เกร็ดความรู้ในการปฏิบัติอิบาดะฮ์
  จำนวนคนเข้าชม  67

เกร็ดความรู้ในการปฏิบัติอิบาดะฮ์

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

ชัยคฺ อับดุสสลาม อัชชุวัยอิร -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

ผู้ใดกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ อัลลอฮฺจะประทานสิ่งที่เขาปรารถนา แม้เขาจะไม่เอ่ยขอก็ตาม

     "การให้ความบริสุทธิ์ต่ออัลลอฮฺ  (ด้วยการกล่าว "ซุบฮานัลลอฮฺ") เป็นถ้อยคำที่ดีที่สุดที่ผู้เป็นบ่าวสามารถกล่าวหลังจากการอ่านอัลกุรอ่าน และอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งได้ประทานคุณประโยชน์สามประการให้แก่ผู้ที่กล่าวตัซเบียะฮฺ (กล่าว 'ซุบฮานัลลอฮฺ') ไว้ในอัลกุรอ่าน

 

وَالْبَاقِيَاتُ الصَّالِحَاتُ خَيْرٌ عِندَ رَبِّكَ ثَوَابًا وَخَيْرٌ أَمَلًا (46)

"และ (คำพูด) ที่คงอยู่ตลอดไปซึ่งเป็นความดีนั้น เป็นสิ่งที่ดียิ่ง ณ พระเจ้าของเจ้า ทั้งในด้านผลตอบแทนและความหวัง" 

(อัลกะฮฺฟ:46)

وَالْبَاقِيَاتُ الصَّالِحَاتُ خَيْرٌ عِندَ رَبِّكَ ثَوَابًا وَخَيْرٌ مَّرَدًّا (76)

"และคำพูดที่คงอยู่ตลอดไปซึ่งเป็นความดีนั้น เป็นสิ่งที่ดียิ่ง ณ พระเจ้าของเจ้า ทั้งในด้านผลตอบแทนและการกลับคืน"

( มัรยัม:76)

    คำว่า "อัลบากิยาตุศ ศอลิฮาต" (الباقيات الصالحات) ในฮะดีษของ อบีสะอีด และอื่น ๆ หมายถึง:

ซุบฮานัลลอฮฺ (سبحان الله)

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ (الحمد لله)

ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (لا إله إلا الله)

อัลลอฮุอักบัร (الله أكبر)

 

     และท่านนบี ﷺ ก็เริ่มการกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ด้วย "ซุบฮานัลลอฮฺ" ซึ่งแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของคำๆนี้

     ดังนั้น การกล่าวถ้อยคำนี้อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ได้รับผลบุญที่ดีที่สุด หลังจากการปฏิบัติวาญิบต่างๆและการอ่านอัลกุรอ่าน และหนึ่งในนั้นคือ การกล่าว (ซุบฮานัลลอฮฺ) ซึ่งเป็น การงานที่ดีที่สุด 

     หากผู้ใด - มีความหวัง มีความปรารถนา หรือ หวาดกลัวสิ่งใดก็ตาม-  แล้วเขาเลือกที่จะกล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอ ด้วยถ้อยคำที่ว่า "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ"  "อัลฮัมดุลิลลาฮฺ"  เขาจะได้รับสิ่งที่เขาหวังแม้จะไม่ได้เอ่ยขอก็ตาม

 

 

 

จากฮะดีษของ อิบนุ อับบาส -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- :

 

     ชายอาหรับชนบทคนหนึ่งมาหาท่านนบี ﷺ และกล่าวว่า: "โอ้ท่านร่อซู้ล จงสอนถ้อยคำบางคำให้แก่ฉันด้วยเถิด"

     ท่านนบี ﷺ ตอบว่า: "จงกล่าวว่า ซุบฮานัลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ อัลลอฮุอักบัร"

     ชายคนนั้นกล่าวว่า: "คำเหล่านี้เป็นถ้อยคำสำหรับอัลลอฮฺ แล้วสำหรับฉันล่ะ?"

     ท่านนบีกล่าวว่า: "เมื่อท่านกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ อัลลอฮฺจะตรัสว่า 'จงขอ แล้วท่านจะได้รับ' "

     ผู้ใดกล่าวถ้อยคำเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ เขาจะได้รับสิ่งที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่เขาหวัง

ฮะดีษของ อบี สะอีด (ซึ่งบันทึกโดยอันนะซาอีย์):

     "ผู้ที่สาละวนอยู่กับการรำลึกถึงข้า (การซิกรุลลอฮฺ) จนลืมขอสิ่งต่างๆ  ข้า(หมายถึงอัลลอฮฺ)จะประทานให้เขายิ่งกว่าที่เขาขอ"

     และสุดท้าย คำกล่าวสรรเสริญเหล่านี้คือ "การกลับคืน" ที่ดีที่สุดทั้งในโลกนี้และอาคิเราะฮฺ เพราะมันดียิ่งกว่าทาสรับใช้ (ตามที่ท่านนบีﷺแนะนำท่านหญิงฟาฏิมะฮฺและท่านอลี) และดียิ่งกว่าทุกสิ่งในโลกนี้ หรือสิ่งใดๆก็ตามที่ผู้คนคาดหวังไว้จากโลกนี้"

 

 

 

หนึ่งในมารยาทของการขอดุอาคือการขอตามลำดับ

 

     ให้เริ่มต้นขอดุอาให้ตนเองก่อน (لنفسه) ขอให้พ่อแม่ (لولديه) และขอให้มุสลิมคนอื่นๆ (لبقية المسلمين)

     ตัวอย่างการขอดุอาจากอัลกุรอ่าน : ท่านนบีนูฮฺ -อะลัยฮิสลาม- กล่าวว่า:

(رَبِّ اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِمَنْ دَخَلَ بَيْتِيَ مُؤْمِنًا وَلِلْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ)

     "โอ้อัลลอฮฺ โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ และแก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และแก่ผู้ที่ได้เข้าสู่บ้านของข้าพระองค์ในฐานะผู้ศรัทธา และแก่บรรดามุสลิมชายและหญิงทั้งหลาย..."

 

     ท่านนบีอิบรอฮีม -อะลัยฮิสลาม-  กล่าวว่า:

 

(رَبَّنَا اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِلْمُؤْمِنِينَ يَوْمَ يَقُومُ الْحِسَابُ)

"โอ้พระเจ้าของเรา โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ และแก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และแก่ผู้ศรัทธาทั้งหลายในวันแห่งการคิดบัญชี"

 

     จากรายงานของอุบัยยฺ บิน กะอับ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า:

 

"ท่านร่อซูลุลลอฮฺﷺ เมื่อท่านรำลึกถึงใคร ท่านจะขอดุอาให้แก่ผู้นั้น โดยเริ่มจากการขอให้ตนเอง"

(บันทึกโดย มุสลิม)

จากดุอาของอิหม่ามอะฮฺหมัด อิบนุ ฮัมบัล -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

"اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِمُحَمَّدِ بْنِ إِدْرِيسَ الشَّافِعِيِّ"

"โอ้อัลลอฮฺ โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ แก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และแก่ท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ด้วยเถิด"

مناقب الشافعي للبيهقي ٢/٢٥٤

 

 

 

อิหม่าม อัซซะยูฏีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า:

 

     "ควรเริ่มต้นดุอาด้วยการขอให้ตนเองก่อนการขอให้ผู้อื่น เพราะมีแนวโน้มจะได้รับการตอบรับมากกว่า 

     เนื่องจากเป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจในความต้องการอย่างแท้จริง  แสดงถึงความเป็นบ่าวอย่างลึกซึ้ง แสดงถึงความถ่อมตน และห่างไกลจากความเย่อหยิ่ง และสิ่งนี้คือแบบฉบับของบรรดานบีและบรรดาร่อซู้ล"

" الشمائل الشريفة " (ص 139)

 

 

 

ชัยคฺ ศอและฮฺ เฟาซาน -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     การละหมาดตะฮัจญุดเป็นญะมาอะฮฺในเดือนร่อมะฎอนเป็นบิดอะฮ์จริงหรือ ?

     คำถาม : การละหมาดตะฮัจญุดร่วมกันเป็นญะมาอะฮฺในช่วงปลายคืนของเดือนร่อมะฎอนถือว่าเป็นบิดอะฮ์หรือไม่? และการละหมาดเกิน 11 ร่อกาอัตถือว่าผิดหรือไม่?

 

     คำตอบ : ผู้ที่กล่าวว่าเป็นบิดอะฮ์นั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นคนขี้เกียจ พวกเขาเพียงแค่ต้องการหาข้ออ้างเพื่อนอนหลับและไม่ลุกขึ้นมาทำความดีในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงสิบคืนสุดท้ายของร่อมะฎอน

     หากพวกเขาไม่อยากละหมาดเอง ก็ไม่ควรไปขัดขวางหรือทำให้ผู้อื่นหมดกำลังใจจากการละหมาดตะฮัจญุด

     บรรดาศ่อฮาบะฮฺเคยละหมาดตะฮัจญุดร่วมกันในมัสยิด พวกเขาไม่ใช่พวกบิดอะฮ์ พวกเขาก็เคยละหมาดตะรอเวียะฮฺกับท่านนบี ﷺ หลายคืนในเดือนร่อมะฎอนเช่นกัน

     ดังนั้น การละหมาดตะฮัจญุดเป็นญะมาอะฮฺ ไม่ใช่บิดอะฮ์ และการละหมาดเกิน 11 ร่อกะอัตก็ไม่เป็นปัญหา  ท่านนบี ﷺ เคยละหมาด 11 ร่อกะอัตเป็นประจำ แต่ไม่ได้ห้ามการละหมาดมากกว่านั้น 

     บางคนที่กล่าวเช่นนี้ อาจเป็นอิหม่ามที่เหนื่อยล้าและไม่อยากนำละหมาด จึงอ้างว่าเป็นบิดอะฮ์เพื่อลดภาระตัวเอง โดยใช้ถ้อยคำเช่น "ไม่มีหลักฐาน"  "เป็นบิดอะฮ์"  "เกินขอบเขต"  ซึ่งนั่นเป็นการหลีกเลี่ยงโดยใช้ข้ออ้างทางศาสนา"

سؤال وجواب من شرح كتاب الفرقان بين أولياء الرحمن وأولياء الشيطان ( 858

 

 

 

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: "ผู้ใดกล่าวว่า 

'ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะฮฺดะฮฺ

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ลา ชะรีกะละฮฺ

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลฮัมดฺ 

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะลาเฮาละ วะลากูววะตะอิลลาบิลลาฮฺ' 

ด้วยการนับด้วยนิ้วทั้งห้าของเขา 

 

และท่านนบีﷺยังกล่าวอีกว่า: 

     "ผู้ใดกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ในวันหนึ่ง คืนหนึ่ง หรือเดือนหนึ่ง แล้วเขาเสียชีวิตในวันนั้น คืนนั้น หรือเดือนนั้น บาปของเขาจะได้รับการอภัย"

 

และอีกรายงานหนึ่งระบุว่า:

 

     "ผู้ใดกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ในขณะเสียชีวิต  ไฟนรกจะไม่แตะต้องตัวเขา"

(บันทึกโดย อันนะซาอีย์ และชัยคฺอัลบานีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- ระบุว่าเป็นฮะดีษศ่อเฮียะฮฺ)

 

 

 

อิบนิ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

     "แท้จริงเดือนอันทรงเกียรติของพวกท่าน (คือเดือนรอมฎอน) กำลังจะจากลา ไม่อยู่กับเราแล้วนอกจากเวลาอีกเพียงน้อยนิด

     ผู้ใดในหมู่พวกท่านที่ได้กระทำความดี ก็จงสรรเสริญอัลลอฮฺ และขอให้พระองค์ทรงตอบรับการกระทำนั้น

     ส่วนผู้ใดในหมู่พวกท่านที่ละเลย จงหันกลับไปยังพระองค์ และขออภัยโทษสำหรับความบกพร่องของตนเอง 

     เพราะแท้จริง ความตาย อาจมาถึงก่อนที่เราจะมีข้อแก้ตัว"

 

مجالس رمضان 28 / 9 / 1427

 

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•