แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ในการบริหาร
  จำนวนคนเข้าชม  67

แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ในการบริหาร

 

เรียบเรียง.... อ.อิสมาอีล  กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

 

          ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ มิได้เป็นเพียงผู้นำทางศาสนา แต่เป็นผู้วางรากฐานของการปกครองที่ดีให้แก่อุมมะฮ์ บทเรียนจากชีวประวัติของท่านสะท้อนถึงหลักการสำคัญที่โลกสมัยใหม่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ได้แก่ การกระจายอำนาจ, การบริหารทรัพยากรอย่างยุติธรรม, และ การพัฒนาที่ทั่วถึง ซึ่งทำให้สังคมมุสลิมยุคแรกเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นธรรม

 

1. แบบอย่างด้านการกระจายอำนาจ

 

     แม้ท่านนบี ﷺ จะเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐมาดีนะฮ์ แต่ท่านไม่เคยรวมอำนาจไว้เพียงผู้เดียว ตรงกันข้าม ท่านกระจายอำนาจสู่ผู้รู้ ผู้มีความสามารถ และผู้นำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ โดยคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่จากเชื้อชาติ ตระกูล หรือฐานะ

 

ตัวอย่างสำคัญ

 

(1) การแต่งตั้งผู้ว่าการและผู้พิพากษา

ท่านส่งผู้แทนไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น:

♦ มุอ๊าซ อิบนุ ญะบัล ไปยังเยเมน

♦ อะลี อิบนุ อบีฏอลิบ ไปยังเยเมนในบางช่วง

♦ อะต๊าบ อิบนุ อุซัยดฺ เป็นผู้ปกครองมักกะฮ์หลังพิชิตเมือง

♦ บิลาล อิบนุ รบาห ดูแลทรัพยากรบางส่วนและกิจการศาสนา

     นี่คือการมอบอำนาจให้พื้นที่ปกครองตนเอง โดยผู้นำท้องถิ่นต้องพิจารณาตามบริบทของพื้นที่ ไม่ต้องรอคำสั่งจากศูนย์กลางตลอดเวลา

 

(2) การสอนหลักการตัดสินแก่ผู้แทน

     เมื่อท่านส่งมุอ๊าซฯ ไปเยเมน ท่านถามว่า“ท่านจะตัดสินอย่างไร?”

     มุอ๊าซตอบว่า “ด้วยคัมภีร์ของอัลลอฮฺ หากไม่พบ…ด้วยซุนนะฮ์ของท่าน หากไม่พบ…ก็จะใช้ความเห็นโดยใช้ปัญญา”

     ท่านนบี ﷺ พอใจอย่างยิ่ง แสดงถึงการให้อำนาจผู้แทนในการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ต้องพึ่งศูนย์กลางตลอดเวลา นี่คือการกระจายอำนาจเชิงปัญญา ที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่ง

 

 

2. แบบอย่างด้านการบริหารทรัพยากรอย่างยุติธรรม

 

     ท่านนบี ﷺ ทำให้สังคมมุสลิมเป็นแบบอย่างของความยุติธรรมในการจัดสรรทรัพยากร โดยถือหลักว่า ทรัพยากรคือสิทธิของสาธารณะ ไม่ใช่ของชนชั้นหนึ่งชนชั้นใด

 

- การจัดการ บัยตุลมาล อย่างโปร่งใส

     ท่านสั่งใช้ทรัพยากรตามความจำเป็นของประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการสะสมทรัพย์เพื่อส่วนตนหรือพวกพ้อง

 

ตัวอย่าง:

♦ เงินซะกาตถูกกระจายตาม 8 หมวดตามกุรอาน

♦ สินทรัพย์ที่รัฐได้รับ เช่น ฟัยอฺ หรือเขตปกครองใหม่ ถูกใช้เพื่อพัฒนาสังคมไม่ใช่เพื่อคนบางกลุ่ม

♦ รายได้ภาครัฐไม่มีสิทธิ์ตกอยู่ในมือของชนชั้นสูงหรือเผ่าใดเผ่าหนึ่ง

 

     ท่านนบี ﷺ ถึงกับกล่าวว่า

“ผู้ใดที่เราแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครอง แล้วเขาซ่อนทรัพย์ที่มิได้มาจากสิทธิของเขา เขาจะถูกเปิดโปงในวันกิยามะฮ์”

(หะดีษบันทึกโดยบุคอรี)

     นี่คือหลัก “ความโปร่งใสและตรวจสอบได้” ของรัฐสมัยใหม่โดยแท้จริง

 

 

3. ไม่กระจุกอำนาจ: ป้องกันการผูกขาดผลประโยชน์

 

     ในสังคมมุสลิมยุคแรก ท่านนบี ﷺ ทำลายระบบอภิสิทธิ์ชนที่เคยกดขี่สังคมมักกะฮ์ ท่านวางหลักว่า

♦ ไม่มีใครเหนือกว่าใครด้วยเชื้อชาติ

♦ ทรัพยากรของรัฐเป็นของสาธารณะ

♦ การแต่งตั้งผู้นำขึ้นอยู่กับความสามารถ ไม่ใช่ชาติกำเนิด

 

ตัวอย่างเช่น

♦ ท่านแต่งตั้ง บิลาล ผู้เคยเป็นทาส ให้มีตำแหน่งสำคัญในชุมชน

♦ แต่งตั้ง อุซามะฮ์ อิบนุ ซัยด์ วัยเพียง 17 ปี เป็นแม่ทัพ

♦ ให้ ซัลมาน อัลฟาริซี เป็นที่ปรึกษาในยุทธศาสตร์สงคราม

     สิ่งเหล่านี้แสดงถึงการสลายการผูกขาดอำนาจ และการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถเข้ามามีบทบาทในสังคม

 

 

4. การพัฒนาที่ทั่วถึง: จากมาดีนะฮ์สู่ต่างแคว้น

 

     การปกครองของท่านนบี ﷺ ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะเมืองมาดีนะฮ์ แต่ขยายเป็นระบบที่รองรับสังคมหลายชาติพันธุ์ โดยมีการพัฒนาและดูแลทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

 

ตัวอย่าง:

♦ ส่งครูสอนศาสนาไปยังหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ

♦ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บภาษีไปยังชนบท

♦ ส่งตัวแทนรัฐไปดูแลความยุติธรรมและความสงบ

♦ สนับสนุนการเกษตรและทรัพยากรน้ำแก่ชุมชนชนบท

     สังคมมุสลิมจึงเติบโตอย่างสมดุล ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะศูนย์กลาง แบบอย่างของผู้นำที่กระจายอำนาจเพื่อความยุติธรรม

 

     ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ คือแบบอย่างสูงสุดของการปกครองที่ดี เพราะท่าน:

♦ กระจายอำนาจ สู่ผู้มีความสามารถ

♦ กระจายทรัพยากร อย่างยุติธรรม

♦ ไม่รวมศูนย์อำนาจ ไว้กับคนเพียงกลุ่มเดียว

♦ พัฒนาสังคมอย่างทั่วถึง ตั้งแต่หัวเมืองใหญ่จนถึงหมู่บ้านไกล

♦ สร้างความโปร่งใส ในบัยตุลมาล

♦ ยกฐานะทุกคนให้มีคุณค่าเท่ากัน

 

 

          นี่คือรากฐานของการปกครองที่ทำให้สังคมมุสลิมยุคแรกเป็นสังคมที่มั่นคง ยุติธรรม และเต็มไปด้วยความหวัง และเป็นแบบอย่างที่มนุษยชาติทุกยุคทุกสมัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศ องค์กร หรือชุมชนของตนเองได้อย่างทรงคุณค่า