ความผิดกิศ๊อศ
กิศ๊อศหมายถึงความเท่าเทียม ดังนั้นผู้กระทำผิดจะได้รับโทษเยี่ยงการกระทำของตนที่มีต่อผู้อื่น ความผิดกิศ๊อศแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาและความผิดฐานทำร้ายร่างการผู้อื่นโดยเจตนา
ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
บทลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาคือประหารชีวิต ดังที่นะบีมุฮัมมัด เคยประกาศว่าบทลงโทษของความผิดฐานฆาตกรรมคือประหารชีวิต
ผู้ใดทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนาจะต้องรับโทษกิศ๊อศ กล่าวคือ เขาจะถูกประหารชีวิต ยกเว้นทายาทของผู้ตายได้อภัยโทษให้แก่เขา
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในสมัยของนะบีมุฮัมมัด มีชายชาวยิวปล้นเครื่องประดับของหญิงนางหนึ่ง หลังจากนั้นเขาได้ฆ่าหญิงนั้นด้วยการทุบด้วยก้อนหินสองก้อนที่ศรีษะของนาง นะบีมุฮัมมัด จึงได้สั่งให้ทุบหัวของผู้กระทำผิดด้วยก้อนหินและเอาหัวของเขาโขกกับก้อนหินสองก้อนจนเสียชีวิต
อนึ่ง ทายาทของผู้ตายเท่านั้นที่มีสิทธิให้อภัยและยกโทษกิศ๊อศแก่ผู้กระทำผิด แม้ผู้ปกครองประเทศหรือผู้รับมอบอำนาจจากทายาทหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีอำนาจในการให้อภัยได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองประเทศสามารถยกโทษแก่ผู้กระทำความผิดด้วยความยินยอมของทายาทได้
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายโดยเจตนาความผิดฐานทำร้ายร่างกายหมายถึงการที่บุคคลหนึ่งทำให้ร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ได้รับอันตราย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้อ่อนแอ หรือทำให้ผู้อื่นสูญเสียอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือทำให้พิการ กล่าวโดยสรุปคือ การทำให้ร่างกายผู้อื่นได้รับอันตราย แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต บทลงโทษของความผิดฐานทำร้ายร่างกายโดยเจตนาคือกิศ๊อศ หรือการลงโทษผู้กระทำความผิดด้วยการทำให้เขาได้รับบาดเจ็บในส่วนอวัยวะเดียวกับที่เขากระทำต่อผู้เสียหาย ดังที่อัลกุรอานบัญญัติมีใจความว่า
และตาด้วยตา และจมูกด้วยจมูก และหูด้วยหู และฟันด้วยฟัน และบรรดาบาดแผลก็ให้มีการชดเชยเยี่ยงเดียวกัน(อัลกุรอาน5:45) และหากพวกเจ้าจะลงโทษ (ฝ่ายปรปักษ์) ก็จงลงโทษเยี่ยงที่พวกเจ้าได้รับโทษ และหากพวกเจ้าอดทน แน่นอน มันเป็นการดียิ่งสำหรับบรรดาผู้อดทน (อัลกุรอาน16:126)
.
เรียบเรียงโดย อ.มัสลัน มาหะมะ
ความผิดตะอ์ซีร >>>>Click