มารยาทในการประพฤติปฎิบัติต่อบรรดาผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม
  จำนวนคนเข้าชม  3163


มารยาทในการประพฤติปฎิบัติต่อบรรดาผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม

 

          บทนำว่าด้วยความจำเป็นต้องไม่พอใจต่อบรรผู้ปฏิเสธศรัทธา และไม่พอใจต่อความเชื่อ และการปฏิบัติที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา จำเป็นอย่างยิ่งที่มุสลิมจะต้องมีความไม่เห็นด้วยกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และแสดงการคัดค้านพวกเขาเพื่ออัลลอฮฺ ตะอาลา เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาและหลงผิด ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสว่า : 

 

لَّا تَجِدُ قَوْمًا يُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ يُوَادُّونَ مَنْ حَادَّ اللَّهَ وَرَسُولَهُ وَلَوْ كَانُوا آبَاءَهُمْ أَوْ أَبْنَاءَهُمْ أَوْ إِخْوَانَهُمْ أَوْ عَشِيرَتَهُمْ ۚ أُولَٰئِكَ كَتَبَ فِي قُلُوبِهِمُ الْإِيمَانَ وَأَيَّدَهُم بِرُوحٍ مِّنْهُ

 

     “เจ้าจะไม่พบกลุ่มชนใดที่พวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ  จะรักใคร่ชอบพอผู้ที่ต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์

     ถึงแม้ว่าพวกเขา เป็นบรรพบุรุษของพวกเขา  ลูกหลานของพวกเขา หรือเครือญาติของพวกเขาก็ตาม

    ชนเหล่านั้น อัลลอฮฺได้ทรงบันทึกการศรัทธาไว้ในจิตใจของพวกเขาแล้ว และได้ทรงสนับสนุนพวกเขาด้วยการสนับสนุน ส่งเสริมจากพระองค์...”

(ซูเราะฮฺ อัลมุญาดะละฮฺ อายะฮฺที่  22)

 และอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสอีกว่า : 

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَتَّخِذُوا عَدُوِّي وَعَدُوَّكُمْ أَوْلِيَاءَ تُلْقُونَ إِلَيْهِم بِالْمَوَدَّةِ

 

     “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าอย่าได้ยึดเอาศัตรูของข้า และศัตรูของพวกเจ้าเป็นมิตรสนิท โดยให้ความรักใคร่สนิทสนมแก่พวกเขา...”

(ซูเราะฮฺ อัลมุมตะฮินะฮฺ อายะฮฺที่ 1)

 

          ดังนั้น จึงไม่เป็นที่อนุมัติให้ทุ่มเทความรักใคร่  สนิทสนมจนเกินไปแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาโดยรวม  ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะสู้รบหรือไม่ก็ตาม

(ดู อิบนุฮะญัร, ฟัตฮุลบารีย์ เล่ม 5 หน้า 233)

 

การแบ่งประเภทของผู้ปฏิเสธศรัทธาออกเป็นมุฮาริบและไม่ใช่มุฮาริบ

 

     บรรดาผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมนั้น  ดูตามสถานการณ์ของพวกเขาพอจะแบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือ : -

     1. มุฮาริบ (ผู้เป็นศัตรู) คือพวกที่ต่อต้านมุสลิม จะสู้รบ  ทำร้าย  ก่อกวน ให้ภัยทุกข์ทรมาน กับคนมุสลิม  ฉะนั้น  ลำดับแรกก็ให้ทำการเรียกร้องเชิญชวนพวกเขาสู่อิสลาม หากพวกเขาไม่ตอบสนองก็ให้ทำการรบกับพวกเขา  ถือเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนศาสนา และป้องกันภัยอันตรายจากพวกเขา หรือให้พ้นจากการมารุกรานมุสลิม

 

     2. มุซาลิมีน  (ผู้ยอมสวามิภักดิ์) คือพวกที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยใด ๆ  บางส่วนก็ได้แก่ ผู้ที่มีสัญญาสันติภาพร่วมกัน ซึ่งจะอยู่อาศัยปนเปกันไปในหมู่มุสลิม และพวกเขาก็จะจ่ายส่วยภาษีแต่โดยดี และบรรดาพวกที่มีสนธิสัญญากับมุสลิม  และพวกเขาก็ยังคงรักษาสัญญานั้นเป็นอย่างดี

 

           บรรดาผู้ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยเหล่านี้  ก็ถือว่าอนุญาตให้คบหาสมาคมได้ และปฎิบัติดีต่อพวกเขา  ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสไว้ว่า : -

 

لا يَنْهَاكُمُ اللَّهُ عَنِ الَّذِينَ لَمْ يُقَاتِلُوكُمْ فِي الدِّينِ وَلَمْ يُخْرِجُوكُمْ مِنْ دِيَارِكُمْ أَنْ تَبَرُّوهُمْ وَتُقْسِطُوا إِلَيْهِمْ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُقْسِطِينَ

 

     “อัลลอฮฺมิได้ทรงห้ามพวกเจ้าเกี่ยวกับบรรดาผู้ที่มิได้ต่อต้านพวกเจ้า ในเรื่องศาสนา และพวกเขามิได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้า  ในการที่พวกเจ้าจะทำดีต่อพวกเขา และให้ความเที่ยงธรรมแก่พวกเขา แท้จริง อัลลอฮฺทรงรัก บรรดาผู้มีความเที่ยงธรรม”

(ซูเราะฮฺ อัลมุมตะฮินะฮฺ อายะฮฺที่  8)

 

 มีรายงานจากอัสมาอฺ บินติ อบีบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา แจ้งว่า : -

 

قَدِمَتْ عَلَيَّ أُمِّي وَهِيَ مُشْرِكَةٌ فِي عَهْدِ قُرَيْشٍ إِذْ عَاهَدَهُمْ  رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَقُلْتُ : يَا رَسُولَ اللَّهِ ، قَدِمَتْ عَلَيَّ أُمِّي وَهِيَ رَاغِبَةٌ ، أَفَأَصِلُ أُمِّي ؟ قَالَ : "نَعَمْ صَلِي أُمَّكِ"

 

     “มารดาของฉันซึ่งเป็นมุชริกได้มาหาฉันตั้งแต่สมัยกุเรช  ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับชาวกุเรช ณ ฮุดัยบียะฮฺ 

     ดังนั้น ฉันจึงได้ถามท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า : โอ้ ท่านร่อซูลุลลอฮฺ แม่ของฉันได้เข้ามาหาฉัน โดยมีธุระบางอย่างและติดต่อกันบ้าง ดังนั้น ฉันจะติดต่อและหยิบยื่นข้าวของให้แม่ของฉันจะได้หรือไม่?  

     ท่านร่อซูลกล่าวว่า :   “ได้ซิ  เธอจงสานสัมพันธ์กับแม่ของเธอเถิด”

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 2427 และมุสลิม เลขที่  1671)

 

          หวังว่า ฮิกมะฮฺของการอนุมัติให้ทำดีกับศาสนิกอื่นที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอันใดนั้น อาจเป็นสาเหตุหนึ่งในการโน้มน้าวจิตใจของพวกเขา  หรือเป็นการปูพื้นหัวใจเหล่านั้นให้ได้สัจธรรม หรือทำให้มีจิตใจคล้อยตามที่ทำดีด้วย  

         มีความเที่ยงธรรมและซื่อสัตย์ต่อคนต่างศาสนิกพร้อมทั้งยึดมั่นอยู่กับความจริงและความเป็นที่ไว้วางใจในขณะที่อยู่ร่วมกับพวกเขา

         จำเป็นที่จะต้องมีความซื่อตรงในการปฎิบัติต่อคนต่างศาสนิกและห้ามกดขี่ข่มเหงพวกเขา ดังที่ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า : -

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُونُوا قَوَّامِينَ لِلَّهِ شُهَدَاءَ بِالْقِسْطِ وَلَا يَجْرِمَنَّكُمْ شَنَآنُ قَوْمٍ عَلَىٰ أَلَّا تَعْدِلُوا اعْدِلُوا هُوَ أَقْرَبُ لِلتَّقْوَىٰ

 

     “โอ้  ผู้ศรัทธาทั้งหลาย  จงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเพื่ออัลลอฮฺ  จงเป็นพยานด้วยความเที่ยงธรรมและจงอย่าให้การเกลียดชังพวกหนึ่งพวกใดทำให้พวกเจ้าไม่ยุติธรรม จงยุติธรรมเถิดเพราะมันเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับความยำเกรงยิ่งกว่า...” 

(ซูเราะฮฺ อัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 8)

 และอัลลอฮฺ ได้ตรัสอีกว่า :

 

إِنَّ اللّهَ يَأْمُرُكُمْ أَن تُؤدُّواْ الأَمَانَاتِ إِلَى أَهْلِهَا وَإِذَا حَكَمْتُم بَيْنَ النَّاسِ أَن تَحْكُمُواْ بِالْعَدْلِ

 

     “แท้จริง  อัลลอฮฺทรงใช้ให้พวกเจ้าให้มอบคืนของฝากแก่เจ้าของของมัน และเมื่อพวกเจ้าตัดสินในระหว่างผู้คน  พวกเจ้าก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม...”

(ซูเราะฮฺ อันนิซาอ์ อายะฮฺที่ 58)

 

          อายะฮฺใช้ให้คืนบรรดาของฝากต่างๆ กับเจ้าของของมัน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร  และให้ตัดสินชี้ขาดในหมู่ชนด้วยความยุติธรรม ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นคนดีหรือไม่ดีก็ตาม 

(อิบนุ กะษีร, ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลอะซีม, เล่ม 1 หน้า 505)

 

          พร้อมทั้งต้องซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้  ตราบที่พวกเขายังคงซื่อสัตย์และไม่ผิดสัญญาดังที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า : 

 

وَأَوْفُوا بِعَهْدِ اللَّهِ إِذَا عَاهَدتُّمْ وَلَا تَنقُضُوا الْأَيْمَانَ بَعْدَ تَوْكِيدِهَا

 

     “และพวกเจ้าจงปฏิบัติให้ครบตามพันธะสัญญาของอัลลอฮฺ เมื่อพวกเจ้าได้ให้สัญญาไว้ และพวกเจ้าอย่าได้ทำลายคำสาบาน  หลังจากได้ยืนยันนั้น...”

(ซูเราะฮฺ อันนะฮฺลุ อายะฮฺที่ 91)

 

 

จากหนังสือจริยธรรมสำหรับเยาวชน  อัลอิศลาหฺ สมาคม