรับคนจนได้ถึงหนึ่งปี 

 

          ความเหลื่อมล้ำตรงนี้จะนำมาซึ่งความวุ่นวายทางสังคม หากคนในสังคมไม่มีการดูแลซึ่งกันและกัน และไม่แบ่งปันสิ่งที่ตนมีจนล้นให้กับคนที่ขัดสน วิกฤติต่างๆ จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ก็ต่อเมื่อมนุษย์รู้จักแบ่งปันและเอาใจใส่ซึ่งกันและกันอิสลามส่งเสริมให้มนุษย์ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 

 

          เราจึงพบว่า ในรุกนอิสลาม 5 ประการ หนึ่งในนั้นคือ การชำระซะกาต ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เงินทอง ปศุสัตว์ พืชผล และธุรกิจที่มีกำไร โดยกำหนดส่วนหนึ่งจากสิ่งเหล่านั้นสำหรับบุคคลที่เข้าเกณฑ์ต้องจ่ายซะกาต เพื่อนำส่วนซะกาตมาจุนเจือสังคม และกลุ่มคนที่ขาดแคลนในด้านต่างๆ

 

          อิสลามห้ามการเอาทรัพย์สินของบุคคลอื่นในรูปแบบของดอกเบี้ย เพราะการกินทรัพย์ของผู้อื่นในรูปของดอกเบี้ยนั้น คือ การอธรรมอย่างหนึ่ง 

 

          อิสลามส่งเสริมให้ช่วยเหลือพี่น้องของเขาในยามที่พี่น้องของเขาลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในรูปแบบของการให้หยิบยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ใดๆ หรือการบริจาคให้ไปเลย นี่คือรูปแบบการอุปถัมภ์สังคมที่อิสลามส่งเสริมอัลลอฮฺได้เรียกร้องให้ผู้ที่มีความสามารถ นอกเหนือจากการดูแลคนในครอบครัวแล้ว หากมีความสามารถก็ต้องดูแลคนขัดสน คนที่ลำบาก และเด็กกำพร้าในสังคมด้วย

 

وَيُطْعِمُونَ الطَّعَامَ عَلَى حُبِّهِ مِسْكِينًا وَيَتِيمًا وَأَسِيرًا * إِنَّمَا نُطْعِمُكُمْ لِوَجْهِ اللَّهِ لَا نُرِيدُ مِنْكُمْ جَزَاءً وَلَا شُكُورًا ﴾ [الإنسان: 5 – 

 

“และพวกเขาให้อาหารเนื่องด้วยความรักต่อพระองค์แก่คนยากจน เด็กกำพร้าและเชลยศึก”

(พวกเขากล่าวว่า) แท้จริงเราให้อาหารแก่พวกท่าน โดยหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

เรามิได้หวังการตอบแทนและการขอบคุณจากพวกท่านแต่ประการใด”

 

     ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 

عن أبي هريرة رضي الله عنه، عن النبي صلى الله عليه وسلم قال

 ((مَن نفَّس عن مؤمنٍ كربةً من كُرَب الدنيا، نفَّس الله عنه كربةً من كُرَب يوم القيامة، ومن يسَّر على معسرٍ، يسَّر الله عليه في الدنيا والآخرة، ومن ستر مسلمًا ستره الله في الدنيا والآخرة، واللهُ في عون العبد ما كان العبد في عون أخيه....))

 

 มีรายงานจากท่าน อบูฮุร็อยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า:

 

“ใครได้ปลดเปลื้องความทุกข์ยากในโลกนี้ แก่ผู้ศรัทธา อัลลอฮฺก็จะปลดเปลื้องความทุกข์ยากของเขาในวันกิยามะฮฺ

และใครที่ให้ความสะดวกง่ายดายแก่ผู้ที่ยากลำบาก อัลลอฮฺก็จะให้ความสะดวกง่ายดายแก่เขาในโลกนี้และโลกหน้า

ใครที่ปิดบังความลับของพี่น้องมุสลิม อัลลอฮฺก็จะปกปิดความลับของเขาในโลกนี้และโลกหน้า

และอัลลอฮฺจะช่วยเหลือบ่าว ตราบใดที่บ่าวช่วยเหลือพี่น้องของเขา”

 

          ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรค มีกลุ่มคนหลายอาชีพที่ประสบความยากลำบากและขาดรายได้เพราะต้องหยุดทำงาน ผู้ที่มีความสามารถในการแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองสามารถแบ่งปันได้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น หน้ากากอนามัย ยารักษาโรค และสิ่งของอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่จะบริจาคให้แก่โรงพยาบาล หรือบริจาคแก่บุคคลทั่วไปอัลลอฮฺ จะยังคงช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ ตราบใดที่บ่าวช่วยเหลือปลดเปลื้องความทุกข์พี่น้องของเขา