ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รู้กับผู้ปกครองในอิสลาม
  จำนวนคนเข้าชม  1138

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รู้กับผู้ปกครองในอิสลาม

 

เรียบเรียงโดย....  อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

 

    ในอิสลามผู้รู้ (العلماء) และ “ผู้ปกครอง” (الحكام) เป็นสองเสาหลักของสังคมมุสลิมที่เกื้อหนุนกัน 

     ผู้รู้ทำหน้าที่ชี้ทางศาสนา ส่วนผู้ปกครองมีหน้าที่ปกป้องศาสนาและนำความรู้ไปใช้บริหารบ้านเมืองอย่างยุติธรรมเมื่อทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันด้วยตักวาและความจริงใจ ประชาชาติอิสลามจะเจริญมั่นคง แต่เมื่อแยกจากกัน ความเสื่อมและความแตกแยกย่อมตามมา

 

1. ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ — แบบอย่างของผู้รู้และผู้ปกครองในคนเดียวกัน

 

     ในยุคของท่านนบี ﷺ ทั้ง “ความรู้” และ “อำนาจการปกครอง” อยู่ในคนเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ท่านเป็นผู้รับวะฮ์ยูจากอัลลอฮ์ และเป็นผู้นำทางการเมืองในนครมะดีนะฮ์  ท่านชี้นำผู้คนด้วยความรู้ และปกครองด้วยความยุติธรรม

     อัลลอฮ์ตรัสว่า

“فَاحْكُم بَيْنَهُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ”

“เจ้าจงตัดสินระหว่างพวกเขาด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมา” 

(อัลมาอิดะฮ์ 5:49)

     นี่คือรากฐานของการปกครองอิสลามที่แท้จริง คือการปกครองด้วย ความรู้และวะฮ์ยู มิใช่ด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์

 

 

2. ยุคคอลีฟะฮ์ทั้งสี่  ความต่อเนื่องของความรู้และอำนาจ

 

     หลังการเสียชีวิตของท่านนบี ﷺ บทบาทของ “ผู้รู้” และ “ผู้ปกครอง” ยังคงรวมอยู่ในตัวผู้นำทั้งสี่ คือ อบูบักร, อุมัร, อุษมาน และอะลี رضي الله عنهم

     ♥ อบูบักร อัซศิดดีก ปกครองด้วยความรู้และความถ่อมตน

     ♥ อุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏอบ ใช้หลักชะรีอะฮ์เป็นพื้นฐานแห่งความยุติธรรม

     ♥ อุษมาน อิบนุ อัฟฟาน เป็นคนอ่อนโยน และมีความสุขุม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ผลงานที่เด่นๆของท่านคือ การรวบรวมอัลกุรอ่านเป็นรูปเล่มสมบูรณ์แบบ และขยายดินแดนของอิสลาม  

     ♥ อะลี อิบนุ อะบีฏอลิบ เป็นนักวิชาการผู้มีปัญญาและยุติธรรม

     ยุคคอลีฟะฮ์ทั้งสี่จึงเป็นแบบอย่างของ “การปกครองด้วยศาสนา” อย่างแท้จริง และถือเป็น ยุคทองของอิสลาม

 

 

3. ยุคต้นราชวงศ์อุมัยยะฮ์  ผู้ปกครองที่มีทั้งความรู้และวิสัยทัศน์

 

     เมื่ออำนาจย้ายมาสู่ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ท่าน มุอาวียะฮ์ อิบนุ อะบีสุฟยาน رضي الله عنه ยังคงเป็นแบบอย่างของผู้ปกครองที่ผสมผสานทั้งความรู้และการบริหาร ท่านเป็นหนึ่งในผู้บันทึกวะฮ์ยูของท่านนบี ﷺ มีความเข้าใจศาสนาและการเมืองอย่างลึกซึ้ง ปกครองด้วยความอดทน เมตตา และยึดหลักศาสนา ท่านรู้จักปรึกษาผู้รู้และให้เกียรติอุละมาอ์ทุกคน ทำให้บ้านเมืองมั่นคง และศาสนายังคงรุ่งเรือง

 

 

4. ยุคกลางของราชวงศ์อุมัยยะฮ์  จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์

 

     เมื่อเวลาผ่านไป สภาพการปกครองเริ่มเปลี่ยน ผู้นำรุ่นหลังบางคนไม่ได้มีความรู้ศาสนาลึกซึ้งเหมือนรุ่นก่อน ความสนใจในด้านการเมืองและอำนาจเพิ่มขึ้น บทบาทของผู้รู้จึงเริ่มแยกออกจากอำนาจรัฐ

     อย่างไรก็ตาม ผู้นำในยุคนั้นยัง ไม่ละเลยคำสอนของอิสลาม แต่กลับหันไป “ขอคำปรึกษาจากผู้รู้” เพื่อใช้ในการบริหาร 

     กล่าวได้ว่า: “แม้ผู้นำจะไม่ใช่นักวิชาการ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งคำแนะนำจากผู้รู้”

 

 

5. ผู้ปกครองที่ยังอยู่ในกรอบศาสนา

 

     แม้บทบาทของผู้รู้กับผู้ปกครองจะแยกออกจากกัน แต่ผู้นำในยุคนี้ส่วนใหญ่ยังคง ให้เกียรติอุละมาอ์ และ ขอคำปรึกษาในการตัดสินใจ เช่น

     ♥ อับดุลมาลิก อิบนุ มัรวาน — ปกครองด้วยหลักศาสนาและปรึกษาผู้รู้

     ♥ อุมัร อิบนุ อับดุลอะซีซ — ฟื้นฟูความยุติธรรมและชูบทบาทศาสนาให้กลับคืนมา

     ♥ อุมัร อิบนุ อับดุลอะซีซ ถือเป็น “คอลีฟะฮ์ผู้ยุติธรรม” แห่งอุมัยยะฮ์ เพราะเขาแม้ไม่ใช่นักวิชาการใหญ่ แต่ให้ความเคารพผู้รู้ ปรึกษาอุละมาอ์ และยึดมั่นในหลักศาสนาอย่างจริงจัง จนได้รับฉายาว่า “คอลีฟะฮ์คนที่ห้า 

 

          ความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้รู้” และ “ผู้ปกครอง” คือหัวใจของสังคมอิสลาม ตั้งแต่ท่านนบี ﷺ จนถึงยุคอุมัยยะฮ์ตอนกลาง อิสลามได้แสดงให้เห็นว่า —ไม่มีการปกครองที่มั่นคงหากปราศจากความรู้ และ ไม่มีความรู้ที่สมบูรณ์หากไม่ถูกนำไปใช้ในความยุติธรรม

          แม้บางยุคผู้นำจะไม่ใช่นักวิชาการ แต่ตราบใดที่ยังปรึกษาผู้รู้ และยึดหลักศาสนาในการตัดสินใจ สังคมอิสลามก็ยังคงเดินอยู่ในแนวทางแห่งอัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์