
แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ในการบริหาร
เรียบเรียง.... อ.อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ มิได้เป็นเพียงผู้นำทางศาสนา แต่เป็นผู้วางรากฐานของการปกครองที่ดีให้แก่อุมมะฮ์ บทเรียนจากชีวประวัติของท่านสะท้อนถึงหลักการสำคัญที่โลกสมัยใหม่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ได้แก่ การกระจายอำนาจ, การบริหารทรัพยากรอย่างยุติธรรม, และ การพัฒนาที่ทั่วถึง ซึ่งทำให้สังคมมุสลิมยุคแรกเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นธรรม
1. แบบอย่างด้านการกระจายอำนาจ
แม้ท่านนบี ﷺ จะเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐมาดีนะฮ์ แต่ท่านไม่เคยรวมอำนาจไว้เพียงผู้เดียว ตรงกันข้าม ท่านกระจายอำนาจสู่ผู้รู้ ผู้มีความสามารถ และผู้นำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ โดยคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่จากเชื้อชาติ ตระกูล หรือฐานะ
ตัวอย่างสำคัญ
(1) การแต่งตั้งผู้ว่าการและผู้พิพากษา
ท่านส่งผู้แทนไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น:
♦ มุอ๊าซ อิบนุ ญะบัล ไปยังเยเมน
♦ อะลี อิบนุ อบีฏอลิบ ไปยังเยเมนในบางช่วง
♦ อะต๊าบ อิบนุ อุซัยดฺ เป็นผู้ปกครองมักกะฮ์หลังพิชิตเมือง
♦ บิลาล อิบนุ รบาห ดูแลทรัพยากรบางส่วนและกิจการศาสนา
นี่คือการมอบอำนาจให้พื้นที่ปกครองตนเอง โดยผู้นำท้องถิ่นต้องพิจารณาตามบริบทของพื้นที่ ไม่ต้องรอคำสั่งจากศูนย์กลางตลอดเวลา
(2) การสอนหลักการตัดสินแก่ผู้แทน
เมื่อท่านส่งมุอ๊าซฯ ไปเยเมน ท่านถามว่า“ท่านจะตัดสินอย่างไร?”
มุอ๊าซตอบว่า “ด้วยคัมภีร์ของอัลลอฮฺ หากไม่พบ…ด้วยซุนนะฮ์ของท่าน หากไม่พบ…ก็จะใช้ความเห็นโดยใช้ปัญญา”
ท่านนบี ﷺ พอใจอย่างยิ่ง แสดงถึงการให้อำนาจผู้แทนในการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ต้องพึ่งศูนย์กลางตลอดเวลา นี่คือการกระจายอำนาจเชิงปัญญา ที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่ง
2. แบบอย่างด้านการบริหารทรัพยากรอย่างยุติธรรม
ท่านนบี ﷺ ทำให้สังคมมุสลิมเป็นแบบอย่างของความยุติธรรมในการจัดสรรทรัพยากร โดยถือหลักว่า ทรัพยากรคือสิทธิของสาธารณะ ไม่ใช่ของชนชั้นหนึ่งชนชั้นใด
- การจัดการ บัยตุลมาล อย่างโปร่งใส
ท่านสั่งใช้ทรัพยากรตามความจำเป็นของประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการสะสมทรัพย์เพื่อส่วนตนหรือพวกพ้อง
ตัวอย่าง:
♦ เงินซะกาตถูกกระจายตาม 8 หมวดตามกุรอาน
♦ สินทรัพย์ที่รัฐได้รับ เช่น ฟัยอฺ หรือเขตปกครองใหม่ ถูกใช้เพื่อพัฒนาสังคมไม่ใช่เพื่อคนบางกลุ่ม
♦ รายได้ภาครัฐไม่มีสิทธิ์ตกอยู่ในมือของชนชั้นสูงหรือเผ่าใดเผ่าหนึ่ง
ท่านนบี ﷺ ถึงกับกล่าวว่า
“ผู้ใดที่เราแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครอง แล้วเขาซ่อนทรัพย์ที่มิได้มาจากสิทธิของเขา เขาจะถูกเปิดโปงในวันกิยามะฮ์”
(หะดีษบันทึกโดยบุคอรี)
นี่คือหลัก “ความโปร่งใสและตรวจสอบได้” ของรัฐสมัยใหม่โดยแท้จริง
3. ไม่กระจุกอำนาจ: ป้องกันการผูกขาดผลประโยชน์
ในสังคมมุสลิมยุคแรก ท่านนบี ﷺ ทำลายระบบอภิสิทธิ์ชนที่เคยกดขี่สังคมมักกะฮ์ ท่านวางหลักว่า
♦ ไม่มีใครเหนือกว่าใครด้วยเชื้อชาติ
♦ ทรัพยากรของรัฐเป็นของสาธารณะ
♦ การแต่งตั้งผู้นำขึ้นอยู่กับความสามารถ ไม่ใช่ชาติกำเนิด
ตัวอย่างเช่น
♦ ท่านแต่งตั้ง บิลาล ผู้เคยเป็นทาส ให้มีตำแหน่งสำคัญในชุมชน
♦ แต่งตั้ง อุซามะฮ์ อิบนุ ซัยด์ วัยเพียง 17 ปี เป็นแม่ทัพ
♦ ให้ ซัลมาน อัลฟาริซี เป็นที่ปรึกษาในยุทธศาสตร์สงคราม
สิ่งเหล่านี้แสดงถึงการสลายการผูกขาดอำนาจ และการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถเข้ามามีบทบาทในสังคม
4. การพัฒนาที่ทั่วถึง: จากมาดีนะฮ์สู่ต่างแคว้น
การปกครองของท่านนบี ﷺ ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะเมืองมาดีนะฮ์ แต่ขยายเป็นระบบที่รองรับสังคมหลายชาติพันธุ์ โดยมีการพัฒนาและดูแลทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
ตัวอย่าง:
♦ ส่งครูสอนศาสนาไปยังหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ
♦ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บภาษีไปยังชนบท
♦ ส่งตัวแทนรัฐไปดูแลความยุติธรรมและความสงบ
♦ สนับสนุนการเกษตรและทรัพยากรน้ำแก่ชุมชนชนบท
สังคมมุสลิมจึงเติบโตอย่างสมดุล ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะศูนย์กลาง แบบอย่างของผู้นำที่กระจายอำนาจเพื่อความยุติธรรม
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ คือแบบอย่างสูงสุดของการปกครองที่ดี เพราะท่าน:
♦ กระจายอำนาจ สู่ผู้มีความสามารถ
♦ กระจายทรัพยากร อย่างยุติธรรม
♦ ไม่รวมศูนย์อำนาจ ไว้กับคนเพียงกลุ่มเดียว
♦ พัฒนาสังคมอย่างทั่วถึง ตั้งแต่หัวเมืองใหญ่จนถึงหมู่บ้านไกล
♦ สร้างความโปร่งใส ในบัยตุลมาล
♦ ยกฐานะทุกคนให้มีคุณค่าเท่ากัน
นี่คือรากฐานของการปกครองที่ทำให้สังคมมุสลิมยุคแรกเป็นสังคมที่มั่นคง ยุติธรรม และเต็มไปด้วยความหวัง และเป็นแบบอย่างที่มนุษยชาติทุกยุคทุกสมัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศ องค์กร หรือชุมชนของตนเองได้อย่างทรงคุณค่า