“การลงทุน” และ “การเก็งกำไร” ในหุ้นสามัญตามหลักอิสลาม
  จำนวนคนเข้าชม  7054

 

“การลงทุน” และ “การเก็งกำไร” ในหุ้นสามัญตามหลักอิสลาม

 

สมีธ อีซอ

 

          “หุ้น” เป็นตราสารการเงินที่มีหลากหลายประเภท ข้อตัดสินตามหลักอิสลามจึงขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทนั้น สำหรับ หุ้นสามัญ เป็นสิ่งที่อนุญาตตามหลักอิสลามในการลงทุน โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ เพิ่มเติม สำหรับ หุ้นกู้ เป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา ด้วยเหตุผลการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตอบแทน ซึ่งไม่ต่างกับการให้กู้ทั่วไปโดยกำหนดดอกเบี้ยตอบแทน 

 

การได้รับผลตอบแทนในหุ้นสามัญ 

  1. การลงทุน (Investment اَلْاِسْتِثْمَار) ในหุ้นสามัญ คือ ผู้ลงทุนหวังผลตอบแทนใน “เงินปันผล” (Dividend) กล่าวคือ ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทหนึ่ง เพื่อหวังเงินปันผลจากหุ้นเมื่อถึงกำหนดปลายปี ซึ่งไม่มีเจตนาที่จะขายหุ้นต่อ

  2. การเก็งกำไร (Speculation اَلْمُضَارَبَة) ในหุ้นสามัญ คือ ผู้ลงทุนหวังผลตอบแทนจาก “ส่วนต่างของราคาหุ้นที่ซื้อมากับการที่จะขายไป” (Capital Gain) กล่าวคือ ลงทุนซื้อหุ้น เพื่อหวังให้ราคาหุ้นสูงขึ้น และทำการขายต่อไป 

 

การลงทุน (Investment اَلْاِسْتِثْمَار) ในหุ้นสามัญ

 

ข้อตัดสิน

          ถ้าหากบริษัทดำเนินการในธุรกิจและมีธุรกรรมที่อนุมัติ (ฮาลาล) ปราศจากข้อห้าม (ฮารอม) ตามหลักการของศาสนา ก็จะถือว่าหุ้นของบริษัทนั้น เป็นสิ่งที่อนุญาต ดังนั้น การลงทุนในการซื้อหุ้นดังกล่าวจึงไม่เป็นสิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติ  และถือว่าบริษัทเหล่านี้อยู่ในเรื่องของสิ่งที่ดี (طَيِّبَٰتِ) ที่อัลลอฮ์ ซบ. ทรงอนุญาต ดังโองการอัลกุรอานที่กล่าวไว้ว่า 

 

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ كُلُواْ مِن طَيِّبَٰتِ مَا رَزَقۡنَٰكُمۡ وَٱشۡكُرُواْ لِلَّهِ إِن كُنتُمۡ إِيَّاهُ تَعۡبُدُونَ

 

     “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า จากสิ่งดี ๆ ทั้งหลาย และจงขอบคุณอัลลอฮ์เถิด หากเฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกเจ้าจักเป็นผู้เคารพสักการะ”

(البقرة 172)

 

          เปรียบเสมือนกับสินทรัพย์ในธุรกรรมของบริษัทนั้นเป็นที่อนุมัติและการออกหุ้นการซื้อการขายหุ้นของบริษัทร่วมลงทุนมีเป้าหมายและมีกิจกรรมที่อนุญาตจึงเป็นสิ่งทีอนุญาตตามบทบัญญัติอิสลามดังโองการอัลกุรอานที่กล่าวไว้ว่า

 

وَأَحَلَّ ٱللَّهُ ٱلۡبَيۡعَ وَحَرَّمَ ٱلرِّبَوٰاْۚ

 

“และอัลลอฮฺนั้นทรงอนุมัติการขาย และทรงห้ามการเอาดอกเบี้ย “

(البقرة 275)

 

การเก็งกำไร (Speculation اَلْمُضَارَبَة) ในหุ้นสามัญ

 

ข้อตัดสิน

          นักวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในการเก็งกำไรหุ้นสามัญของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักการอิสลามทั้งในด้านกิจกรรมและธุรกรรมแบ่งออกเป็น 2 ทัศนะ

 

กลุ่มทัศนะที่หนึ่ง 

ถือว่าเป็นสิ่งที่ ไม่อนุญาต โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อ (การเก็งกำไร) นำพาไปสู่การแลกเปลี่ยนเงินในระยะเวลาสั้น ๆ ระหว่างการซื้อขาย กล่าวคือ การนำเงินจำนวนหนึ่งไปแลกกับจำนวนหนึ่งโดยที่มีจำนวนไม่เท่ากัน (ราคาซื้อ-ขาย) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติอิสลาม

  2. ไม่ได้ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษกิจ จากกระบวนการขายที่รวดเร็ว

  3. กำไร เกิดจากปัจจัยที่ไม่ปรกติ เช่น ข่าวลือ และอื่น ๆ

  4. เป็นช่องทางการเดิมพันโดยใช้ชื่อ “การเก็งกำไร”

 

กลุ่มทัศนะที่สอง

ถือว่าเป็นสิ่งที่อนุญาต โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

1, จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อขายนั้น จะนำพาไปยังการแลกเปลี่ยนเงินสด (จำนวนเงินที่ไม่เท่ากัน) 

ตอบ 

          คำกล่าวอ้างดังกล่าว เป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะของหุ้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นสามัญ เป็นตัวแทนของส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน จึงถือว่าไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนเงินกับเงิน แต่ทว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเงินกับสินทรัพย์ 

          และ หุ้นสามัญ (ตัวแทนสินทรัพย์) ได้ถูกกำหนดค่า ในขณะที่ขายต่อไป มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าในตอนที่ซื้อ กล่าวคือ ในกรณีที่มีการขายต่อหุ้นสามัญ และได้รับกำไรส่วนต่างมา เพราะเนื่องจากในขณะที่ขายมูลค่าของหุ้นสูงกว่าตอนที่ซื้อ นั่นหมายถึง มูลค่าของสินทรัพย์มีค่าสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อ ซึ่ง หุ้นสามัญ เป็นตัวแทนที่ครอบคลุมถึงสินทรัพย์ วัตถุ ผลประโยชน์ที่มาจากเงินสด และหนี้สินของบริษัท

          ลักษณะของหุ้นสามัญนั้น มีมูลค่า โดยภาพลักษณ์ภายนอกของหุ้นสามัญสามารถแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งการแลกเปลี่ยนนั้น อยู่ในการเปรียบเทียบกับมูลค่า กล่าวคือ การแลกเปลี่ยน หรือ การซื้อขายหุ้นสามัญนั้น คือ การแลกเปลี่ยนในมูลค่าของสินทรัพย์นั่นเอง

 

2, จากทัศนะที่กล่าวว่าการซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ได้รับส่วนต่างของราคาหุ้นนั้นไม่ได้เกิดมูลค่าที่แท้จริงใดๆเลย 

ตอบ 

          คำพูดดังกล่าว ขัดแย้งต่อความเป็นจริง เพราะการซื้อหุ้นเพื่อเจตนาในส่วนต่างของราคา ความต่างของราคาเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ โดยพิจารณาในกระบวนการการดำเนินงานก่อนหน้านี้ ดังนั้น การเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางธุรกิจ ทำให้เกิดมูลค่าที่แท้จริง

 

3, จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อนั้น นำไปสู่การสร้างกำไรที่มาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ผิดปรกติ 

ตอบ 

          คำกล่าวดังกล่าวถูกปฏิเสธ เพราะแท้จริง ทุก ๆ ปัจจัยที่มีมาในธุรกรรมการค้าส่วนบุคคล ซึ่งไม่ได้ส่งผลกับข้อตัดสินทางกฎหมาย 

 

4, จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นโดยมีเจตนาขายต่อนั้น มันส่งผลให้เกิดผลเสีย อันเกิดมาจากการแลกเปลี่ยนที่เร็ว และการเก็งกำไร

ตอบ 

          เป็นคำกล่าวที่ถูกปฏิเสธ การที่จะเกิดเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนเผิกเฉยต่อข้อกฏเกณฑ์ตามหลักศาสนาของการขายหุ้น เช่น การขายที่ผู้ลงทุนขายหุ้นต่อ โดยบริษัทยังไม่ได้เปลี่ยนเงินทุนเป็นทรัพย์สิน ในช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัทหลังจากที่ระดมเงินทุนมา กล่าวคือ เท่ากับเป็นการขายเงินด้วยกับเงิน ไม่ใช่เงินกับทรัพย์สินตามหลักการขายหุ้น และในกรณีผู้ลงทุนขายหุ้นต่อในขณะที่บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ก็จะถือว่าเป็นการขายหนี้ (ซึ่งรูปแบบการขายหนี้ส่วนใหญ่เป็นสิ่งต้องห้าม) 

  1. การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อนั้น คือ การสร้างสภาพคล่องของส่วนบุคคล โดยทำการลงทุนในหุ้นส่วนของบริษัท ดังนั้น การเข้ามาในบริษัทด้วยกับวิธีที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ฉะนั้น การออกจากบริษัทก็ถูกต้องตามหลักศาสนาด้วยเช่นกัน (การซื้อหุ้นการขายหุ้น) โดยที่ไม่ได้มีการกำหนดเวลาเฉพาะ เช่น หลายปี หลายเดือน หลายวัน ซึ่งผู้ถือหุ้นจะยังคงอยู่ในบริษัทอย่างปรกติ กล่าวคือ โดยทั่วไป อายุไถ่ถอนของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิมีอายุเท่ากับอนันต์ นั่นหมายถึง ดำรงอยู่ตลอดไปตามอายุของกิจการของผู้ออกตราสารทุน (บริษัท)

  2. บางกรณี ผู้ลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อบุคคลที่ 3 โดยไม่มีกำไร หรือได้ส่วนต่างจากราคา ทำให้เขารอดพ้นจากการขาดทุนเมื่อราคาหุ้นลดลง ซึ่งการที่ราคาหุ้นลดทำให้ผู้ลงทุนมีความกลัวจะเกิดผลเสียถ้าหากยังถือหุ้นเอาไว้ในขณะที่มีคนต้องการจะซื้อ ดังนั้น ไม่มีหลักฐานข้อห้ามใด ๆ ตามหลักศาสนาในการขายหุ้นออกไป โดยการขายนั้นเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของศาสนา ห่างไกลจากความคลุมเครือ และการหลอกลวง

 

          กลุ่มทัศนะที่ 2 กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อขายต่อ โดยการเก็งกำไรราคาส่วนต่างนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์เกิดขึ้นจากความอิสระ และความถูกต้องที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีความยินดีพอใจซึ่งกันและกัน ดังนั้น บุคคลที่อ้างว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ก็จะต้องมีหลักฐานในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น พื้นฐานเดิมของธุรกรรมเป็นสิ่งที่อนุญาต และการซื้อขายหุ้นก็เป็นสิ่งที่อนุญาตในบทบัญญัติอิสลาม ไม่ว่าผู้ซื้อจะครอบครองหุ้นเอาไว้เพื่อหวังปันผลปลายปี หรือจะขายต่อไปเมื่อราคาหุ้นสูงขึ้นหลังจากที่ได้ครอบครองแล้วก็ตาม 

 

 

 

อ้างอิง

الإستثمار والمضاربة في الأسهم والسندات من منظور الإسلامي , دكتور أشرف محمد دوابه , مكتب دار السلام , ص 93-98