ความประเสริฐของผู้ที่ได้พบกับเดือนรอมฎอน
  จำนวนคนเข้าชม  406

ความประเสริฐของผู้ที่ได้พบกับเดือนรอมฎอน

 

อ.อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          ผู้ที่ได้มีโอกาสผ่านเข้ามาในเดือนรอมฎอนและสามารถปฏิบัติการงานที่ดีในเดือนนี้ จะได้รับความประเสริฐ และผลบุญมากมายจากอัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)

 

          การได้พบกับเดือนรอมฎอนเป็นพระกรุณาจากพระผู้ประทาน ที่ทรงให้กับผู้ที่ได้รับพระกรุณา การได้พบกับรอมฎอนเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ เพราะมีคนมากมายที่เคยอยู่กับเราในเดือนรอมฎอนปีที่แล้ว แต่ก็ได้พาพวกเขาไปอยู่ในโลกหลุมศพไปแล้ว ดังนั้นจงรู้สึกขอบคุณในพระกรุณานี้ และจงเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำการถือศีลอดและการตื่นนอนในเดือนรอมฎอนอย่างดีเยี่ยม

 

          เราต้องถามตัวเองว่า: ปีนี้ฉันเป็นเหมือนปีที่แล้วหรือดีกว่า? ฉันทำได้ดีขึ้นในปีนี้หรือยังคงประมาทและขาดความพยายาม? และจะเป็นไปได้ไหมว่าการได้พบกับรอมฎอนในปีนี้จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันได้รับสิ่งที่ท่านนบีทรงสัญญาไว้กับฉัน?"

 

          เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ และเป็นพระพรอันมหาศาล เพราะการได้พบกับมันและการถือศีลอดในกลางวันและการตื่นนอนในกลางคืน จะทำให้เราล้ำหน้าผู้ที่เป็นมุญาฮิดในหนทางของอัลลอฮ์ (ผู้ที่เสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อพระองค์) และพระสัญญาของอัลลอฮ์ (ซบฮานะฮูวะตะอาลา) ยืนยันว่า ผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนจะได้รับสิทธิที่จะเข้าไปในสวรรค์ตามที่อัลลอฮ์ทรงสัญญา

 

     รายงานจากท่าน อาบู ฮุรัยเราะห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

مَن آمَنَ باللَّهِ ورَسولِهِ، وأَقامَ الصَّلاةَ، وصامَ رَمَضانَ، كانَ حَقًّا علَى اللَّهِ أنْ يُدْخِلَهُ الجَنَّةَ، هاجَرَ في سَبيلِ اللَّهِ، أوْ جَلَسَ في أرْضِهِ الَّتي وُلِدَ فيها، قالوا: يا رَسولَ اللَّهِ، أفَلا نُنَبِّئُ النَّاسَ بذلكَ؟ قالَ: إنَّ في الجَنَّةِ مِئَةَ دَرَجَةٍ، أعَدَّها اللَّهُ لِلْمُجاهِدِينَ في سَبيلِهِ، كُلُّ دَرَجَتَيْنِ ما بيْنَهُما كما بيْنَ السَّماءِ والأرْضِ، فإذا سَأَلْتُمُ اللَّهَ فَسَلُوهُ الفِرْدَوْسَ، فإنَّه أوْسَطُ الجَنَّةِ، وأَعْلَى الجَنَّةِ، وفَوْقَهُ عَرْشُ الرَّحْمَنِ، ومِنْهُ تَفَجَّرُ أنْهارُ الجَنَّةِ.

 

     "ผู้ที่เชื่อในอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์, และปฏิบัติการละหมาด, และถือศีลอดในเดือนรอมฎอน, จะเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ที่ต้องให้เขาเข้าไปในสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้อพยพเพื่อหนทางของอัลลอฮ์ หรือคนที่อยู่ในแผ่นดินที่เขาเกิดมา" 

     พวกเขาถามว่า: "โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์, เราควรจะบอกผู้คนเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?" 

     ท่านศาสนทูตตอบว่า: "ในสวรรค์มีระดับ 100 ระดับที่พระองค์เตรียมไว้สำหรับผู้ที่ต่อสู้เพื่อหนทางของพระองค์ ระหว่างแต่ละระดับจะห่างกันเหมือนกับระยะทางระหว่างฟ้ากับแผ่นดิน 

     เมื่อพวกท่านขออัลลอฮ์ จงขอให้ท่านได้ 'ฟิรเดาส์' เพราะมันคือใจกลางของสวรรค์และสูงที่สุดในสวรรค์ และเหนือมันคือบัลลังก์ของพระอัลลอฮ์ และจากที่นั่นจะมีน้ำพุที่ไหลออกมาจากสวรรค์" 

(บันทึกโดย อัล-บุคอรี)

 

บางคนจากบรรดาสลัฟ (บรรพชนผู้รู้) กล่าวว่า 'เมื่อมนุษย์คนหนึ่งเผชิญกับความตาย, 

จะมีการกล่าวกับมลาอิกะห์ (เทวทูต): 'จงดมที่ศีรษะของเขา' 

มลาอิกะห์ตอบว่า: 'ฉันพบว่าศีรษะของเขามีการอ่านอัลกุรอาน' 

จากนั้นกล่าวว่า: 'จงดมที่หัวใจของเขา' 

มลาอิกะห์ตอบว่า: 'ฉันพบว่าหัวใจของเขามีการถือศีลอด' 

และกล่าวต่อว่า: 'จงดมที่เท้าของเขา' 

มลาอิกะห์ตอบว่า: 'ฉันพบว่าเท้าของเขามีการตื่นนอน (การทำการละหมาดกลางคืน)' 

แล้วกล่าวว่า: 'เขารักษาตัวเอง, ดังนั้นอัลลอฮ์จึงรักษาเขา.' 

(โดยอิบนุ ระญับ)

 

         จงระวังอย่าให้เป็นผู้ที่ได้พบกับเดือนรอมฎอน แต่กลับไม่ได้รับการอภัยจากอัลลอฮ์ หรือเป็นผู้ที่ได้พบกับเดือนรอมฎอน แต่ผ่านพ้นไปโดยที่ไม่ได้ถูกบันทึกเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับสวรรค์ หรือเป็นผู้ที่ได้พบกับเดือนรอมฎอน แต่ไม่ได้รับการปลดปล่อยจากไฟนรก 

 

          เพราะบุคคลเหล่านี้จะเป็นไปตามคำพูดของรายงานจากท่าน อาบู ฮุรัยเราะห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า:

 

رَغِمَ أَنْفُ رجلٍ ذُكِرْتُ عندَه ؛ فلم يُصَلِّ عَلَيَّ، ورَغِمَ أنفُ رجلٍ دخل عليه رمضانُ، ثم انسلخ قبل أن يُغْفَرَ له، ورَغِمَ أنفُ رجلٍ أدرك عنده أبواه الكِبَرَ، أو أحدُهما، فلم يُدْخِلاه الجنةَ

 

"ขอให้อัปยศและอับอายกับบุคคลที่เมื่อได้ยินชื่อของฉัน แล้วไม่ได้กล่าวสลามศ่อละวาตให้ฉัน, 

ขอให้อัปยศและอับอายกับคนที่เดือนรอมฎอนมาถึง แล้วผ่านพ้นไปโดยที่ไม่ได้รับการอภัยจากพระองค์, 

และขอให้อัปยศและอับอายกับคนที่มีพ่อแม่อยู่กับเขาในวัยชรา แต่เขาไม่ได้ทำให้พวกเขาเข้าสวรรค์"

( บันทึกโดย ติรมีซีย์)

 

     อิม่ามอัลมานาวีกล่าวว่า: 'หมายถึง ขอให้จมดินไปเถอะ คือตายเสียดีกว่า คนที่รู้ว่า หากเขาหักห้ามใจจากความปรารถนาและทำสิ่งที่กำหนดให้ในเดือนรอมฎอนไม่ได้ 

     เช่น การถือศีลอดและการตื่นนอนเพื่อละหมาด เขาจะได้รับการอภัยจากบาปทั้งหมดที่ผ่านมาของเขา แต่เขากลับขี้เกียจและไม่ได้ทำจนกระทั่งเดือนรอมฎอนผ่านพ้นไปแล้ว' 

     ดังนั้น คนที่ใช้โอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ในการทำอิบาดะฮ์ (การเคารพสักการะ) ด้วยความศรัทธาและการรอคอยรางวัลจากอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงยกย่องเขา แต่คนที่ไม่ให้ความสำคัญกับมัน อัลลอฮ์จะทรงดูถูกและทำให้เขาลดคุณค่า

(หนังสือ ฟัยดุล กอดีร)

 

          จากความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ คือผู้ที่ได้พบเดือนรอมฎอนและปฏิบัติภารกิจในเดือนนั้นจะได้รับการอภัยจากอัลลอฮ์สำหรับบาปทั้งหลายที่เกิดขึ้นระหว่างสองเดือนรอมฎอน; จากอาบูฮุรัยเราะห์ กล่าวว่า ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด (صلى الله عليه وسلم) กล่าวว่า:

 

الصَّلَوَاتُ الخَمْسُ، وَالْجُمْعَةُ إلى الجُمْعَةِ، وَرَمَضَانُ إلى رَمَضَانَ، مُكَفِّرَاتٌ ما بيْنَهُنَّ إِذَا اجْتَنَبَ الكَبَائِرَ.

 

     “การละหมาดวันละห้าเวลา การละหมาดวันศุกร์ถึงวันศุกร์ และการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนถึงเดือนรอมฎอนอีกปีหนึ่ง จะเป็นการชำระบาปที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น หากเขาไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาปใหญ่”

( บันทึก โดย มุสลิม)

 

          นี่คือข่าวดีอันยิ่งใหญ่ที่ว่า หากคุณถือศีลอดในเดือนรอมฎอน อัลลอฮ์จะทรงอภัยให้กับบาปและความผิดเล็กน้อยที่คุณทำมาตั้งแต่เดือนรอมฎอนที่ผ่านมา แล้วจะมีอะไรที่มีความเมตตาและความดีมากกว่านี้ไหม? ดังนั้นอย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป อย่าปฏิเสธความดีนี้ เพราะผู้ที่พลาดสิ่งดีนี้ก็เหมือนกับผู้ที่สูญเสียการเก็บเกี่ยวผลไม้ในเดือนแห่งความดี

 

นักปราชญ์กล่าววว่า : 

     "ปีคือดั่งต้นไม้, เดือนต่างๆ คือกิ่งก้านของมัน, วันต่างๆ คือกิ่งก้านย่อย, ชั่วโมงคือใบไม้, และลมหายใจของมนุษย์คือผลไม้ของมัน, 

     เดือนเราะญับคือวันที่ใบไม้เริ่มแตก, เดือนชะอ์บานคือวันที่กิ่งก้านเริ่มแตกกิ่ง, และเดือนรอมฎอนคือวันที่เก็บเกี่ยวผลไม้, และผู้ที่เป็นมุญาฮิดคือผู้ที่เก็บเกี่ยวผลไม้เหล่านั้น, 

     สามเดือนนี้ที่มีเกียรติคือ เหมือนกับลูกหินสามก้อน...

     เดือนเราะญับคือหินก้อนแรกที่ใช้สำหรับเติมพลังใจ, เดือนชะอ์บานคือหินก้อนที่สองที่ล้างน้ำตา, และเดือนรอมฎอนคือหินก้อนที่สามที่พาต้นไม้ของการพยายามเจริญเติบโต, 

     และต้นไม้ที่ไม่เติบโตในฤดูใบไม้ผลิก็ถูกตัดทิ้งเพื่อใช้เป็นฟืน ! ดังนั้นผู้ที่พลาดสามเดือนนี้ไปโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย, ขออัลลอฮ์ทรงให้ความอดทนแก่ท่าน !" 

(หนังสือ อิบนุเญาซีย์ อัตตับศิเราะฮฺ)

 

โอ้ผู้ถือศีลอด...

 

• จงเป็นผู้ที่ชีวิตยืนยาวและทำความดี เพราะพวกเขาคือคนที่ดีที่สุดในหมู่ผู้คน

 

• อย่าเป็นผู้ที่ชีวิตยืนยาวแต่ไม่ทำความดี เพราะพวกเขาคือคนที่เลวที่สุด

 

• จงเป็นผู้ที่มุ่งมั่นที่จะปลดปล่อยตัวเองจากไฟนรก และจงเป็นผู้ที่ถูกบันทึกให้ในหมู่คนของชาวสวรรค์

 

• อย่าเป็นผู้ที่ไม่สนใจการปลดปล่อยตัวเองรอดพ้นจากไฟนรก

 

      • จงเป็นผู้ที่ยืนละหมาดตะรอวีห์และไม่เดินออกจากการละหมาดจนกว่าอิหม่ามจะเสร็จสิ้น ดังนั้นการยืนละหมาดของเขาจะถูกบันทึกเป็นการยืนละหมาดทั้งคืน

 

      • อย่าเป็นผู้ที่ละหมาดแค่สองหรือสี่รอกัตแล้วเดินออกจากการละหมาด โดยจะได้รับการบันทึกเพียงแค่สิ่งที่เขาละหมาด

 

• จงเป็นผู้ที่ถือศีลอด ยืนละหมาด ตั้งใจทำความดี และทำการบริจาค อ่านกรุอ่าน

 

      • อย่าเป็นผู้ที่ถือศีลอดและหลับนอน ขาดการทำความดี ไม่สนใจการบริจาคและการกล่าวคำระลึกถึงพระเจ้าผู้ทรงสร้างเดือนรอมฎอนเป็นโอกาสที่ไม่สามารถหามาได้อีก

 

จึงขอแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้พบกับมัน และขอให้เขามอบทุกสิ่งให้แก่พระเจ้าของเขา