ท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาของบรรดาผู้ศรัทธา (3)
โดย...One Muslimah.
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ภรรยาที่รักยิ่งของท่านนบีมุฮัมมัด
ท่านอัมร อิบนุอาศ ได้กล่าวว่า “แท้จริงฉันได้ถามท่านรอซูลว่า “ผู้ใดในมวลมนุษย์ที่เป็นที่รักยิ่งแก่ท่านมากที่สุด”
ท่านรอซูล กล่าวว่า “อาอิชะฮฺ”
ท่านอัมร จึงถามต่อไปอีกว่า “และจากบรรดาผู้ชายเล่า ใครเป็นที่รักยิ่งแก่ท่าน”
ท่านรอซูล ตอบว่า “บิดาของนาง”
(รายงานโดยบุคอรีมุสลิม และติรมีซีย์)
ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นภรรยาที่ท่านนบี รักมากที่สุดในบรรดาภรรยาทั้งหมด เนื่องจากนางมีคุณลักษณะสำคัญที่มีความประเสริฐเหนือกว่าบรรดาภรรยาทั้งหลาย
ความประเสริฐ 10 ประการ ที่นางได้รับเหนือกว่าบรรดาภรรยาท่านอื่นๆของท่านนบี ได้แก่
1) อัลลอฮฺได้ให้มลาอิกะฮฺญิบรีล นำภาพของท่านหญิงอาอิชะฮ์จากฟากฟ้าซึ่งบรรจุในห่อผ้าไหมมาให้ท่านนบี แล้วกล่าวแก่ท่านนบี
ว่า จงแต่งงานกับเธอ แท้จริงเธอคือภรรยาของท่าน
2) ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นภรรยาคนเดียวที่แต่งงานกับท่านนบี ในขณะที่นางเป็นสาวบริสุทธิ์
3) อัลลอฮฺได้ประทานวะฮีย์ (กุรอาน) ลงมาให้แก่ท่านนบี
ในขณะที่ท่านอยู่กับนางซึ่งไม่มีการประทานอายะห์อัลกุรอานให้แก่ท่าน ในขณะที่ท่านอยู่กับภรรยาท่านอื่นๆ นอกจากท่านหญิงอาอิชะฮ์
4) อัลลอฮฺ ได้ทรงประทานอัลกุรอานแก่ท่านนบี
เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของนาง
5) นางเป็นภรรยาคนเดียวที่ได้อาบนํ้าในภาชนะเดียวกันกับท่านนบี ซึ่งท่านนบี
ไม่ได้ทำเช่นนี้กับภริยาท่านอื่น
6) ท่านนบีเสียชีวิตในขณะที่นอนอยู่บนตักของท่านหญิงอาอิชะฮ์ และในคืนที่เป็นสิทธิ์ของนาง
7) ศพของท่านนบี ถูกฝังไว้ในบ้านของอาอิชะฮ์ (บันทึกโดยอะหมัด)
8) ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นภรรยาคนเดียวของท่านนบี ที่มีทั้งพ่อและแม่เป็นผู้อพยพ (จากมักกะฮฺไปมะดีนะห์)
9) ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นบุตรีของชายคนแรก (ท่านอบูบักร) ที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม
10) ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นผู้ที่ท่านนบี รักมาก และท่านนบี
ก็ได้ยืนยันว่านางเป็นภริยาของท่านทั้งโลกนี้และโลกหน้า (บันทึกโดยติรมีซีย์)
นอกจากคุณลักษณะพิเศษ 10 ประการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในฐานะศรีภรรยาของท่านนบี ผู้ที่มีความใกล้ชิดกับท่านนบี
มากกว่าภรรยาท่านอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในการสร้างความสุขให้กับชีวิตของท่านนบี
อาทิเช่น รักและเคารพเชื่อฟังท่านนบี
ด้วยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจ ปลอบประโลมและให้กำลังใจแก่ท่านนบี
การช่วยงานท่านนบี
การเป็นที่ปรึกษาท่านนบี
ตลอดจนคอยปรนนิบัติรับใช้ท่านนบี
อย่างใกล้ชิดทุกขณะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามสงคราม นางจะทำหน้าที่ในการปรุงอาหาร บริการนํ้าดื่ม และเยียวยาให้แก่ท่านนบี ส่วนในภาวะที่บ้านเมืองสงบสุข นางจะเป็นภริยาที่คอยเอาอกเอาใจ และให้กำลังใจแก่ท่านนบี
อยู่ตลอดเวลา นางเป็นผู้ที่มีอารมณ์ดี จิตใจร่าเริง
ดังที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ได้เล่าให้ฟังว่า ท่านนบี ได้วิ่งแข่งกับนางและนางได้วิ่งชนะท่านนบี
จนเมื่อนางอ้วนขึ้น ท่านก็วิ่งชนะนาง และกล่าวแก่นางว่า
“นี่อาอิชะฮฺ ชนะครั้งนี้แทนที่แพ้ครั้งก่อนไงล่ะ”
(อะหฺมัด, อบู ดาวูด, อัน-นะซาอีย์, อิบนุ มาญะฮฺ ดู อัซซะฮะบีย์ 2:174)
ท่านนบี เคยนอนหนุนตักท่านหญิงอาอิชะฮ์ ในขณะที่นางมีรอบเดือน และได้อ่านอัลกุรอานให้นางฟัง ท่านนบี
เคยจูบท่านหญิงอาอิชะฮ์ในขณะที่นางถือศีลอด และยังให้หวีผมให้ เมื่อตอนที่ท่านนบี
เอื๊ยะติกาฟในมัสยิด โดยยื่นศีรษะให้นางซึ่งอยู่นอกมัสยิด
(บุคอรีย์และมุสลิม)
ท่านหญิงอาอิชะฮ์เคยอาบนํ้าญะนาบะฮฺร่วมกับท่านนบีจากถังใบเดียวกัน ท่านนบี
ได้รีบอาบนํ้าแข่งกับนาง จนนางกล่าวว่า "ปล่อยบ้าง ปล่อยให้ฉันอาบบ้าง"
(มุสลิม)
และครั้งหนึ่ง ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้เล่าว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺได้บอกฉันว่า ฉันรู้ว่าเมื่อใดเธอพอใจฉันหรือว่าเธอโกรธฉัน"
นางได้กล่าวว่า “ท่านรู้ได้อย่างไร”
ท่านนบีได้กล่าวว่า “เพราะเมื่อเธอพอใจฉัน เธอก็กล่าวว่า ไม่เลยขอสาบานด้วยพระเจ้าของมุฮัมหมัด”
และเมื่อเธอไม่พอใจฉัน เธอจะกล่าวว่า “ไม่เลยขอสาบานด้วยพระเจ้าของอิบรอฮีม”
และด้วยบุคลิกของอาอิชะฮ์ ที่ไม่เหมือนใคร เพราะนางเป็นผู้ที่สุภาพอ่อนโยน มีความจงรักภักดีและเกรงกลัวต่อเอกองค์อัลลอฮฺด้วยการละหมาด การอ่านกุรอานเป็นประจำ แปรงฟันก่อนนอน และละหมาดสุนัตในตอนกลางคืนมาก รวมทั้งการขอดุอาร์ด้วยความถ่อมตน และจะถือศีลอดเป็นประจำแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูร้อนที่ต้องทนทุกข์กับความกระหาย และเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยก็ตาม
ครั้งหนึ่ง ขณะที่ท่านหญิงอาอิชะฮ์ถือศีลอดในวันอะเราะฟะห์ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ อับดุรเราะห์มาน พี่ชายของนางได้ไปเห็นนางกำลังเอานํ้าพรมตัวอยู่
เขาจึงขอร้องนางด้วยความเป็นห่วงว่า “ละศีลอดเสียเถอะ”
แต่ท่านหญิงอาอิชะฮ์ตอบว่า “จะให้ฉันละศีลอดได้อย่างไร ในเมื่อฉันได้ยินท่านรอซูลกล่าวว่า การถือศีอดในวันอาเราะฟะห์จะช่วยลบล้างการกระทำที่ไม่ดีก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายปี ”
นอกจากนี้ท่านหญิงอาอิชะฮ์ยังเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ให้ความสำคัญและสร้างสัมพันธ์กับเครือญาติทั้งฝ่ ายของท่านนบี และฝ่ายภรรยาของท่านบี
ทุกคน ไม่มีความอิจฉาริษยาหรือบาดหมางต่อใคร นางได้ให้ความเคารพยกย่องบรรดาภริยาท่านอื่นๆด้วยความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ นางไม่ชอบการนินทาลับหลังและไม่ชอบการยกย่องตนเอง
ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นผู้ที่มีความอดทนสูง พร้อมที่จะรับความทุกข์ของผู้อื่นเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ยากไร้ การเสียสละ และบริจาคทรัพย์สินทุกอย่างจนลืมเก็บไว้เพื่อตัวท่านเอง นางเป็นคนมีเมตตาสงสารทาส บางครั้งนางจะซื้อทาสเพื่อปล่อยให้เป็นอิสระ ซึ่งทาสที่นางปล่อยให้เป็นอิสระนั้น มีจำนวนถึง 67 คนด้วยกัน
ท่านหญิงอาอิชะฮ์เป็นผู้ที่มีความเป็นอยู่อย่างสมถะ โดยเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับชีวิตในโลกดุนยานี้น้อยมาก และชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่กับท่านนบี ทั้งในยามทุกข์และสุข ซึ่งท่านหญิงอาอิชะฮ์ได้ให้ความเคารพและปรนนิบัติต่อท่านนบี
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามคำสั่งเสียของท่านนบี
ทุกอย่าง
ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการแต่งกาย ตั้งแต่มีอายะห์กุรอานลงมาให้แก่ท่านนบี เพื่อให้ท่านกำชับใช้บรรดาภริยาและลูกสาวให้แต่งกายปกปิดเอาเราะห์ ตามกุรอานซูเราะห์อัลอะฮฺซาบ (กุรอาน 33: 59) ท่านหญิงอาอิชะฮ์จะปฏิบัติตามอย่างเข้มแข็ง
และท่านนบีได้สั่งเสียกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ไว้ว่า
“ถ้าเธอต้องการที่จะพบกับฉันอีกในวันอาคิเราะฮฺ เธอจงอยู่บนโลกนี้เสมือนเป็นผู้เดินทาง เธออย่าคลุกคลีกับคนร่ำรวย
และจงอย่าเปลี่ยนเสื้อผ้าจนกว่ามันจะขาดและเย็บปะใหม่ให้มันดีขึ้น”
(บันทึกโดยติรมีซีย์)
ท่านหญิงอาอิชะฮฺรักท่านนบีผู้เป็นสามีของนางมาก และเป็นความรักที่มิอาจประเมินค่าได้ ถึงแม้ว่านางจะเป็นภรรยาคนโปรดของท่านนบี
และมีหญิงรับใช้อยู่แล้ว แต่นางก็ทำงาน และปรนนิบัติท่านนบีด้วยตัวเอง มากกว่าที่จะใช้หญิงรับใช้
อาทิเช่น การโม่แป้งนวดแป้ง การซักผ้า การจัดที่นอนให้แก่ท่าน การจัดเตรียมแปรงสีฟันและเหยือกนํ้าไว้ข้างๆเตียง นางจะใส่นํ้าหอมให้ตามที่ท่านชอบ บางครั้งท่านนบีจะนอนหลับบนตักของนาง โดยที่ท่านหญิงอาอิชะฮ์จะนั่งอย่างสงบ เพื่อมิให้เป็นการรบกวนการนอนของท่านนบี
และบ่อยครั้งเมื่อนางตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนแล้วพบว่าท่านนบีไม่อยู่ในห้อง นางจะรู้สึกเป็นห่วงอย่างมากและจะออกเดินหาท่านนบี
ไปทั่ว เมื่อพบว่าท่านนบี
กำลังนมาซอยู่ นางจึงได้สบายใจ
ด้วยคุณธรรมความดีงาม ลักษณะที่ดีเลิศ และความประเสริฐของท่านหญิงอาอิชะฮ์ จึงทำให้ท่านนบีให้ความนับถือและให้ความรักแก่นางเป็นอย่างมาก และมากกว่าภริยาท่านอื่นๆ ความรักของท่านนบีที่มีต่อนางนั้น จะเห็นได้จากคำวิงวอนของท่านต่ออัลลอฮฺ ซึ่งท่านนบี
ได้กล่าวว่า
“ข้าแต่พระผู้อภิบาล ข้าพระองค์รักษาความเสมอภาคและความยุติธรรมต่อภรรยาของข้าพระองค์มาโดยตลอดซึ่งข้าพระองค์ทำได้และมีอำนาจ
แต่ข้าพระองค์จะต้องขออภัยสำหรับสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่สามารถควบคุมได้ นั่นคือ ความรักในตัวของข้าพระองค์ที่มีต่ออาอิชะฮฺ”
(อบูดาวูด)
และแม้ในตอนที่ท่านนบีเสียชีวิต ท่านนบี
ก็ได้อยู่กับท่านหญิงอาอิชะฮฺภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่ง บรรดาภริยาท่านอื่นๆ รู้ว่าท่านนบี
ต้องการที่จะอยู่กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ และทุกคนก็ยินยอมให้ไปอยู่กับท่านหญิงอาอิชะฮ์
เมื่อท่านนบีใกล้จะเสียชีวิตนั้น อับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ อบูบักรฺ ได้เข้ามาหาท่านนบี
พร้อมไม้สีฟันที่ยังสดอยู่ ท่านนบี
ได้มองดูมัน จนท่านหญิงอาอิชะฮฺสังเกตเห็นและเข้าใจว่าท่านนบี
ต้องการมัน ท่านหญิงอาอิชะฮ์เล่าว่า
“ฉันจึงเอาไม้สีฟันนั้นมากัดให้นุ่มและส่งให้ท่าน ท่านนบีได้ใช้ไม้นั้นสีฟันและส่งมันคืนแก่ฉัน แต่มือของท่านตกลงไปด้วยไม่มีแรง ฉันได้ขอดุอาร์ให้ท่านด้วยดุอาร์ที่ญิบรีลได้ขอให้ท่านทุกครั้ง เป็นดุอาร์ที่ท่านนบี
ขอให้ตัวเองเมื่อท่านป่วย แต่ครั้งนี้ท่านไม่ได้อ่านมัน
จากนั้นท่านได้มองไปยังเบื้องบนและกล่าวว่า "สู่การเป็นสหายกับผู้สูงส่งยิ่ง" แล้วลมหายใจของท่านก็หมดลง ขอสรรเสริญอัลลอฮฺที่ได้รวมนํ้าลายของฉันกับของท่านในห้วงสุดท้ายแห่งชีวิตของท่านรอซูลในโลกดุนยา”
(อะหฺมัด, อัลฮากิม ดู อัซซะฮะบีย์ 2:189)
และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ การทำหน้าที่ในฐานะภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่งของท่านศาสดาอย่างดีเยี่ยม
และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่บรรดาศรัทธาชนทั้งหลายที่ควรน้อมนำไปปฏิบัติตาม